bg-single

‘เพื่อไทย’ ถ่ายเลือด : ในเงาทะมึน ‘สีน้ำเงิน’

27.03.2026

เมนูข้อมูล (ลับ) | สุชาติ ศรีสุวรรณ

ครม. “อนุทิน 2″ สะเด็ดน้ำแล้ว จัดโควต้ารัฐมนตรีให้เพียง 2 พรรค “ภูมิใจไทย” 2 กับ “เพื่อไทย” 8 รวม 35 เหลือว่างไว้ 1

ความแตกต่างของการจัดวางตัวรัฐมนตรีกับ ครม.ชุดที่ผ่านๆ มา คือ แบ่งโควต้าพรรคกันแบบยกกระทรวง คือ ได้ “ว่าการกระทรวงไหน รมช.จะมาจากพรรคเดียวกันทั้งหมด” ไม่มีจากอีกพรรคเข้าไปปน เรียกว่าแบ่งบริหารกันเป็นกระทรวง

“เพื่อไทย” ถูกวางให้ดูแลงานด้านสังคม ทรัพยากรมนุษย์ ชีวิตผู้คนในระดับรากหญ้า อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, เกษตรและสหกรณ์, แรงงาน, ศึกษาธิการ, พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์

สัดส่วนของโควต้าชัดเจนว่าให้น้ำหนักกับ “นายทุนพรรค” กับเครือข่ายฐานเสียงในพื้นที่เป็นหลัก

ต่างกับใน ครม.ชุดก่อนหน้านั้นที่วางบทบาทไว้กับ “เครือข่ายคนสนิทของทักษิณ ชินวัตร” ที่ร่วมสร้างพรรคและต่อสู้ร่วมกันมาแต่เริ่ม กับให้บทบาทของ “แกนนำมวลชนเสื้อแดง” อยู่พอสมควร

คราวนี้ 2 กลุ่มนี้ถูกตัดออกเกลี้ยง นัยว่าให้ไปเล่นบทเสริมอยู่เบื้องหลัง

มีข้อมูลกระเส็นกระสายในให้วิพากษ์วิจารณ์กันว่า “ทีมงานที่จะขึ้นมามีบทบาทเข้มข้นเสริมพลังรัฐมนตรี” จะเป็น “คนรุ่นใหม่” ในกลุ่มที่ใกล้ชิด “แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งจะเป็นตัวจริงเสียงจริงในการนำพรรค โดยมี “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นผู้แสดงนำในบทบาท “หัวหน้าพรรค”

ทิศทางการบริหารจะทำให้เกิดภาพที่ชัดเจนของการ “ถ่ายเลือด” จาก “ทีมและเครือข่ายของพ่อ” มาสู่ “ทีมของลูก” โดยภารกิจสำคัญอยู่ที่การสลายภาพเชิงที่จะรื้อ หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจของประเทศ ตามอุดมการณ์นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ฝั่งแน่นอยู่ในเจตจำนงของ “เครือข่ายพ่อ” และ “มวลชนเสื้อแดง” มาเป็นความตั้งใจที่จะทำงานการเมืองใน “โครงสร้างอำนาจที่เป็นอยู่”

ไม่ใช่การยอมประนีประนอม แต่เป็นความเชื่อมั่นและศรัทธาในวิถีเช่นนี้ของสังคมไทยด้วยสำนึกที่แท้จริง

ฟังมาว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงจาก “เลือดเก่า” สู่ “เลือดใหม่” ชนิดที่ไม่มีภาพไหนที่จะก่อให้เกิดข้อกังขา

ยุทธศาสตร์จะทำพาพรรคคืนสูงความรุ่งเรืองคือมาอยู่กับ “จุดแข็ง จุดขายของพรรค” คือ “ความแหลมคมในการคิดนโยบาย และชาญฉลาดในวิธีนำไปปฏิบัติให้เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ในชีวิตความเป็นอยู่”

เหมือนที่เคยสำเร็จอย่างสูงยิ่งมาแล้วในสมัยที่เป็น “พรรคไทยรักไทย”

นั่นคือ เป้าหมายอันเป็นความฝัน ความหวังของการ “ถ่ายเลือดเพื่อไทย” โดยยอมเสี่ยงกับการทำให้ฐานมวลชนอ่อนพลังการสนับสนุนลง ด้วยความจำเป็นที่พิสูจน์แล้วว่า “ภาพเก่าๆ นั้นค้างคาความไม่วางใจไว้ในระดับที่ก่ออุปสรรค และถูกขัดขวางในการสร้างสรรค์ผลงาน”

อย่างไรก็ตาม การสร้างผลงานเรียกศรัทธาประชาขนในยุคสมัยนั้นเกิดจากโอกาสที่ “รัฐธรรมนูญ 2540” เปิดทางให้ “ไทยรักไทย” เป็นพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง อำนาจเต็ม และด้วยการบริหารจัดการที่เข้าใจสังคมการเมืองไทยอย่างลึกซึ้งของ “ทักษิณ ชินวัตร” ทำให้ผลักดันนโยบายที่ดีงาม เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมได้

แต่ชั่วโมงนี้ ปัจจัยอันเป็นองค์ประกอบของอำนาจการเมืองที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น เป็นของ “พรรคภูมิใจไทย” ที่ควบคุมคอนโทรล ด้วย “เซียนการเมือง” ที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ที่ถึงอย่างไรก็ต้องจัด “พรรคเพื่อไทย” เป็นคู่แข่ง หรือว่าไปคือ “ศัตรูการเมือง” ที่มีศักยภาพที่พร้อมจะพลิกมาโชว์ความเหนือกว่า

นั่นหมายถึงการยอมให้ “เพื่อไทย” โชว์ความสามารถในการขยายจุดแข็ง สร้างการยอมรับความแตกต่างในฝีมือความสามารถในการบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชน น่าจะเป็นเรื่องที่ปล่อยให้เกิดขึ้นง่ายๆ ไม่ได้

“ความสามารถที่ชาญฉลาด ด้วยมันสมองที่แหลมคมในการคัดนโยบาย” จะเป็นรูปธรรมให้ประชาชนได้พึ่งพาอาศัยได้อย่างไร แค่ไหนกับ “โอกาสการจัดการให้เกิดขึ้น” ในยุคสมัยที่ “พรรคแกนนำรัฐบาล” เชื่อมั่นว่า “อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด” คือคำตอบของชัยชนะ และการกำจัดคู่แข่ง

จึงน่าติดตามอย่างกะพริบตาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ “อนาคตของพรรคเพื่อไทย”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

PEAKY BLINDERS : THE IMMORTAL MAN | ‘ราชายิปซี’
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
ช่องว่าง
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)
‘ถนน ที่ไม่ได้อยู่ในฝัน’
อัพ สกิล ทางไหน | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | ระหว่าง ปฎิทิน กับ ปฏิรูป สะท้อน ความคิด การเมือง