bg-single

การเมืองไทย หลังทักษิณ พ้นเรือนจำ ชนชั้นนำอาจจะแพ้ภัยตัวเอง? ‘หมอเหวง’ ย้อนอดีต แลอนาคต

15.05.2026

MatiTalk : พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“ขอแสดงความยินดีกับท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวที่จะได้มีโอกาสมาอยู่ร่วมกันด้วยความอบอุ่น หลังจากที่ผ่านมรสุมการเมืองมาอย่างยาวนาน และผมขออนุญาตแสดงความไม่เห็นด้วยกับราชทัณฑ์นะ ว่าทำไมจะต้องติด EM เพราะปกติหลักการนี้คือกลัวคนหลบหนี ทั้งที่คุณทักษิณเขาตั้งใจกลับมา” นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. กล่าวในรายการ MatiTalk โดยมติชนสุดสัปดาห์ หลังอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ออกจากเรือนจำเมื่อ 11 พฤษภาคม 2569

หมอเหวงมองว่า หลายคนอาจจะยังคิดว่าคุณทักษิณมีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชมาก ซึ่งใช่ในอดีต แต่หลังจากที่โดนกระหน่ำอย่างหนักจากมรสุมทางการเมืองเยอะแยะ คิดว่าคงจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว

สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง วันนี้กลุ่มสีน้ำเงินมีอำนาจเด็ดขาดอยู่ในมือ เขาจัดตั้งรัฐบาลด้วยคะแนนเสียง 293 เสียง ตัวเขาเองมี 191 เพื่อไทยมีแค่ 74 แทบจะเรียกว่า “ต้องทำตัวเป็นเด็กดี” หืออือไม่ได้

ทิศทางการเมืองมันก็เห็นชัดๆ ว่าคงไม่สามารถมีบทบาทอะไรแรงๆ ได้ จะไปสร้างประเด็นแหลมคมทางการเมือง ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น

เพื่อไทยคงมองยาวว่าเขาเตรียมตัวไปเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต จึงต้องสร้างเครดิตในตัว อ.เชน (ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้สูงขึ้น พยายามที่จะสร้างคะแนนนิยมให้พรรคมากขึ้น

และถ้าหากว่าพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจอะไร พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านก็คือสามารถเขี่ยออกได้เลย

อย่าลืมนะครับว่าคุณทักษิณสร้างแผลกับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ไว้เยอะ ไปพูดในลักษณะที่ไม่ให้เกียรติว่าไม่สร้างผลงาน มัวแต่รำอยู่อย่างนั้น จนช่วงหลังๆ ที่ดูเหมือนจะเอ่ยปากขับออก ในช่วงปลายๆ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เพราะฉะนั้นคุณทักษิณคงจะไม่มีบทบาทในการที่จะไปสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองอะไรมากมายเท่าไรแล้ว

ผมคิดว่าคุณทักษิณก็คงต้องระมัดระวังตัวแล้ว เพราะว่าเขาถูกจับตาดู ต้องไม่ลืมว่าฝ่ายที่ไม่พอใจคุณทักษิณมีเยอะแยะไปหมด

อำนาจต่อรองทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนี่แทบจะไม่มีเลย

ผมขออนุญาตที่จะเรียนว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ผมไม่บังอาจที่จะมาตั้งตัวสอนหรืออะไร คือปกติถ้าดูจากอดีตที่ผ่านมาคุณทักษิณก็จะสงบไม่ค่อยเป็น แต่ครั้งนี้มองต่าง เพราะว่าอาจจะมีบทเรียนมาแล้ว คือคุณทักษิณมีคนรักก็เยอะเพราะเป็นคนที่มีความสามารถหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะธุรกิจ-เศรษฐกิจมากกว่าความสามารถทางการเมือง

ขณะที่ศัตรูของทักษิณมองทักษิณแบบจงเกลียดจงชัง เกลียดเข้ากระดูกดำ ทำอะไรจะหาเรื่องตลอด

ผมคิดว่าคุณทักษิณคงจะได้ทบทวน ระมัดระวังตัวมากขึ้น

การเมืองไทยไม่มีเหตุบังเอิญ ในสมัยรัฐประหาร 2549 ก่อนที่คุณทักษิณจะไปสหประชาชาติ มีคนบอกคุณทักษิณว่าจะมีการยึดอำนาจ คุณทักษิณจะเชื่อหรือไม่ผมก็ไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบมามีการเตรียมการหน่วยทหารต่างๆ ที่เขามั่นใจว่าเป็นเพื่อนของเขาสามารถที่จะป้องกันได้ แต่สุดท้ายเราก็เห็นว่า “มันถูกวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว” และบรรดาคนที่เขาไปพูดด้วยน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายอำนาจฝ่ายตรงข้ามในการที่จะโค่นเขา

รวมถึงเรื่องที่กลับเข้ามาประเทศครั้งหลังนี้ มีการพัวพันกับข้อตกลงอะไรหรือไม่ ไม่รู้ แต่คุณทักษิณต้องเรียนรู้ได้แล้วว่า การไปตกลงกับสิ่งที่เรียกว่า “รัฐพันลึก” ต้องระมัดระวัง เพราะเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา พร้อมที่จะปฏิเสธข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของฝั่งเขาหรือทำประโยชน์ให้ฝั่งเขามากกว่าที่เคยได้รับปาก ซึ่งภาษาชาวบ้านอาจจะเรียกว่า “ทรยศหักหลัง”

ตอนนั้นเราก็เห็นว่าการกลับมาตอนนั้น เขาพูดแบบมั่นใจเลยว่าสงกรานต์ (ปีนั้น) อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะได้มาเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่ด้วย

การพูดแบบนี้ มันทำให้คนทั้งประเทศคิดลึกไปได้ว่าคุณมีข้อตกลงอะไรกับใครบางอย่างหรือเปล่า

คุณทักษิณควรจะต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตของตัวเองตั้งแต่สมัยรัฐประหาร 2549 จนมาถึงปัจจุบัน ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันออกมาเป็นอย่างไร

บทบาทจากนี้คุณสามารถที่จะให้คำแนะนำได้อยู่ในฉากหลัง เป็นกุนซืออยู่เบื้องหลังดีกว่า อย่ามีบทบาทหน้าฉาก มันเสียหายต่อตัวคุณเองมากกว่า นี่เป็นความเห็นส่วนตัวผม

คุณทักษิณเนี่ยยังอยู่ในฐานะที่เป็นตัวประกันอีกหลายเรื่อง และไม่ง่าย เพราะว่าฝ่ายขวาฝ่ายอำนาจนิยมฝ่ายอนุรักษนิยมมันมีอำนาจมาก แล้วมีความสามารถในการดำเนินการทางการเมืองและทางการทหารมากกว่า

คุณทักษิณยังเป็นตัวประกันอย่างน้อยๆ ก็ 2 เรื่อง คือ 112 และน้องสาว

ชนชั้นนำ แม้เบ็ดเสร็จ

แต่จะแพ้ภัยตัวเอง?

ถ้าดูประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทย “ชนชั้นนำ” ดำเนินการต่อสู้ทางการเมืองมายาวนาน ตอนหลังๆ เขาเริ่มเรียนรู้แล้วว่าการใช้อำนาจทางการทหารเข้ายึดอำนาจ มันสร้างความเสียหายให้กับพวกเขามากกว่า เพราะประชาชนจะเกลียดชังและรุมประณาม

เลยมาจัดการกับรัฐธรรมนูญ เพราะเขาเห็นผลชัดแล้วว่า “รัฐประหาร 2549 เสียของ” จากแทนที่จะใช้ปืนฆ่าคน ก็มาใช้รัฐธรรมนูญ คุณจะเห็นเลยว่า ส.ว.มีอำนาจมหาศาล สมมุติถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นรัฐบาล “องค์กรอิสระ” ก็จะเล่นงานพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ตั้งขึ้นมา รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้

สิ่งที่เขาเรียนรู้อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า เขาใช้กระบวนการยุติธรรมลุยฟ้อง ยื่นกล่าวโทษ

แต่ผมเองมองว่า “ชนชั้นนำ” ในอนาคตน่าจะมีปัญหาแน่ อาจพลาดทางยุทธศาสตร์ อาทิ เรื่องไทยเทาจีนเทา มันมีส่วนพัวพันไปกับผู้มีอำนาจรัฐเยอะแยะไปหมด กับเรื่องทุนผูกขาดคุณเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติไปมอบให้ ผมมีความเชื่อของผมว่าชนชั้นนำจะทำผิดพลาดอย่างมากในเชิงการทำงาน เชิงนโยบายที่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมากมายและกระทบต่อประชาชน จนความเกลียดชังของพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจจะเอาชนะใจประชาชนได้อีกต่อไป

เรียกว่า “แพ้ภัยตัวเอง” เพราะความที่มีอำนาจแทนที่จะทำประโยชน์ต่อประชาชน แต่กลับแสวงเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของกลุ่มพวกของตัวเอง

การเมืองภาคประชาชน

ไม่เข้มแข็งแล้ว?

ภาคประชาชนวันนี้มีโซเชียลและออนไลน์ที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันที และถ้าหากว่ามีความคิดเห็นที่แหลมคมและเป็นประโยชน์ต่อประชาธิปไตยคนเข้าไปอ่านเป็นล้าน ผมเชื่อว่าโซเชียลมันจะช่วยทำให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยรวมกลุ่มกันได้อีกครั้งหนึ่ง

ส่วนความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนตั้งแต่อดีตมาเขามีการจำแนกแยกแยะมากขึ้น

ย้อนไปตอนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาเมื่อปี 2554 เขาหวังว่าเขาจะชนะการเลือกตั้ง เพราะว่าเสื้อแดงถูกกวาดหมดเลย เข้าคุกหมดเลย แล้วก็ฆ่าไปเยอะ

แต่กลับกลายเป็นว่ากระแสตีกลับ คุณยิ่งลักษณ์ได้คะแนนตั้ง 15.7 ล้าน คนไม่เห็นด้วยกับการที่ทหาร + รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชน 2 มือเปล่า

มาปี 2562 เพื่อไทยได้คะแนนหล่นลง มีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นแล้ว เขาได้ 6 ล้านเสียง ประชาชนเขาก็เลือกโดยมีดุลยพินิจวิจารณญาณ ไม่ได้เลือกโดยคลั่งไคล้ ลุ่มหลงอย่างปักตัวปักใจไปเลย ไม่ใช่ของตาย พอมาเป็นพรรคก้าวไกลเขาก็ขึ้นมาอีก

แต่พอพรรคส้มตัดสินใจทางการเมืองผิด เรื่องโหวตตาม MOA จับมือกับอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดช่องให้เขาเติบใหญ่ แทนที่จะปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยทะเลาะกันจนล่มไปข้าง คุณกลับชูอนุทินขึ้นมา ซึ่งมันผิดนะ ใครๆ ก็บอกตอนนั้นแล้วว่าอย่า

วันนี้พรรคส้มต้องไม่ทำผิดทางยุทธศาสตร์อีกแล้ว การบริหารจัดการภายในของพรรคคุณต้องไม่มีช่องโหว่ มันอยู่ที่พรรคประชาชนต้องปรับตัวเอง

ขณะนี้ดูแล้วพรรคการเมืองทั้งหมดประชาชนฝากความหวังไว้แค่พรรคเดียวก็คือพรรคประชาชน เพราะว่ามีท่าทีชัดเจนเรื่องการปรับโครงสร้าง รัฐธรรมนูญ ปรับโครงสร้างทหาร ปรับโครงสร้างตำรวจ ปรับโครงสร้างงบประมาณ

ที่สำคัญที่สุด วันนี้มีแต่พรรคประชาชนที่เขาพูดชัด ว่ารัฐที่ฆ่าประชาชนที่เห็นต่าง คดีต้องไม่มีอายุความ

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า
E-DUANG | บทเรียน การเมือง ปี 2566 บทเรียน การเมือง ปี 2569
‘เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 6) เรื่อง ปัญหาสงครามชายแดน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน