การเมืองไทย หลังทักษิณ พ้นเรือนจำ ชนชั้นนำอาจจะแพ้ภัยตัวเอง? ‘หมอเหวง’ ย้อนอดีต แลอนาคต
MatiTalk : พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์
“ขอแสดงความยินดีกับท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวที่จะได้มีโอกาสมาอยู่ร่วมกันด้วยความอบอุ่น หลังจากที่ผ่านมรสุมการเมืองมาอย่างยาวนาน และผมขออนุญาตแสดงความไม่เห็นด้วยกับราชทัณฑ์นะ ว่าทำไมจะต้องติด EM เพราะปกติหลักการนี้คือกลัวคนหลบหนี ทั้งที่คุณทักษิณเขาตั้งใจกลับมา” นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. กล่าวในรายการ MatiTalk โดยมติชนสุดสัปดาห์ หลังอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ออกจากเรือนจำเมื่อ 11 พฤษภาคม 2569
หมอเหวงมองว่า หลายคนอาจจะยังคิดว่าคุณทักษิณมีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชมาก ซึ่งใช่ในอดีต แต่หลังจากที่โดนกระหน่ำอย่างหนักจากมรสุมทางการเมืองเยอะแยะ คิดว่าคงจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว
สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง วันนี้กลุ่มสีน้ำเงินมีอำนาจเด็ดขาดอยู่ในมือ เขาจัดตั้งรัฐบาลด้วยคะแนนเสียง 293 เสียง ตัวเขาเองมี 191 เพื่อไทยมีแค่ 74 แทบจะเรียกว่า “ต้องทำตัวเป็นเด็กดี” หืออือไม่ได้
ทิศทางการเมืองมันก็เห็นชัดๆ ว่าคงไม่สามารถมีบทบาทอะไรแรงๆ ได้ จะไปสร้างประเด็นแหลมคมทางการเมือง ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น
เพื่อไทยคงมองยาวว่าเขาเตรียมตัวไปเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต จึงต้องสร้างเครดิตในตัว อ.เชน (ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้สูงขึ้น พยายามที่จะสร้างคะแนนนิยมให้พรรคมากขึ้น
และถ้าหากว่าพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจอะไร พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านก็คือสามารถเขี่ยออกได้เลย
อย่าลืมนะครับว่าคุณทักษิณสร้างแผลกับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ไว้เยอะ ไปพูดในลักษณะที่ไม่ให้เกียรติว่าไม่สร้างผลงาน มัวแต่รำอยู่อย่างนั้น จนช่วงหลังๆ ที่ดูเหมือนจะเอ่ยปากขับออก ในช่วงปลายๆ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เพราะฉะนั้นคุณทักษิณคงจะไม่มีบทบาทในการที่จะไปสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองอะไรมากมายเท่าไรแล้ว
ผมคิดว่าคุณทักษิณก็คงต้องระมัดระวังตัวแล้ว เพราะว่าเขาถูกจับตาดู ต้องไม่ลืมว่าฝ่ายที่ไม่พอใจคุณทักษิณมีเยอะแยะไปหมด
อำนาจต่อรองทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนี่แทบจะไม่มีเลย






ผมขออนุญาตที่จะเรียนว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ผมไม่บังอาจที่จะมาตั้งตัวสอนหรืออะไร คือปกติถ้าดูจากอดีตที่ผ่านมาคุณทักษิณก็จะสงบไม่ค่อยเป็น แต่ครั้งนี้มองต่าง เพราะว่าอาจจะมีบทเรียนมาแล้ว คือคุณทักษิณมีคนรักก็เยอะเพราะเป็นคนที่มีความสามารถหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะธุรกิจ-เศรษฐกิจมากกว่าความสามารถทางการเมือง
ขณะที่ศัตรูของทักษิณมองทักษิณแบบจงเกลียดจงชัง เกลียดเข้ากระดูกดำ ทำอะไรจะหาเรื่องตลอด
ผมคิดว่าคุณทักษิณคงจะได้ทบทวน ระมัดระวังตัวมากขึ้น
การเมืองไทยไม่มีเหตุบังเอิญ ในสมัยรัฐประหาร 2549 ก่อนที่คุณทักษิณจะไปสหประชาชาติ มีคนบอกคุณทักษิณว่าจะมีการยึดอำนาจ คุณทักษิณจะเชื่อหรือไม่ผมก็ไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบมามีการเตรียมการหน่วยทหารต่างๆ ที่เขามั่นใจว่าเป็นเพื่อนของเขาสามารถที่จะป้องกันได้ แต่สุดท้ายเราก็เห็นว่า “มันถูกวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว” และบรรดาคนที่เขาไปพูดด้วยน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายอำนาจฝ่ายตรงข้ามในการที่จะโค่นเขา
รวมถึงเรื่องที่กลับเข้ามาประเทศครั้งหลังนี้ มีการพัวพันกับข้อตกลงอะไรหรือไม่ ไม่รู้ แต่คุณทักษิณต้องเรียนรู้ได้แล้วว่า การไปตกลงกับสิ่งที่เรียกว่า “รัฐพันลึก” ต้องระมัดระวัง เพราะเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา พร้อมที่จะปฏิเสธข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของฝั่งเขาหรือทำประโยชน์ให้ฝั่งเขามากกว่าที่เคยได้รับปาก ซึ่งภาษาชาวบ้านอาจจะเรียกว่า “ทรยศหักหลัง”
ตอนนั้นเราก็เห็นว่าการกลับมาตอนนั้น เขาพูดแบบมั่นใจเลยว่าสงกรานต์ (ปีนั้น) อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะได้มาเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่ด้วย
การพูดแบบนี้ มันทำให้คนทั้งประเทศคิดลึกไปได้ว่าคุณมีข้อตกลงอะไรกับใครบางอย่างหรือเปล่า
คุณทักษิณควรจะต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตของตัวเองตั้งแต่สมัยรัฐประหาร 2549 จนมาถึงปัจจุบัน ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันออกมาเป็นอย่างไร
บทบาทจากนี้คุณสามารถที่จะให้คำแนะนำได้อยู่ในฉากหลัง เป็นกุนซืออยู่เบื้องหลังดีกว่า อย่ามีบทบาทหน้าฉาก มันเสียหายต่อตัวคุณเองมากกว่า นี่เป็นความเห็นส่วนตัวผม
คุณทักษิณเนี่ยยังอยู่ในฐานะที่เป็นตัวประกันอีกหลายเรื่อง และไม่ง่าย เพราะว่าฝ่ายขวาฝ่ายอำนาจนิยมฝ่ายอนุรักษนิยมมันมีอำนาจมาก แล้วมีความสามารถในการดำเนินการทางการเมืองและทางการทหารมากกว่า
คุณทักษิณยังเป็นตัวประกันอย่างน้อยๆ ก็ 2 เรื่อง คือ 112 และน้องสาว

ชนชั้นนำ แม้เบ็ดเสร็จ
แต่จะแพ้ภัยตัวเอง?
ถ้าดูประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทย “ชนชั้นนำ” ดำเนินการต่อสู้ทางการเมืองมายาวนาน ตอนหลังๆ เขาเริ่มเรียนรู้แล้วว่าการใช้อำนาจทางการทหารเข้ายึดอำนาจ มันสร้างความเสียหายให้กับพวกเขามากกว่า เพราะประชาชนจะเกลียดชังและรุมประณาม
เลยมาจัดการกับรัฐธรรมนูญ เพราะเขาเห็นผลชัดแล้วว่า “รัฐประหาร 2549 เสียของ” จากแทนที่จะใช้ปืนฆ่าคน ก็มาใช้รัฐธรรมนูญ คุณจะเห็นเลยว่า ส.ว.มีอำนาจมหาศาล สมมุติถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นรัฐบาล “องค์กรอิสระ” ก็จะเล่นงานพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ตั้งขึ้นมา รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้
สิ่งที่เขาเรียนรู้อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า เขาใช้กระบวนการยุติธรรมลุยฟ้อง ยื่นกล่าวโทษ
แต่ผมเองมองว่า “ชนชั้นนำ” ในอนาคตน่าจะมีปัญหาแน่ อาจพลาดทางยุทธศาสตร์ อาทิ เรื่องไทยเทาจีนเทา มันมีส่วนพัวพันไปกับผู้มีอำนาจรัฐเยอะแยะไปหมด กับเรื่องทุนผูกขาดคุณเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติไปมอบให้ ผมมีความเชื่อของผมว่าชนชั้นนำจะทำผิดพลาดอย่างมากในเชิงการทำงาน เชิงนโยบายที่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมากมายและกระทบต่อประชาชน จนความเกลียดชังของพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจจะเอาชนะใจประชาชนได้อีกต่อไป
เรียกว่า “แพ้ภัยตัวเอง” เพราะความที่มีอำนาจแทนที่จะทำประโยชน์ต่อประชาชน แต่กลับแสวงเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของกลุ่มพวกของตัวเอง
การเมืองภาคประชาชน
ไม่เข้มแข็งแล้ว?
ภาคประชาชนวันนี้มีโซเชียลและออนไลน์ที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันที และถ้าหากว่ามีความคิดเห็นที่แหลมคมและเป็นประโยชน์ต่อประชาธิปไตยคนเข้าไปอ่านเป็นล้าน ผมเชื่อว่าโซเชียลมันจะช่วยทำให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยรวมกลุ่มกันได้อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนตั้งแต่อดีตมาเขามีการจำแนกแยกแยะมากขึ้น
ย้อนไปตอนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาเมื่อปี 2554 เขาหวังว่าเขาจะชนะการเลือกตั้ง เพราะว่าเสื้อแดงถูกกวาดหมดเลย เข้าคุกหมดเลย แล้วก็ฆ่าไปเยอะ
แต่กลับกลายเป็นว่ากระแสตีกลับ คุณยิ่งลักษณ์ได้คะแนนตั้ง 15.7 ล้าน คนไม่เห็นด้วยกับการที่ทหาร + รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชน 2 มือเปล่า
มาปี 2562 เพื่อไทยได้คะแนนหล่นลง มีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นแล้ว เขาได้ 6 ล้านเสียง ประชาชนเขาก็เลือกโดยมีดุลยพินิจวิจารณญาณ ไม่ได้เลือกโดยคลั่งไคล้ ลุ่มหลงอย่างปักตัวปักใจไปเลย ไม่ใช่ของตาย พอมาเป็นพรรคก้าวไกลเขาก็ขึ้นมาอีก
แต่พอพรรคส้มตัดสินใจทางการเมืองผิด เรื่องโหวตตาม MOA จับมือกับอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดช่องให้เขาเติบใหญ่ แทนที่จะปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยทะเลาะกันจนล่มไปข้าง คุณกลับชูอนุทินขึ้นมา ซึ่งมันผิดนะ ใครๆ ก็บอกตอนนั้นแล้วว่าอย่า
วันนี้พรรคส้มต้องไม่ทำผิดทางยุทธศาสตร์อีกแล้ว การบริหารจัดการภายในของพรรคคุณต้องไม่มีช่องโหว่ มันอยู่ที่พรรคประชาชนต้องปรับตัวเอง
ขณะนี้ดูแล้วพรรคการเมืองทั้งหมดประชาชนฝากความหวังไว้แค่พรรคเดียวก็คือพรรคประชาชน เพราะว่ามีท่าทีชัดเจนเรื่องการปรับโครงสร้าง รัฐธรรมนูญ ปรับโครงสร้างทหาร ปรับโครงสร้างตำรวจ ปรับโครงสร้างงบประมาณ
ที่สำคัญที่สุด วันนี้มีแต่พรรคประชาชนที่เขาพูดชัด ว่ารัฐที่ฆ่าประชาชนที่เห็นต่าง คดีต้องไม่มีอายุความ
ชมคลิป
