เปิดตัวหนังสือ “ข้าม เคลื่อน เลื่อน ย้าย” เมื่อการค้าทางเพศ มีพลวัต-มูลค่าศก.สูงกว่าที่คิด

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 เมื่อเวลา 17.00 น. ที่งาน Matichon Book Fair 2021 สำนักพิมพ์มติชนได้จัดงานเปิดตัวหนังสือ ที่แปลงจากงานวิจัยอย่าง “ข้าม เคลื่อน เลื่อน ย้าย” ว่าด้วยพลังเศรษฐกิจของการค้าบริการทางเพศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ถือเป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ ที่สนใจเศรษฐกิจในมิติทางพฤติกรรมและเชิงสถาบันที่มีผลงานกล่าวขานในเวลานี้
ผศ.ดร.ธานีได้กล่าวเปิดถึงที่มาของวิจัยสู่หนังสือว่า หากกล่าวถึงงานศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะงานวิจัยด้านบริการทางเพศ มีสัดส่วนน้อยกว่า หรือเวลาเราคุยกันเรื่องทางเพศ คิดถึงอะไรบ้าง คนส่วนใหญ่บอกว่าก็จะคิดไปถึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควร สิ่งต้องห้าม ไม่ควรคิด ไม่ควรพูด เพราะทางเพศดูเหมือนตรงกันข้ามกับสังคมไทย คิดไปไกลถึงคุยเรื่องเพศเป็นสิ่งที่ผิด เป็นของต่ำในสังคมไทย เวลาคนไทยคุยเรื่องนี้แปลกใหม่
ซึ่งการคุยเรื่องนี้จะแบ่งเป็นคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกมองเพศเป็นเรื่องบาป กฎหมาย ค่านิยม วัฒนธรรมถูกชี้นำโดยศาสนา ไม่แปลกอาจเพราะป้องกันเรื่องครอบครัว
กลุ่ม2 คือเพศไม่ใช่เรื่องบาป ญี่ปุ่นจะมีลักษณะแบบนี้ และ
กลุ่มที่ 3 ไม่ได้มองเฉพาะเป็นสิ่งที่ไม่ควรคิดถึงหรือรู้สึกผิด ประเด็นความคิดนี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การเมืองอย่างไร
ถ้าเราจินตนาการเรื่องเพศ ขึ้นอยู่กับอะไร เพศคือความต้องการทั้งที่ทุกคนสามารถมีความต้องการทางเพศ ค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดช่วงชีวิตเรา เพศเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต นึกถึงมนุษย์คนหนึ่งมีความต้องการนี้กี่ครั้ง ยิ่งไม่ถูกกดโดยสังคม ยิ่งเพิ่มจำนวนครั้งมากขึ้น ความรู้สึกต้องการมีมากมายมหาศาล นักเศรษฐศาสตร์เห็นว่า จำนวนทั้งเวลา มีความต้องการด้วยแปลว่า มีมูลค่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะไม่จัดเก็บ อุปสงค์ทางเพศเกิดขึ้นและดำรงอยู่โดยธรรมชาติ
มนุษย์มีความต้องการตลอดไม่มีฤดูกาลและกระตุ้นได้ตลอด แปลว่าอุปสงค์หรือความต้องการทางเพศในสังคมหนึ่งมีมหาศาล โจทย์ใหญ่ที่ตลาดจัดการคือ อุปสงค์ที่มีนั้น อุปทานที่ตอบสนองตลาดนี้ในแต่ละประเทศทำอะไรบ้าง
เวลาเราพูดถึงอุปทานทางเพศ อาจนึกถึงเพศสัมพันธ์ ซื้อบริการ แต่ถ้ามองไกลกว่านั้น อุปทานที่ตอบสนองอาจหมายถึงฟรีเซ็กซ์ การค้าเซ็กซ์ทอย การบำบัด หนังสือโป๊ หนังโป๊พร้อมกับเรียนรู้การบำบัดด้วยตัวเอง ซึ่งขับเคลื่อนพร้อมกับบริการทางเพศ
ถ้ามีการตอบสนองและไม่รู้สึกผิด การตอบสนองจะสมดุล แปลว่าอุปสงค์ทางเพศ มีเหมือนกันทุกสังคมแต่ภาครัฐแต่ละประเทศมีการจัดการอย่างไร บางประเทศ ห้ามคิด ห้ามพูด ห้ามสารพัด หรือแม้แต่ช่่วยตัวเองยังคิดหนัก อุปสงค์มากแต่อุปทานไม่ตอบสนอง ห้ามคิด อาจทำให้คิดน้อยลง แต่ประเด็นคือ การลดผสมพันธุ์ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เราจะเห็นรูปแบบจัดการสิ่งนั้น บางทีมีการค้าเสรีแต่ไม่มีเปิดทางเพศ หรือบางที่ใช้เซ็กส์ทอยหรือหนังโป๊ถูกกฎหมาย การจัดการโดยสมดุลเป็นเรื่องใหญ่ มากกว่าค้า-ไม่ค้าบริการ
ความสนใจของสิ่งนี้คืออะไร?

การค้าทางเพศ เศรษฐกิจนอกระบบพลวัตสูง?
ผศ.ดร.ธานีกล่าวต่อว่า กลับมาที่ไทย อุปสงค์ทางเพศมีอยู่โดยธรรมชาติแต่อุปทานทางเพศถูกจำกัดมาก แม้แต่ความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างคน เกิดอะไรขึ้น ก็อยู่ไม่ได้ ต้องเกิดตลาดมืดเพื่อตอบสนองและชดเชย อาจเรียกเป็นเศรษฐกิจนอกระบบ ผู้ประกอบการลับ หรือไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องให้บริการสิ่งนี้
ในประเทศไทย เศรษฐกิจนอกระบบใหญ่มากและมีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการเพราะรัฐกำกับไม่ได้ และน่าสนใจว่ารัฐกำกับ เศรษฐกิจนอกระบบกลับตอบสนองดีมาก สมมติตัดความตาย ความเขินไปก่อน อยากได้เซ็กส์ทอยซักชิ้นหรือสตรีมมิ่งหนังโป๊ หรือซื้อบริการทางเพศ หาได้โดยถามคนไม่กี่คน
เร็วกกว่าของบางอย่างอีก ประสิทธิภาพล้ำขนาดไหน และนี่เกิดขึ้นในสังคมเรา ในสังคมหนึ่ง โจทย์ใหญ่เป็นเรื่องการจัดการตลาดทางเพศ ซึ่งต้องถอยมากกว่าเรื่องบาปกรรม เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างร่วมกัน อุปทานทางเพศที่พูดถึง กลุ่มหนึ่งที่สำคัญคือ ผู้ค้าบริการทางเพศ
องค์กรระหว่างประเทศ เรียกผู้ค้าทางเพศว่าผู้บังคับให้บริการทางเพศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับค้ามนุษย์แน่นอน ถ้าคนไม่สมัครใจเรียกว่า Sex worker เราจะจัดการ Sex worker ยังไง คนที่ถูกบังคับยังไงก็ผิด แต่ถ้าคนสมัครใจ เราจะจัดการยังไง ทำความเข้าใจยังไง
หนังสือเล่มนี้ จะพูดถึงบริบทที่เปลี่ยนไป และเศรษฐกิจที่ปรับตัวเร็ว ตอบสนองความต้องการ ซึ่งไม่หยุดอยู่กับที่ และเรามองไม่เห็นเพราะอยู่นอกระบบ ปัจจุบันหลายอย่างเปลี่ยนไป
เราจะมาดู 4 ประเด็นในงานวิจัย คือ ข้าม เคลื่อน เลื่อน ย้าย

4 มิติทางเศรษฐศาสตร์การค้าบริการทางเพศ
ผศ.ดร.กล่าวถึงพลวัตแรก เราเห็นการ “ข้าม” หรือข้ามพรมแดน การค้าทางเพศมีลักษณะหนึ่งคือต้องการมีรายได้แต่ไม่อยากถูกตีตรา ผู้ค้าจึงไปค้าที่อื่นไม่ใช่ชุมชนตัวเอง ต้องเดินทางไกล ยุคต่อมามีความเป็นเมือง ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยให้คนต่างถิ่น ความต้องการกระจุกตัว จากชนบทสู่เมืองในประเทศเดียวกัน
การขับย้ายระหว่างประเทศยังยากอยู่ ต่อมาการพัฒนาเริ่มเติบโต เริ่มเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน บินไปสิงคโปร์ ฮ่องกง ต้นทุนไม่แพงมาก ถ้ามีคนรู้จักยิ่งดีใหญ่ ภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยาก พอย้ายเข้าสู่เมือง มีคนมีความรู้ มีศักยภาพระดับหนึ่งแล้วย้ายบินไปประเทศใกล้เคียง การค้าหลายรูปแบบ ผ่านผู้ประกอบการบ้าง ทำวีซ่า ทำการค้าแบบลับ
อีกกลุ่มคือ ถ้าค้าแบบปัจเจก ทำเหมือนนักท่องเที่ยวตามผับบาร์ ถูกใจก็นัดเป็นครั้งคราว ต้นทุนเดินทาง ค่ากินอยู่ เทียบค่ารายได้บริการนั้นถึง นอกเหนือจากความเสี่ยงน้อย ไม่ต้องกลัวเรื่องตราบาปเพราะออกข้างนอก จึงเห็นการเคลื่อนย้ายมากขึ้น เริ่มจากใกล้แล้วก็ไกลขึ้น แล้วไกลไปอีกถึงยุโรปหรืออเมริกา เพราะฉะนั้นแปลว่า โลกาภิวัฒน์แสวงหารายได้มากขึ้น
การถูกตีตราลดลงและใช้ศักยภาพมากขึ้น คนที่มีศักยภาพสูงก็ใช้ทางเลือกนี้ เวลาเราพูดถึงโลกาภิวัฒน์ ไม่ใช้แค่สินค้าในชีวิตประจำวัน แต่ยังรวมถึงการบริการทางเพศและการเคลื่อนย้ายแรงงาน
พลวัตที่ 2 “เคลื่อน” การเคลื่อนตัว คนทำงานยุคหนึ่งก็มีพัฒนารูปแบบไปเรื่อยๆ อาจทำให้มูลค่าสูงขึ้น หรือมีรูปแบบขายหลากหลายมากขึ้น หมายถึงว่า ผู้ขายรายได้ ผู้ซื้อได้ประโยชน์มากขึ้น ในขณะที่ความหลากหลายผู้ซื้อมีตัวเลือก ผู้ขายก็ขายสิ่งที่ตัวเองถนัด
เรานึกถึงการค้าทางเพศ นึกถึงการจ่ายเงิน ใช้บริการแล้วกลับบ้าน แต่ตอนนี้มีมูลค่ามากขึ้น เป็นไกด์รับนักท่องเที่ยวเป็นอาทิตย์ ดูแลบริการ หลายๆอย่าง ทำรายได้ไม่ต้องทำแค่บริการทางเพศอย่างเดียว หรือไปเที่ยวเป็นเพื่อน รับจ้างเป็นแฟน พวกนี้เป็นสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่ม เวลารับจ้างเป็นเพื่อน ถูกใจก็ไปต่อ แปลว่าผู้ค้ามีสิทธิเลือก ก็จะกลับไปคำถามถูกกดขี่การเลือกก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น
ยังมีการซอยย่อยงานเดิม เดี๋ยวนี้งานเป็นมากกว่า ถ้าอยากคุยอย่างเดียว ก็มีนวด ใช้มือ ใช้ปากหลากหลาย จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ในขั้นสุดท้ายไหม ไม่แน่ แล้วแต่ผู้ค้าเต็มใจหรือไม่ แปลว่า ไม่ได้ขายล็อตใหญ่แต่ซอยย่อย แปลว่าผู้ซื้อจ่ายเฉพาะทีตัวเองอยากได้ ผู้ขายขายเฉพาะที่ตัวเองอยากทำ
การต่อยอดทำให้รายได้เพิ่มขึ้น การแตกย่อยทำให้พอใจสูงขึ้น ทำทั้งกิจกรรมหรือบางกิจกรรม สามารถทำได้ นี่ลักษณะพิเศษของตลาดทางเพศ ที่ก้าวหน้ามาก ตลาดไทยสามารถขายเป็นรายอวัยวะ ไม่มีที่ไหนอีก ไม่แน่ใจเราควรดีใจไหม แต่ตลาดบ้านเราล้ำหน้ามาก นี่คือพัฒนาที่เห็นมาก นำไปสู่อีกขั้นคือ การทำกิจกรรมหลังนี้ ผิดศีลธรรมไหม อาจใช้อุปกรณ์หรืออวัยวะอื่นติดโรคน้อยลง อาชญากรรมน้อยลง
พาให้คิดหลายอย่าง
พลวัตที่ 3 การเลื่อน คือเลื่อนตำแหน่ง ผู้ค้าทางเพศเป็นอาชีพอิสระ แต่มีเลื่อนบทบาทการทำงาน นึกภาพในตอนแรก อาจคิดว่าผู้ค้าคือค้าแล้วจบ เป็นลูกจ้างไปตลอด สิ่งหนึ่งที่ประเทศหนึ่งให้โอกาสการค้ามีความเสรีมากขึ้น ซึ่งไม่เกิดในไทย คือผู้ค้าที่อายุวัยรุ่นและมีใบอนุญาต อยู่ในช่วงที่พัฒนาทักษะจนมีรายได้สำหรับช่วงวัยบั่นปลาย มีบางประเทศให้ผู้ค้าบริการทางเพศสอบมีการศึกษา จบออกมาเหมือนมีปริญญาโท 2 ใบเพื่อให้ผู้ค้าบริการที่เลิกทำแล้วมีทักษะที่ไปต่อได้
เราแทบไม่คุยกันในไทยเลย 2 เรื่องคือ
หนึ่ง ถ้าเขามีทักษะบริหารระหว่างการค้า หาคนเป็น กลายเป็นผู้จัดหา ซึ่งเป็นทักษะจัดการคน ตอนที่เราเป็นผู้ค้า เราสามารถต่อยอดกลายเป็นผู้ประกอบการ หลายประเทศที่เปิดเสรีทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะอายุมากขึ้นก็รายได้ลดลง ต้องทำแบบรายสัญญา เจอกันกี่ครั้ง ภาษาวิชาการเรียกว่า สัญญาแบบเด็กเสี่ย-เมียน้อย ซึ่งเป็นทางออกของการค้าและยังมีเส้นทางไหนบ้างที่ทำได้
ความน่าสนใจคือถ้าออกจากตลาด จะลดในช่วงหลัง
สอง ในวัย 20-33 พอออกจากผู้ค้าแล้วไม่มีทักษะ ในบางประเทศที่คนความรุ้น้อยโอกาสในเลื่อนชนชั้นหรือเพิ่มรายได้จะต่ำมาก พอเลิกทำได้ รายได้เฉลี่ยยังดีกว่าทำงานในระบบแล้วไม่มีโอกาสเติบโตเลย ซึ่งเป็นประเด็นที่แทบไม่เคยพูดถึง การสะสมทุนในช่วงหนึ่งที่เขาทำได้หรืออาจสูงกว่า เพราะรายได้ไม่ได้สูงขึ้นแต่อยู่แบบนี้ตลอด ถ้าเห็นคนทำงานตั้งแต่เกิดจนเกษียณแต่ไม่ได้รายได้เพิ่มขึ้น นี่คือสภาพที่เราเห็นของการเลื่อนตำแหน่งเข้าสู่บริการทางเพศ
เป็นโอกาสไปสู่ช่่องทางอื่น เราจะเห็นคนกลุ่มหนึ่งไปเป็นเมียฝรั่งหรือดูแลคนอื่นในต่างประเทศ แปลว่าพลวัตที่สำคัญคือ ผู้ค้าที่เคลื่อนย้ายได้ ไม่ใช่เฉพาะตัวเอง แต่บทบาทของผู้บริการทางเพศเลื่อนไหลไปได้ ตามศักยภาพ ความสามารถหรือปฏิสัมพันธ์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นการสื่อสารด้านอารณ์ซึ่งสั่งสมตอนทำงานบริการทางเพศ
พลวัตที่ 4 การย้าย ย้ายคือ การย้ายแพลตฟอร์มการค้า การค้าบริการทางเพศอาจคือ ไม่ว่ายังไงสุดท้ายจบที่ออฟไลน์ ซึ่งสมัยก่อนได้เปรียบตรงสถานประกอบ ตกลงเสร็จจบในนั้น ต่อมาการค้าทางโทรศัพท์ในเว็บบอร์ดและนัดจบ การใช้โทรศัพท์หรือเว็บบอร์ดทำให้เข้าถึง่ายขึ้นแต่กังวลความปลอดภัย
แต่พอมีแอพลิเคชั่นหรือดิสรัปชั่นดิจิตัล การสื่อสารเร็วเข้าถึงมากขึ้น อาจดูรูปไม่ชัดว่าเราเป็นใคร และสื่อสารในวงกว้างได้ จุดสำคัญของก่อนหน้านี้คือ กลัวอันตราย ทั้งคนขายและคนซื้อ โดยเฉพาะคนขายกลัวเพราะเป็นผู้หญิง แต่แอพลิเคชั่นและไลน์กลุ่ม พอตกลงก็นัดสถานที่ แล้วรายงานถึงคนอื่นว่าปกติ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็เช็คกันแบบเรียลไทม์ ซึ่งป้องกันความเสี่ยงแบบนี้
ตัวแอพลิเคชั่นเหล่านี้ ทำให้การค้าทางเพศปลดปล่อยศักยภาพที่เคยถูกกดโดยผู้ประกอบการ ที่เราคิดว่าการค้าทางเพศเคยถูกกดขี่จากมาเฟียหรือสถานประกอบหรือจนท.บางกลุ่ม พวกเขาสามารถทำเองได้และติดต่อกันอย่างงต่อเนื่อง
วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 กิจกรรมออฟไลน์เกิดไม่ได้ เลยนำไปสู่อาชีพใหม่คือ Sex Creator ผู้ขายผลิตและจัดการเอง ทำคอนเท้นต์ทางเพศให้ผู้ชม สุ่มสมาชิกมาร่วมทำคอนเท้นต์ ทำให้การสื่อสารถูกลง เรียลไทม์ เก็บเงินได้มากขึ้น และจำกัดวงปิดได้ กิจกรรมออฟไลน์ที่เคยเป็นหัวใจได้เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบอืนและกิจกรรมหลักก็ทำได้เอง ไม่ต้องกลัวโควิดหรือโรคติดต่อ
หัวใจสำคัญของปลายทางนี้ นำไปสู่คำถามหลายเรื่อง การมีอะไรคู่นอนตัวเอง คนรัก เป็นสิ่งผิดไหม? การขายบริการคนอื่นด้วยตัวเอง สถานการณ์นี้กดขี่หรีอเปล่า? การค้าบริการของชายเป็นการกดขี่ผู้ชายไหม? จะมีตราบาปไหม?
แล้วกฎหมาย จะจัดการยังไง เพราะถ้ามีกฎหมายห้ามทุกอย่างไม่ให้เกิดขึ้น แปลว่าอุปสงค์เหลือเยอะ อุปทานให้ได้ไม่กี่กลุ่ม การห้ามทั้งหมด ไม่ได้แปลว่าส่งผลทั้งหมดแต่บางคนได้ประโยชน์ แต่สิ่งที่ต้องคิดว่า ถ้ากฎหมายเปิดเสรี จะจัดการสะสมทุนยังไง?และสุดท้ายการศึกษาที่ผ่านมาในระดับประถม มัธยมมักเริ่มด้วยศีลธรรมและความกลัวโรคติดต่อ ซึ่งไม่ได้ผิด แต่กรอบเรื่องโรคติดต่อหายไปมาก
และการให้เคารพยอมรับศักดิ์ศรี กลับเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่ได้ถูกบรรจุในตำราเรียน
ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธานีกล่าวว่า สิ่งสำคัญก่อนจบอยากบอกว่า สิ่งที่เราได้เห็นคือเศรษฐกิจนอกระบบ ไม่ได้อยู่กับที่หรือล้าหลัง แต่ปรับตัวตลอดเวลา แล้วพอมองกลับมาจะเห็นว่ามีความพยายามทำให้เหมือนเดิมอย่างในอดีต
