bg-single

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ : ชวนฝันถึงประชาธิปไตยที่ไกลกว่า ‘อำนาจอธิปไตยเป็นของ ปชช.’

10.12.2022

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2564 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย จัดงาน PRIDI Talks #18 x SDID “หนทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”

บรรยากาศเวลา 09.35 น. มีการเสวนา PRIDI Talks #18 x SDID “หนทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” โดยมีวิทยากร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ได้แก่ นายกล้า สมุทวณิช นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ, ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ดำเนินรายการโดย นายวิโรจน์ อาลี

เมื่อถามว่า ในระบบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์มีปัญหาอะไรบ้างที่ทำให้ผู้เรียนไม่ศรัทธาระบอบประชาธิปไตย?

ผศ.ดร.พิชญ์กล่าวว่า ช่วงเรียนหนังสือเราไม่ได้เรียนวิชาประชาธิปไตยเลย เมื่อปี 2530 ไม่มีวิชานี้ ทุกอย่างเรียนเป็นเรื่องต่างประเทศทั้งหมด ยุคนั้นสนใจในการท่องระบอบการเมือง ว่าในโลกมีระบอบแบบไหนบ้าง ท่องส่วนผสมสังคมนิยม ประชาธิปไตย ไล่เรียงเป็นประเทศๆ ไป ดังนั้น ประเด็นรัฐศาสตร์จึงสอดคล้องกับพัฒนาการของวิชาประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งแนวคิดเรื่องการปฏิวัติ 2475 ยังไม่อยู่ในตำราเรียนด้วยซ้ำ

“ถ้าจะถามความตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตยของเด็ก น่าจะอยู่นอกห้องเรียนมากกว่า ใกล้ตัวหน่อยคือการเรียนเรื่องประชาสังคม ออกไปทางขบวนการประชาชนมากกว่า ความเชื่อมันของนิสิตที่ว่าด้วยการเลือกตั้งเป็นที่มาของประชาธิปไตย คงไม่ใช่” ผศ.ดร.พิชญ์ระบุ

เมื่อพิธีกรถามว่า ทุกวันนี้อาจารย์ก็สอนแล้ว แต่ก็ยังมีคนไม่ศรัทธาระบอบประชาธิปไตยอยู่?

ผศ.ดร.พิชญ์กล่าวว่า ตนคิดว่าจุดเปลี่ยนของสังคมไทยอยู่ที่ปี 2549 ที่ทำให้เห็นอะไรเยอะ เกิดการกลับไปตั้งหลักเรื่องปี 2490 ส่วนเรื่องการตั้งหลัก เรื่องเหตุการณ์ 2475 เกิดขึ้นหลังจากนั้นเมื่อไม่นานมานี้ เด็กๆ เริ่มมีแนวคิดเรื่องคณะราษฎรที่ 2 เริ่มสนใจในวิชาการ การเมืองไทยสมัย ซึ่งตนสอนเรื่องการอภิวัฒน์สยาม 2745 ประมาณ 4 ครั้งแล้ว จากสมัยก่อนแทบจะไม่ค่อยสอนกัน เนื้อหาหลักมาอยู่ที่ 2475 เพราะเด็กปัจจุบันสนใจ

“ในสังคมตะวันตกเองการตั้งคำถามกับสังคมประชาธิปไตยเป็นเรื่องปกติ ขณะเดียวกันบรรยากาศในการเรียนก็สำคัญ เราไม่สามารถสอนเรื่องนี้โดยที่ไม่สัมพันธ์กับชีวิตเด็กได้ เด็กเขาได้ถกเถียง เข้าใจเพิ่มขึ้น ผมคิดว่าบริบทสังคมนอกห้องเรียนเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่าเด็กที่ออกมาข้างนอก ออกมาเพราะสภาพบรรยากาศรอบตัวมากกว่าจากการเรียน เขาไปหาข้อมูลข้างนอกมากกว่า ไม่ได้มาจุดประกายความคิดในห้องเรียน ซึ่งบางครั้งคือการเรียนรู้เรื่องการอยู่กับคนที่เขาไม่เห็นด้วย ต่างเจเนอเรชั่นมากกว่า ในห้องเรียนเป็นการฝึก เพราะเขามีความรู้นอกห้องเรียนเยอะกว่า” ผศ.ดร.พิชญ์กล่าว

เมื่อพิธีกรถามว่า สังคมไทยเรียนรู้เรื่องการประนีประนอมมากน้อยแค่ไหน ความหวังในสังคมหมดไปเพราะสู้แล้วแพ้บ่อยๆ จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดการประนีประนอม?

ผศ.ดร.พิชญ์กล่าวว่า ตนใช้คำว่า Contested compromise มันเป็นการวางเกมที่ทุกคนคิดว่าตัวเองเล่นได้ เรื่องประชาธิปไตยตนมี 2 มุม คำว่า “ของประชาชน” แล้วจะไปไหนต่อ เพราะในโลกนี้เราอ้างประชาชนเยอะมาก ประชาธิปไตยในโลกนี้ไม่ถูกยอมรับว่าเป็นระบอบที่ดีที่สุด จนกระทั่งถูกบวกไปด้วยหลักการเสรีนิยม แต่ว่าในโลกนี้มีข้อจำกัดอีกเยอะมาก คิดว่าในตอนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศไทยไปไกลกว่านั้นอีก เลยประชาธิปไตยเสรีนิยมไปตั้งแต่จุดตั้งต้น สิ่งที่ อ.ปรีดี พนมยงค์ เขียนในเค้าโครงเศรษฐกิจ ตนว่าไปได้ไกลกว่านั้น แต่กระบวนการตามไปไม่ทันตั้งแต่ต้น

“ในความเป็นจริงผมคิดว่าต้องมีหลักไปควบคู่กันในการแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไปจบที่ ‘อำนาจอธิปไตย เป็นของประชาชน’ ถ้าพูดอย่างแรงที่สุด มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะว่าสมัยก่อนที่เรียน เถียงกันอยู่แค่ว่า ‘เป็นของ’ หรือ ‘มาจาก’ ร่างใหม่ก็ยังเถียงกัน ซึ่งไม่ได้ต่างแค่การเล่นคำ แต่ชุดความคิดต่างกันโดยสิ้นเชิง ข้อถกเถียงแบบนี้น่าสนใจ ผมว่าถ้าเคลื่อน ประชาชนไม่ควรจะเคลื่อนโดยอธิบายว่า ‘ต้องการกฎหมายที่เป็นของประชาชน’ เพราะเชื่อว่า ‘ประชาชนต้องมีชุดความคิดที่ชัดเจน ว่าถ้าประชาธิปไตยเป็นของประชาชนแล้ว มันคืออะไร’ คุณก็ยังไม่เข้าใจว่าเสรีภาพนั้นละเมิดคนอื่นไม่ได้ จะควบคุมทำอย่างไร

การเมืองในสมัยใหม่เราพบแล้วว่า เผด็จการกับประชาธิปไตยไม่ได้แยกขาดออกจากกัน และพบเสมอว่า ถ้าไม่มีหลักการอะไรกำกับ ประชาธิปไตยกลายเป็นเผด็จการได้ง่ายมาก ในทางกลับกันเราก็พบว่าเผด็จการฉลาดพอที่จะเอาประชาธิปไตยเป็น ‘หน้าร้าน’ เผด็จการแฮปปี้ที่จะมีสภาที่จะแจกกล้วยก็ได้ เขาไม่ได้ห้าม เขาใช้ประโยชน์จากหน้าตาของสถาบันประชาธิปไตยบางอย่างอย่างชาญฉลาดเสมอ เขาปล่อยให้มีการเลือกตั้ง สิ่งที่เห็นคือการหมกเม็ดในแต่ละจุด ไม่มีเผด็จการที่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป มันใช้ประชาธิปไตยเยอะมากในนั้น

พอยต์ผมสั้นๆ อยู่ที่ว่า ประชาชนต้องมีความใฝ่ฝันที่มากกว่าคำอธิบายว่า ‘อำนาจเป็นของเรา’ แต่หมายความเหมือนกับการใช้เสรีภาพ ไม่ใช่ใช้เสรีภาพเพื่อหนีไปจากอะไร หรือมีประชาธิปไตย เพื่อหนีออกจากเผด็จการ สิ่งสำคัญคือ ‘ถ้ามีประชาธิปไตยแล้ว จะทำอะไรบ้าง’ เหมือนโจทย์ที่เด็กถาม ถ้าการเมืองดี? เราจะทำอะไรได้ แปลว่าเราต้องคิดต่อว่า ถ้าเป็นประชาธิปไตยแล้วจะทำอะไรบ้าง 1 2 3 4 ที่มันเป็นประโยชน์ ไม่ใช่มีแล้วจะทำอะไรก็ได้ เป็นโจทย์ที่ต้องเริ่มจากรู้สึกว่าจะมีประชาธิปไตยไปเพื่ออะไร นอกจากเพื่อยืนยันว่าเป็นอำนาจสูงสุดของเรา การมีประชาธิปไตยคือการพิสูจน์อะไร มันเป็นโปรเจ็กต์ที่คนที่อยากมีประชาธิปไตยต้องมีคำตอบ หรือมีความฝันที่มากไปกว่าการมีประชาธิปไตย” ผศ.ดร.พิชญ์ชี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี