bg-single

สรุปคดีดังเมืองปราจีน ฆ่า ‘ส.จ.โต้ง’ คาบ้านใหญ่ นิติวิทยาศาสตร์คืนความยุติธรรม ประหาร ‘โกทร-ลูกสมุน’

02.10.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญา ข่าวสด

เสียงปืนที่รัวดังสนั่นในบ้านใหญ่ปราจีนบุรี วนกลับมาปิดฉากลงด้วยคำพิพากษา นับเป็นอีกคดีดังที่พิสูจน์ว่า ไร้ซึ่งอิทธิพลใดอยู่เหนือกฎหมาย และหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหก

ศาลสถิตยุติธรรมใช้เวลาในการพิเคราะห์พิจารณาคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมพวก ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 เป็นจำนวน 567 วัน

ก่อนที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ 629/2568 ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2569 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยรวม 8 คน

ประกอบด้วย นายธนศรัณย์กรณ์ เตชะธนัตถ์โชติ (จำเลยที่ 1) นายศักดิ์สิทธิ์ ชินวงษ์ หรือตูน (จำเลยที่ 2) นายธนภัทร ส่งแสง หรือแนว (จำเลยที่ 3) นายอภิสิทธิ์ สดชื่น หรือบาส (จำเลยที่ 4) นายสิทธิชัย ศรีภักดี หรือจิ้ม (จำเลยที่ 5) นายภัทรนนท์ บุญชู หรืออ๊อฟ (จำเลยที่ 6) นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร (จำเลยที่ 7) และ น.ส.มินช์ญารัศน์ พชระมารกุล หรือเมย์ (จำเลยที่ 8)

ในข้อหาร่วมกันฆ่านายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ ส.จ.โต้ง อดีต ส.อบจ.ปราจีนบุรี

โดยศาลพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1, 2, 4 และ 7 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น

แต่เนื่องจากมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมสั่งให้ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่พี่ชายของผู้เสียชีวิตในฐานะผู้จัดการมรดก เป็นเงิน 801,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

การพิจารณาคดีของศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแวดล้อมทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างถี่ถ้วน

แม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นการยิง แต่ผลการจำลองเหตุการณ์ คราบเขม่าดินปืน และวิถีกระสุนปืน ยืนยันว่า จำเลยที่ 1 นายธนศรัณย์กรณ์ และจำเลยที่ 2 นายศักดิ์สิทธิ์ ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนพบกระสุน 2 ขนาดในร่าง

ขณะที่จำเลยที่ 4 นายอภิสิทธิ์อ้างว่าซ่อนตัวในห้องเก็บของ แต่ถูกตรวจพบคราบเขม่าดินปืน และเคยให้การว่าจำเลยที่ 7 นายสุนทร สั่งว่าหากผู้ตายมา ให้ฟาดมันเลย

ด้านนายสุนทร จำเลยที่ 7 อ้างว่าใช้อาวุธปืนลูกซองยาว ยิงขู่ไปนอกบ้าน 3 นัด แต่ตรวจพบคราบเขม่าดินปืนซึ่งเป็นการใช้อาวุธปืนของจำเลยที่ 2 ยิง จึงฟังไม่ขึ้น

ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยที่ 1, 2, 4 และ 7 ร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยมีเจตนา

แต่ไม่ใช่การฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ผู้ตายเดินย้อนกลับเข้ามาเอง

ส่วนข้อหาสมคบกันเป็นซ่องโจร ศาลยกฟ้องเนื่องจากไม่ได้มีการสมคบคิดกันมาก่อน

สำหรับจำเลยที่ 3 นายธนภัทร และจำเลยที่ 5 นายสิทธิชัย มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ให้จำคุกจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 8 เดือน ปรับ 7,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 5 เป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี

ส่วนจำเลยที่ 6 นายภัทรนนท์ และจำเลยที่ 8 น.ส.มินช์ญารัศน์ ศาลพิพากษายกฟ้อง

เนื่องจากพยานหลักฐานพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

ปฐมเหตุคำพิพากษาครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.30 นาฬิกา ของวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2567

พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ คำมาตย์ ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี (ตำแหน่งในเวลานั้น) รับแจ้งเหตุยิงกันภายในบ้านพักเลขที่ 21/1 ถนนวัดโรมันอุทิศ ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรีบรายงานให้ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี (ตำแหน่งในเวลานั้น) ทราบ

เนื่องจากเป็นบ้านพักของนายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นบ้านพักของ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยปฏิบัติการพิเศษนำกำลังเข้าปิดล้อม พบนายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ หรือ ส.จ.อุ๊ รองนายก อบจ.ปราจีนบุรี และ ด.ต.ศิลปชัย วงษ์นิกร หรือนายกตุ๋ย นายก อบต.บางเดชะ พร้อมกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนคุมเชิงอยู่กับคนในบ้าน

ตำรวจเจรจาจนฝ่ายในบ้านยอมวางอาวุธและเข้าตรวจสอบพื้นที่

บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นชั้นที่ 2 เจ้าหน้าที่พบศพนายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ ส.จ.โต้ง นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด สภาพถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองและปืนสั้นเข้าที่ใบหน้าและลำตัวรวม 22 นัด

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ตกเกลื่อนพื้น พร้อมร่องรอยคมกระสุนปืนกระจายตามพื้นไม้และกระจก

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลในบ้านได้ 7 คน ได้แก่ นายสุนทร เจ้าของบ้าน นายธนศรัณย์กรณ์ หรือกอล์ฟ นายศักดิ์สิทธิ์ หรือตูน ซึ่งสองรายหลังรับสารภาพว่าเป็นมือปืนผู้ก่อเหตุ พร้อมพวกและอาวุธปืนหลายกระบอก

ส่วนอีก 2 คนเป็นสามีและลูกชายของ น.ส.กนกวรรณ ที่อยู่อีกโซนของบ้าน

เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนไว้ดำเนินคดี ต่อมาวันที่ 12 ธันวาคม ปีเดียวกัน พนักงานสอบสวนคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ก่อนนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นเรือนจำที่มีมาตรการความมั่นคงสูง ด้วยตัวผู้ต้องหามีลักษณะและพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี

หากคุมขังที่เรือนจำปราจีนบุรี อาจเอื้อต่อการข่มขู่พยาน หรือให้เครือข่ายบริวารเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายกว่า

จากการสอบสวน ส.จ.อุ๊ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.จ.โต้ง โทรศัพท์มาเพื่อชวนไปคุยกับโกทร เรื่องการสนับสนุนเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี แต่หลังจากเผชิญหน้าพูดคุยกันเพียงพักเดียว ทั้งสองเกิดการโต้เถียงกันซึ่งเป็นเรื่องปกติของโกทรและ ส.จ.โต้ง

ก่อนที่โกทรจะร้องไห้บอกว่าจะช่วย จากนั้น ส.จ.โต้งจึงก้มกราบเท้าและพาโกทรขึ้นไปส่งที่ห้องนอน

ส.จ.อุ๊ระบุว่า หลังโกทรเข้าห้องนอนแล้ว จึงเดินออกจากบ้านไปพร้อม ส.จ.โต้ง แต่เนื่องจากประตูรั้วรีโมตยังไม่เปิด ส.จ.โต้งจึงเดินย้อนกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง จนกระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้น 2 ชุด

ด้านนายสุนทร หรือโกทร ให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่เห็นเหตุการณ์เพราะเข้าห้องนอนไปแล้ว ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งนายก อบจ. และไม่ได้ไฟเขียวให้สังหาร ส.จ.โต้ง และยืนยันว่ารักผู้ตายเหมือนลูกหลาน รวมถึงพูดคุยตกลงเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งทีมสืบสวนมือดี นำโดย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ตำแหน่งในเวลานั้น) ร่วมกับ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภาค 2 (ตำแหน่งในเวลานั้น) และ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 (ตำแหน่งในเวลานั้น)

สืบสวนเจาะลึกจนพบคลิปเสียงการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงระหว่าง ส.จ.โต้ง กับโกทร เรื่องที่ ส.จ.โต้งเตรียมส่ง น.ส.ณภาภัช อัญชสาณิชมน หรือ ส.จ.จอย ภรรยาของตน ลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในนามพรรคเพื่อไทย

โดยที่ ส.จ.โต้งเข้าพบนายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย โดยไม่ได้บอกให้โกทร ซึ่งอยู่ฟากพรรคภูมิใจไทยรับรู้

สะท้อนถึงศึกระหว่าง ‘บ้านใหม่’ กับ ‘บ้านใหญ่’

ประกอบกับผลการจำลองเหตุการณ์และการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พบ ส.จ.โต้งน่าจะถูกซุ่มยิงโดยไม่ทันตั้งตัวขณะเดินขึ้นบันได ก่อนถูกตามยิงซ้ำจนเสียชีวิต

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนในชั้นแรก เนื่องจากเชื่อว่ามีการวางแผนล่วงหน้า

หลังเกิดเหตุ ส.จ.จอย ภรรยาของผู้เสียชีวิต พร้อมนายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ เข้ายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการปราบปราม เพื่อขอให้โอนสำนวนคดีมาอยู่ในความดูแลของกองบังคับการปราบปราม

เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยและเกรงว่าจะถูกอิทธิพลท้องถิ่นแทรกแซงจนไม่ได้รับความเป็นธรรม

ส.จ.จอยได้ตัดสินใจเดินหน้าต่อสู้ทางการเมือง ด้วยการประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในนามพรรคเพื่อไทย กลางงานศพของสามี ซึ่งได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากแกนนำการเมืองระดับชาติที่เดินทางมาร่วมงาน

และเธอก็ทำสำเร็จได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายก อบจ.ปราจีนบุรี ตามความตั้งใจ เมื่อต้นปี 2568

แต่สุดท้ายถูกคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตามกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด) สอยจากตำแหน่ง ด้วยมีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากมีชื่อถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชน

เนื่องจากคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นการลั่นไกปืนโดยตรง การต่อสู้ในชั้นศาลจึงพึ่งพาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามรวบรวมไว้อย่างรัดกุม ทั้งผลตรวจคราบเขม่าดินปืน วิถีกระสุนปืน และการจำลองเหตุการณ์

กระทั่งศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตกลุ่มผู้ต้องหา

หลังฟังคำตัดสิน ส.จ.จอยและทนายความแสดงความขอบคุณต่อศาล สื่อมวลชน และตำรวจกองบังคับการปราบปราม ที่ช่วยคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัว โดยยืนยันว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่โกหกไม่ได้

พร้อมเตรียมนำร่างของ ส.จ.โต้ง ที่เก็บรักษาไว้ ที่วัดมะกอกสีมาราม จังหวัดปราจีนบุรี ไปประกอบพิธีฌาปนกิจตามฟหลักศาสนาต่อไป

หลังจากที่ต่อสู้เรียกร้องจนได้รับความยุติธรรมกลับคืนสู่ครอบครัว

เมื่อความจริงปรากฏและร่างผู้สูญเสียได้รับการไว้อาลัย ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยจะร่วมกันสร้างมาตรฐานการเมืองท้องถิ่นที่ ‘ไร้อิทธิพลมืด’

เพื่อให้อำนาจและความยุติธรรมเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทางความรักของ ‘กัปตัน ภูธเนศ’ และ ‘เอ้ก บุษกร’ สู่วันปิดฉากชีวิตคู่
สรุปคดีดังเมืองปราจีน ฆ่า ‘ส.จ.โต้ง’ คาบ้านใหญ่ นิติวิทยาศาสตร์คืนความยุติธรรม ประหาร ‘โกทร-ลูกสมุน’
ฤดูกาล โรฮิงญามาถึงอีกแล้ว
งานน้ำท่วมแค่น้ำจิ้ม! ต่อไป ‘งานหิน’ พิสูจน์ฝีมือ ผบ.ตร.คนใหม่ บนหนทางวิกฤตศรัทธา ประชาชน
สี-ทรัมป์เห็นพ้อง 8 ประการ มุ่งสร้างสัมพันธ์เสถียรภาพ เชิงยุทธศาสตร์
เดนตายในผ้าเหลือง : เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย สุดท้ายได้เป็นนักเรียน
พลังงานนิวเคลียร์กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จาก ‘เนเน่’ ถึง ‘ลิซ่า’ ซูเปอร์ ซอฟต์เพาเวอร์ของแท้ โชว์พลัง ‘งาม’ หญิงไทย บนเวทีโลก
‘กกต.’ รอดอีกหนึ่งปมร้อน แต่แบบมี ‘เงื่อนไข’ ‘บาร์โค้ด’ บัตรเลือกตั้ง ไม่ขัด รธน. แต่ ‘ศาล’ ไม่ให้ใช้อีก
มหาทุกข ‘พลัส’
ยอดมนุษย์ (ป้า) | เรื่องสั้น : นายทิวา
คำถามที่ยังหายใจ | กวีกระวาด : คิด อิสระ