bg-single

MatiTalk ลิซ่า โฆษกพรรคประชาชน ส้มปรับทัพ สับรัฐบาล ตั้งคำถามคาใจทำไมต้องเร่งรีบแลนด์บริดจ์

08.05.2026

โดย พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“การปรับทัพพรรคประชาชนครั้งนี้ อาจมีคนภายนอกที่ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ซึ่งจะต้องรอผลลัพธ์ก่อน แต่ต้องพูดตรงๆว่าที่ผ่านมา “นิติสงคราม” มารบกวนพวกเราอยู่ตลอดเวลาทำให้พวกเราไม่มีสมาธิ เรายังยืนยันว่าเรายังสู้กับนิติสงครามเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าวันนี้มันมีระยะเวลาให้เราได้ตั้งหลักได้ตั้งสติ แม้วันนี้ภายในเราปรับเปลี่ยนไม่กี่หน้าที่แต่ว่ามันค่อนข้างที่จะสร้างความมั่นใจให้กับคนภายนอกและคนภายในได้พอสมควร” ลิซ่า ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน คนใหม่ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ MatiTalk โดยมติชนสุดสัปดาห์ ถึงการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคประชาชนว่า ที่ผ่านมา สภาพเราเหมือนถูก “รุมกินโต๊ะ” จากรอบด้าน ถ้าจะบอกว่าเรารับมือได้ดี ก็คงไม่จริง เพราะว่าทุกคนก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว เราก็สะบักสะบอมกับเกมแบบนี้พอสมควร

แต่ ณ วันนี้กองโฆษกใหม่ เรามีรองโฆษกที่รับผิดชอบเฉพาะเรื่อง ที่แก้ไขข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง อดีตบางเรื่องราว เราพยายามที่จะไม่ตอบโต้เพราะเราคิดว่าสิ่งที่เรานำเสนอมันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่ถูกปั่นประเด็น

แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าขบวนการแบบนี้มันทำลายเรื่องหลักที่เราพยายามจะสื่อสารจริงๆ ไปพอสมควร

ฉะนั้นรอบนี้ เราจะมีคนที่คอยตรวจเช็กข้อมูลข่าวสารเรื่องนี้แล้วก็แก้ไขข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นจริงที่ พยายามจะทำให้เราถูกลดความน่าเชื่อถือลงไป เราจะทำแบบทันท่วงที

เรื่องหลักๆ ของกองโฆษกยุคนี้ที่จะต้องทำคือให้รวดเร็ว แม้กระทั่งคนทั่วไปเขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่โดนปฏิบัติการไอโอ มันไม่จริง แล้วพอมีการตอบโต้ที่ช้าคนก็รู้สึกขัดใจเหมือนกัน ว่าทำไมพรรคชี้แจงเรื่องนั้นช้าเรื่องนี้ช้าไป

จึงคิดว่ารอบนี้ ลิซ่าจะให้คำมั่นสัญญากับผู้สนับสนุนพรรคกับคนที่ติดตามหรือให้กำลังใจพวกเราได้เลยว่าเราจะไม่เป็นเหยื่อปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารพวกนี้อีกต่อไป

เราให้ความสำคัญกับการออกมาแก้ไข ออกมาให้ข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชน

เราจะไม่ดูเบากับปฏิบัติการแบบนี้อีกแล้ว ปฏิบัติการเหล่านี้ทำให้พวกเราเดินไปไม่ถึงเป้าหมายทำให้ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือและพละกำลังของพวกเราไปมาก

: ในฐานะที่มีหมวกอีกใบคือ “แม่ทัพใต้พรรคส้ม” มองโครงการแลนด์บริดจ์อยางไร?

เราติดตามตั้งแต่รัฐบาลของคุณเศรษฐา ทวีสิน คุณแพทองธาร ชินวัตร มาจนถึงคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้อภิปรายมาตลอด 3 นายกฯ พูดตรงๆ ว่า รอบนี้อันตรายที่สุดและน่ากังวลที่สุด ดูเอาจริงที่สุด พอเป็นรัฐบาลภูมิใจไทยดูมุ่งมั่นและเอาจริง

ซึ่งความแตกต่างของรัฐบาลภูมิใจไทยกับรัฐบาลคุณเศรษฐาและคุณแพทองธาร แม้ทั้ง 2 ท่านก่อนหน้าจะเป็นนักธุรกิจแต่เขาเป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจ “ข้างนอก” แต่รัฐบาลชุดนี้เเป็นนักธุรกิจที่ค้ากับรัฐ เขาดูเอาจริงเอาจัง ดูมีหนทาง ดิฉันคิดว่าประมาทไม่ได้กับความมุ่งมั่นของพวกเขา

เพียงแต่ว่าวันนี้สิ่งที่มุ่งมั่นที่จะทำนโยบายที่ใหญ่โครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ขนาดนี้ การสื่อสารตรงไปตรงมากับประชาชนสำคัญมาก

แต่รัฐบาลชุดนี้เลือกที่จะไม่สื่อสารอะไรมากเลย นอกจากฉายภาพว่าคือเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะพลิกฟื้นภาคใต้ แต่คุณไม่เคยบอกมีที่มายังไง

ต้องมี พ.ร.บ.SEC โมเดลเหมือน EEC แล้วสิ่งที่คนใต้คาดหวังคือว่าจะมีการสร้างงานสร้างเงินในพื้นที่มากขึ้น

แต่เราย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของภาคตะวันออกที่มี ส.ส.พรรคก้าวไกลรอบที่แล้วอภิปรายไปแล้วว่าเต็มไปด้วย “ธุรกิจศูนย์เหรียญ” เต็มไปด้วยนอมินีของธุรกิจที่สวมสิทธิ์ต่างๆ

แล้วสิ่งที่คนใต้คาดหวังอาจจะไม่เป็นแบบนั้น พื้นที่ภาคใต้อาจจะเป็นแค่พื้นที่ที่รัฐโชว์ตัวเลข GDP ในการเติบโตของภาคเศรษฐกิจในระดับชาติ สุดท้ายไม่ได้กระจายไปถึงคนในพื้นที่เลยหรือไม่

รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะอธิบายกับพี่น้องประชาชน ไม่ให้เขาคิดไปว่าสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คือนิคมอุตสาหกรรมในภาคใต้ที่จะสร้างความเสียหายเยอะแยะมากมาย หรือเป็นการทำให้ต่างชาติเข้ามาครองที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ชั่วลูกชั่วหลานหรือไม่อย่างน้อย 50 ปี 99 ปีว่ากันไป

นายกรัฐมนตรีตอบสื่อว่าอะไร ท่านตอบว่า “ให้ดูหน้าผมเอาไว้ 7-8 ปีที่ทำการเมืองมาผมไม่เคยเอื้อให้กับทุนไหน”

คุณคิดว่าคำตอบแบบนี้ เพียงพอหรือ กับการที่บอกว่าฉันเป็นคนดี แต่ถูกเดิมพันด้วยทรัพยากรและชีวิตของคนในภูมิภาค ความเสียหายที่เกิดขึ้น

สุดท้ายแล้วต่อให้คุณบอกว่าแลนด์บริดจ์ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน แต่ถ้าไม่คุ้มทุนใครจะมาลงทุน เสี่ยงที่จะเป็นโครงการร้าง

พอประชาชนทักท้วงเรื่องทรัพยากรที่มีค่าที่อุดมสมบูรณ์ระดับโลกเสียหาย คุณคิดหรือไม่ เอื้อทุนหรือ

คุณต้องให้เวลากับเรื่องนี้จริงๆ ฟังข้อทักท้วงของประชาชนจริงๆ คุณไม่มีทางเดินและทำเรื่องนี้ได้สำเร็จโดยปราศจากการรับฟังเสียงของประชาชน

คุณไม่มีทางที่จะหมกเม็ดเรื่องนี้ไปได้ ตั้งแต่ต้นจนจบ จะเกิดเสียงคัดค้าน

และคิดว่าถ้าเกิดรัฐบาลตั้งหลักแบบที่ไม่รับฟังเสียงประชาชนความมั่นใจของคุณในความมั่นคงเสถียรภาพของรัฐบาลที่บอกว่าเป็นปึกแผ่นมีอำนาจเยอะแยะมากมาย ไม่แน่นะคุณจะอยู่ไม่ได้! กับการถูกต่อต้าน

วันที่หาเสียงกับวันนี้ไม่เห็นเหมือนกันเลย วันนั้นคุณบอกว่าคุณจะทำเพื่อประชาชน แต่วันนี้พอประชาชนทักท้วงมีข้อสงสัยมีข้อกังวลคุณกลับบอกว่าทุกโครงการใหญ่มีคนคัดคัดค้านหมดแหละ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ มักง่ายมากๆ

ปฏิเสธไม่ได้รัฐบาลภูมิใจไทยมีความเชี่ยวชาญและชำนาญที่สุดในการทำธุรกิจกับรัฐ คุณต้องเอาข้อมูลเอาตัวเลขมาวางและรับฟังพี่น้องประชาชนและแจกแจงให้มีความโปร่งใสตั้งแต่ต้น

อย่ามุ่งมั่นจนไม่ฟังเสียงคัดค้านและทัดทานเหล่านี้

: ที่ผ่านมาภาพรวมการสื่อสารรัฐบาลมีปัญหาอย่างไร

ลองกลับไปทบทวนรัฐบาลมีกี่เหตุการณ์แล้ว ที่คุณต้องรอให้เสียหายมากมาย คุณถึงจะยอมที่จะขอโทษ แต่อาจจะนับไม่ได้กับนายกฯ อนุทินแกขอโทษบ่อย แต่สิ่งที่แกขอโทษก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าหลังจากนี้จะดีขึ้น นึกออกไหม ผิดพลาดขอโทษ แล้วทำใหม่ผิดพลาดขอโทษ

วันนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องมีในการสื่อสาร ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาลแต่คือ “การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน”

แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสื่อสารแบบที่ประชาชนตั้งคำถาม ประชาชนเกิดความรู้สึกเอ๊ะ มันจะสะสมไปเรื่อย ๆ จนส่งผลกับความเชื่อมั่นของคุณ

อย่ามองข้ามเรื่องเหล่านี้ อาทิ นายกฯ บอกว่าระวังคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะตอบกลับแรง คือคุณอย่าคิดเอาชนะกับประชาชน อย่าคิดว่าประชาชนเป็นศัตรู การที่คุณไปเดินตลาดแล้วประชาชนตะโกนถามว่าจะเอายังไงกับราคาทุเรียน เอายังไงกับพืชผลเกษตร ต้องตอบด้วยข้อเท็จจริงด้วยความจริงใจและกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับประชาชน

คือต่อให้คุณบอกว่าคุณเป็นนักการเมืองหรือไม่เป็นนักการเมือง แต่เมื่อมาทำงานเพื่อประชาชนต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริง

สิ่งที่ประชาชนมาสะท้อนกับเรานั่นแหละคือความจริง ต้องกล้าเผชิญหน้ากับคำวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา อย่าติดเท่ อย่าติดที่จะเป็นฮีโร่ อย่ากลัวที่จะผิดพลาดและพ่ายแพ้

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกว่าฉันไม่ผิดฉันไม่พ่ายแพ้ นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของฉัน นี่คือปัญหา

เพราะการที่ชาวบ้านมาสะท้อนเขาไม่ได้จะมาบอกว่าคุณคือศัตรู และคุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดว่าเขาเป็นศัตรู

แต่นั่นคือความจริง ที่ควรเอากลับมาปรับปรุง คุณไม่มีสิทธิที่จะ “เฟียส” กับประชาชน

ทุเรียนไม่ได้มาตรฐาน คุณก็ยอมรับว่าคือข้อผิดพลาดนี่ เป็นการคิดไม่จบหรืออะไรก็ว่ากันไป ไม่ใช่มาบอกว่าไม่มีใครกินเปลือกนี่คะ ไม่มีใครกินเปลือกถูกต้องแล้ว อย่าเอาชนะกับประชาชน

ไม่ว่าแคมเปญอะไรจะดีแค่ไหน ไม่ว่าโฆษณาชิ้นนั้นจะดีแค่ไหน ถ้าผู้สื่อสารไม่กล้าจะพูดความจริงและไม่มีความกล้าหาญในการเผชิญหน้าล้มเหลว ในฐานะนักการเมืองเราไม่ใช่นักแสดงที่อ่านบทมาแล้วอยู่ๆ ก็เล่นบทนั้นและทำให้คนเชื่อ ไม่ใช่ค่ะ เราเป็นนักการเมือง สิ่งที่คุณก็ต้องมีคือความจริงใจและความกล้าหาญกับประชาชน

คุณต้องกล้าเผชิญหน้ากับประชาชนในวันที่คุณคิดอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ พอประชาชนมีการทักท้วงคุณกลับไม่กล้าที่จะรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์คุณไปเดินตลาดแม่ค้าเขาถามมาว่าสิ่งที่คุณคิดดีหรือเปล่าคุณ กลับบอกว่าก็ไม่ทราบ

คิดว่าอันนี้บ่งบอกว่าคุณกำลังใช้ทฤษฎีของการสื่อสารของการเป็นนักแสดงมากกว่าการเป็นนักการเมือง

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า
E-DUANG | บทเรียน การเมือง ปี 2566 บทเรียน การเมือง ปี 2569
‘เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 6) เรื่อง ปัญหาสงครามชายแดน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน