bg-single

คำเตือนจากเวิลด์แบงก์

24.04.2026

เทศมองไทย

คํ่าวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ธนาคารโลกเพิ่งเผยแพร่ภาพรวมเศรษฐกิจในทัศนะของนักวิเคราะห์ของธนาคารโลกสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ออกมาท่ามกลางภาวะวิกฤตพลังงานครั้งสำคัญของโลก ที่เวิลด์แบงก์เชื่อว่า จะส่งผลให้เกิดภาพความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจขึ้นกับประเทศในภูมิภาค เพิ่มมากขึ้นจากความไม่แน่นอนที่เกิดจากการเพิ่มพิกัดอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา

อาทิตยา มัททู ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนางานวิจัยของธนาคารโลกบอกว่า เวียดนามน่าจะเป็นชาติที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจใหญ่หลวงที่สุดจากวิกฤตครั้งนี้ ต่อด้วยไทย

เหตุผลเป็นเพราะเวียดนาม ซึ่ง “พึ่งพาการส่งออกอยู่มาก” จะได้รับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤตพลังงานและอัตราภาษีศุลกากรของทรัมป์ และภาวะช็อกจากวิกฤตตะวันออกกลาง “จะไม่ใช่เป็นกรณีชั่วคราว”

และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว ไม่ได้ทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจในภูมิภาคดีขึ้นมากแต่อย่างใด

เวิลด์แบงก์คาดว่า เศรษฐกิจเวียดนามจะขยายตัวในปี 2026 เพียง 6.3 เปอร์เซ็นต์ ชะลอลงอย่างมากจากระดับ 8.02 เปอร์เซ็นต์ของปี 2025 โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวเพียง 7.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ในส่วนของไทย ที่เมื่อปีที่แล้วขยายตัวอยู่ที่ 2.4 เปอร์เซ็นต์ ปีนี้น่าจะชะลอลงไปอีกเหลือเพียง 1.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

อินโดนีเซีย เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคกับมาเลเซีย สภาพจะดีกว่าเล็กน้อย อินโดนีเซียคาดว่าจะขยายตัว 4.7 เปอร์เซ็นต์ลดลงจาก 5.1 เปอร์เซ็นต์ของปี 2025

ส่วนมาเลเซียลดจาก 5.2 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 4.4 เปอร์เซ็นต์

ฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากกรณีคอร์รัปชั่นอื้อฉาวในโครงการป้องกันไต้ฝุ่นและน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากสถานการณ์ในปีนี้

โดยคาดว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะขยายตัวเพียง 3.7 เปอร์เซ็นต์ หลังมีการประกาศภาวะฉุกเฉินทางพลังงานเมื่อเดือนที่ผ่านมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน

มัททูระบุว่า ประเทศอย่างมาเลเซีย จะได้อานิสงส์จากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพิ่มสูงขึ้น ตามกระแสเอไอบูมของโลก ที่กลายเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีพลวัตสูงสุดในทุกวันนี้ แต่ประเทศที่ได้รับจะเกิดประโยชน์ได้ก็ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมพอควร มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อครบถ้วน ทั้งในแง่บุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งโดยรวมทั้งภูมิภาคยังขาดอยู่อย่างมาก ทั้งทักษะที่จำเป็นและทักษะพื้นฐานซึ่งยังอ่อนแออยู่มาก

มัททูบอกว่า ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จะเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจชะลอลงกันถ้วนหน้าในปี 2026 โดยประเทศอย่างลาว มองโกเลีย ไทย และกัมพูชา และบรรดาชาติหมู่เกาะทั้งหลาย จะได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางค่อนข้างสูง

ปัญหาท้าทายของประเทศเหล่านี้มีตั้งแต่ต้นทุนพลังงานเพื่อการผลิตสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาปุ๋ยก็จะสูงขึ้นส่งผลให้ราคาสินค้าในหมวดอาหารสูงขึ้นตามไปด้วย

ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นเพราะต้นทุนพลังงาน จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตชิพและแทรกซึมลงไปอยู่ตลอดสายการผลิต

ในขณะที่การลงทุนเองก็เผชิญแรงกดดันจากการที่ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่บรรยากาศเชิงจิตวิทยาในการทำธุรกิจย่ำแย่ลง

มัททูบอกว่า ผลกระทบต่อแต่ละประเทศในภูมิภาคจะมากน้อยแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยตั้งแต่ภาวะเงินเฟ้อ ภาวะการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และตัวผู้กำหนดนโยบาย ที่ต้องพยายามสร้างสมดุลระหว่างนโยบายทางการคลังและนโยบายทางการเงินเพื่อแก้ปัญหา

มัททูเสนอแนะว่า รัฐบาลควรมุ่งสนับสนุนให้ตรงเป้า โดยเฉพาะในกลุ่มคนยากจน และกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งจะทำให้นโยบายสนับสนุนมีพลังมากกว่าจะใช้มาตรการสนับสนุนเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม มัททูยอมรับว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคโดยรวม “จะน้อยกว่าที่เคยเป็นกังวลกันไว้”

เขาชี้ว่า ภูมิภาคนี้จะฟื้นตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่งในปี 2027 ซึ่งหลายประเทศจะพลิกฟื้นพร้อมๆ กัน

โดยในปีนี้ ธนาคารโลกคาดว่า ภูมิภาคนี้เศรษฐกิจจะขยายตัว 4.2 เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากที่เคยประเมินไว้ในปี 2025 ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า
E-DUANG | บทเรียน การเมือง ปี 2566 บทเรียน การเมือง ปี 2569
‘เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 6) เรื่อง ปัญหาสงครามชายแดน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน