โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ว่า “…พัฒนาการเมียนมามีความเป็นไปได้เรื่องการผูกพันกับอาเซียนและการปล่อยตัวอดีตประธานาธิบดี U Win Myint นายกฯ ยังเตือนถึงความไร้เสถียรภาพจากตะวันออกกลาง อันสะท้อนระเบียบโลกวุ่นวายมากขึ้น อาเซียนต้องมีเอกภาพมากขึ้น มีความยืดหยุ่นและมีความสำคัญต่อโลก…1“
รวมความแล้ว ฟังดูดี เป็นการทูตโลกสวย แล้วความจริงในอาเซียนเป็นอย่างไร เราควรมองให้ลึกดังนี้
โดยธรรมเนียม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่เลือกข้างในการแข่งขันยาวนานระหว่างจีนกับสหรัฐ
นี่คือข้อสรุปหลักของรายงานสำคัญชื่อว่า The State of Southeast Asia 2025-2026 Survey
เราลองมาดูในรายละเอียด และมีอะไรที่เป็นประเด็นใหม่ของภูมิภาคและอาเซียนบ้าง
จากรายงานฯ ความมั่นใจลดลงต่อสหรัฐทำให้มีความยากมากขึ้นในการแสวงหาทางเลือกของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เสี่ยงในการเลือกข้างระหว่างจีนกับสหรัฐ
รายงานฯ แสดงว่า แนวทางนี้ยังคงยึดถือในภูมิภาครู้สึกไม่ง่ายแล้ว เรื่อง อิทธิพลจีนขยายตัว ปัญหาเพิ่มขึ้นจากภาวะผู้นำของโดนัลด์ ทรัมป์ และรู้สึกมากขึ้นต่อข้อจำกัดทางสถาบันของอาเซียน ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอต่อสหรัฐ โดยเฉพาะที่รุนแรง ด้วยมันเกิดเป็นฉากหลังที่กว้างขึ้น เป็นแรงกดดันต่อภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญสภาพแวดล้อมที่ได้กดดันการสร้างแนวหน้าหลายด้านพร้อมๆ กันเรื่อง สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจไปจนถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ
การสำรวจในรายงานฯ ทำความชัดเจนว่า ความวิตกกังวลในภูมิภาคไม่จำกัดอีกต่อไปต่อจุดร้อนดั้งเดิม
แม้การแข่งขันในชาติมหาอำนาจยังคงอยู่แถวหน้าและเป็นศูนย์กลาง ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเหตุการณ์ต่างๆ ด้านสภาพภูมิอากาศสุดขั้วยังคงท้าทายภูมิภาคสูงสุดคิดเป็น 60% เพิ่มจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 55.3%
มันกำลังบอกว่าความเสี่ยงภูมิอากาศถูกมองว่าเพิ่มขึ้นเป็นภัยคุกคามตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่และความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั่วภูมิภาค
แม้ความไร้เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดในตะวันออกกลางได้กดดันความมั่นคงพลังงาน ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจขยายตัวระหว่างอภิมหาอำนาจคิดเป็น 51.7% ตามด้วยความไร้เสถียรภาพการเมืองภายใน 46.1% ก็ตาม
สภาพท้าทายต่ออาเซียน
อะไรคือ 3 อันดับแรกที่กำลังท้าทายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้?
การสำรวจแสดงว่าความวิตกกังวลสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว้างออกไป
ผู้นำสหรัฐภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ ตอนนี้อยู่ในอันดับนำสุดของความกังวลในภูมิภาค 51.9%
เหนือความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่ตอนนี้อยู่ที่อันดับ 3
นำหน้าความขัดแย้งกัมพูชา-ไทย และวิกฤตการณ์ในเมียนมา
ความสงสัยโตขึ้นภายใต้สหรัฐ
เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันอะไรเป็นความวิตกกังวลสูงสุดของรัฐบาลคุณ?
การค้นพบสำคัญของการสำรวจนี้คือ ความมั่นใจอ่อนแอลงต่อสหรัฐตกลงเหลือ 14.8% จาก 19% ในปีที่แล้ว นี่ทำให้สหรัฐอยู่ตามหลังอาเซียน จีน และสหภาพยุโรปในแง่ความมั่นใจ เพื่อยังคงระเบียบอิงกฎหมาย (Rule of Law) อาเซียนเขยิบนำหน้าสหรัฐ ซึ่งเป็นทางเลือกสูงสุดในปีที่แล้ว สหรัฐยังสูญเสียพื้นฐานต่อจีนด้านความสำคัญทางยุทธศาสตร์
การตกต่ำลงของความเชื่อมั่นต่อสหรัฐยังสะท้อนคำถามทางเลือกทวิภาค ใน 52.0% ของผู้ตอบคำถามที่เลือกจีน และ 48.0% ที่เลือกสหรัฐ นี่ตรงข้ามที่สหรัฐนำในปี 2025 ที่สามารถเป็นประเด็น ความไม่สะดวกสบายโตขึ้นกับสหรัฐเรื่องการค้าที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ มันสร้างความสงสัยกับพัฒนาการความผูกพันของพวกเขาต่อระเบียบและสถาบันระหว่างประเทศ
การค้นพบสำคัญของการสำวจ 2026 คือความมั่นใจต่อสหรัฐอ่อนลงในหลายๆ คำถามสำคัญ
แม้สูญเสียการพอกพูนความสัมพันธ์กับสหรัฐและสหรัฐยังมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ สหรัฐยังคงถูกมองเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลมากที่สุดอันดับ 2 ของภูมิภาค 15.3% และมหาอำนาจทางการเมือง 29.9% สหรัฐยังคงถูกมองเป็นอันดับ 2 ของทั้งหมด ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่ออาเซียนและ 42.7% แสดงความมั่นใจต่อสหรัฐในฐานะพันธมิตรยุทธศาสตร์และผู้ทำให้เกิดความมั่นคงในภูมิภาค
ความกังวลเพิ่มขึ้นกับจีน จีนถูกมองว่าเป็นผู้นำภูมิภาคมีความเข้มแข็งเติบโตขึ้น จีนยังคงเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลที่สุด 15.9% และมหาอำนาจทางการเมือง 40.0% ท่ามกลางจีนเป็นคู่เจรจากับอาเซียน จีนได้ตำแหน่งสำคัญทางยุทธศาสตร์อันดับ 1 นำหน้าสหรัฐและญี่ปุ่น ควรบันทึกคำถามว่า ‘ช่องว่าง’ คะแนนระหว่างจีนกับสหรัฐกว้าง 0.5% ในปี 2026
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับจีนยังคงเป็นศูนย์กลาง อิทธิพลจีนไม่จำเป็น ต้องทำให้เชื่อมั่นใหม่ เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบคำถามเกี่ยวกับความกังวลต่ออิทธิพลจีนโตทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ยังคงเกินกว่าที่ต้อนรับมัน เมื่อถามว่าอะไรสามารถแย่ลงได้ ความรู้สึกบวกต่อจีน
ตัวอย่างหนึ่ง การแทรกแซงในกิจการภายในสมาชิกอาเซียน 30.3% ตามด้วยกลยุทธ์ใช้อาวุธในทะเลจีนใต้และแม่โขง 28.0%
สารที่สื่อกว้างๆ คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองอำนาจจีนคือ โครงสร้างและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ยังคงต้องการให้มันเป็นชาติที่แสดงอารมณ์โกรธอย่างจำกัด ให้ยอมรับกฎหมายระหว่างประเทศและทำให้เชื่อมั่นใหม่
จีน แต้มต่อสหรัฐครั้งที่ 2
ถ้าแรงกดดันภายนอกต่ออาเซียนเกิดขึ้น ข้อจำกัดภายในของอาเซียนกลายเป็นเรื่องที่ยากจะละเลยได้ ความกังวลสูงต่ออาเซียน ผู้ตอบคำถาม 43.7% พูดว่าคือ องค์กรล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถจัดการกับพัฒนาการทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ลื่นไหล
ความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดภายในอาเซียนวิ่งผ่านหลายๆ ส่วนของการสำรวจนี้ ความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทย 38.9% พูดว่าอาเซียนก้าวย่างแข็งขันในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง แต่ 13.5% เชื่อว่าอาเซียนยังไม่ได้ใช้เครื่องมือทั้งหมด ในขณะที่ 11.2% แสดงความกังวลต่อความเกี่ยวข้องของชาติภายนอก เกิดคำถามต่อความสามารถของอาเซียนในการหยิบยกประเด็นของตัวเอง
ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภายในภูมิภาค ยังคงมีลักษณะกีดขวางประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 30.2% และการพัฒนาความแตกต่างในหมู่รัฐสมาชิกอาเซียน 31.1% แรงกดดันภูมิศาสตร์ใกล้กัน 27.5% ประเด็นไม่ง่ายคือ อาเซียนเผชิญแรงกดดันภายนอก
แต่ความสามารถตอบสนองคือ ข้อจำกัดจากความแตกต่าง ประสิทธิภาพภายในระดับความแตกต่างของการพัฒนาและทำเป็นอ้อยอิ่งต่อคำถามเรื่อง ตัวแทนของอาเซียน
ความกังวลที่ยังคงอยู่ของอาเซียน
อะไรคือ ความกังวลสูงสุดของคุณต่ออาเซียน
การสำรวจทำให้ชัดว่า ผู้ตอบคำถามยังคงมองอาเซียนคือ จักรกลอันดับแรกทำความเข้มแข็งต่อความยืดหยุ่นร่วม เมื่อถามว่าควรทำความยืดหยุ่นของตัวให้ดีขึ้นและแสดงความสำคัญของตน ผู้ตอบคำถามสูงสุดแสดงให้เห็น ความแตกต่างของประเด็นที่มีอยู่อย่างยืนยาว ได้แก่ เมียนมาและทะเลจีนใต้ 29.9% และยืดยาวเรื่อง การค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค 28.5% ดูเหมือนผู้ตอบคำถามเรื่อง ลัทธิปกป้อง (Protectionism) และลัทธิชาตินิยมมีเพิ่มขึ้น ผู้ตอบคำถามแสดงออกแข็งที่สุดเรื่อง เร่งบูรณาการภูมิภาคของรัฐสมาชิก 42.2% ตามด้วยความร่วมมือลึกกับพันธมิตร 30.0% และความเข้มแข็งสถาบันอาเซียนที่หนุนกติกาตามกฎหมาย 24.6%
ที่เป็นแกนของการสำรวจ 2026 แนะว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเห็นอาเซียนเป็น แพลตฟอร์ม ที่ดีที่สุดในการรักษาความยืดหยุ่น สมดุลและตัวแทนร่วม
อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาความสำคัญของอาเซียน จะต้องการ การทำงานร่วมกันภายในอย่างแข็งขัน การปฏิบัติมีประสิทธิภาพมากและความสามารถจัดทำ ประเด็นของตัวเอง
นี่เป็นความจริงของอาเซียนและภูมิภาค ไม่มีตรงไหนในความคิดของชนชั้นนำไทยที่ไปประชุมที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์เลย
1 อ้างจาก Thai enquirer, 9 May 2026
