เทศมองไทย
คําประกาศของอิหร่านเมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคม 2026 ว่าด้วยอำนาจเหนือการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งการแสดงทีท่าว่าจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อผ่านทางและรับประกันความปลอดภัยนั้น ถูกผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (อันคลอส) อย่างเด่นชัด
ด้วยเหตุที่ว่าอันคลอสนั้นถือเป็นหลักประกันการเดินเรือผ่านเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่เป็นสากลได้โดยเสรี
มาตรา 38 ของอันคลอส ให้หลักประกันการเดินเรือผ่านได้โดยเสรี และในมาตรา 44 มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่า ชาติที่อยู่โดยรอบหรือริมขอบเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถรบกวนหรือระงับยับยั้งการเดินเรือพาณิชย์ผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ เว้นเสียแต่ว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในยามสงคราม ที่อันคลอสเปิดทางให้ชาติริมทะเลอาณาเขตสามารถเข้มงวดกวดขันกับการเดินเรือหรือเครื่องบินเหนือน่านน้ำทะเลอาณาเขตของตนได้เป็นการชั่วคราว และระบุไว้ชัดเจนว่าการเข้มงวดกวดขันดังกล่าวต้องยุติลงในทันทีที่สงครามสิ้นสุดลง
กรณีของอิหร่านไม่ได้เข้าในส่วนของข้อยกเว้นที่ว่านี้ เหตุเพราะคำประกาศของอิหร่านแสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและแสดงชัดว่าอำนาจเหนือดังกล่าวจะยังคงอยู่แม้สงครามจะสิ้นสุดลงแล้ว มีการจัดทำระบบบริหารจัดการการจราจรในช่องแคบ พร้อมกับกำหนดค่าผ่านทางและการรับประกันความปลอดภัยที่ต้องชำระเป็นบิตคอยน์
แต่ถึงแม้จะมีการประกาศดังกล่าว ฉันทมติของนานาชาติก็ดูเหมือนจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยล้วนแล้วแต่ไม่เห็นด้วยว่ารัฐที่อยู่โดยรอบเส้นทางเดินเรือสำคัญไม่ควรนำอำนาจมาบังคับเพื่อเรียกเก็บเงิน อินโดนีเซียออกมายืนยันแล้วว่า ไม่มีแผนที่จะเรียกเก็บค่าผ่านทางช่องแคบมะละกา
เดนมาร์กประเทศที่มีอำนาจเหนือช่องแคบเดนิช ก็ยืนยันเช่นกันว่าไม่ได้มีแนวคิดเรื่องนี้แต่ยังเน้นย้ำถึงการเดินเรือโดยเสรีภายในทะเลอาณาเขตดังกล่าวของตน
โอมานซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอำนาจเหนือทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ก็ปฏิเสธแนวความคิดนี้ของอิหร่านเช่นเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นตรรกะที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ค่าผ่านทางดังกล่าวไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน เทียบไม่ได้กับการที่ราคาสินค้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก เพราะต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือสูงขึ้นจากการเก็บค่าผ่านทางดังกล่าว
ดังนั้น หากอิหร่านยังคงยืนกรานที่จะทำตามประกาศของตน และเรียกเก็บค่าผ่านทางขึ้นมาจริงๆ ประชาคมนานาชาติคงออกมาต่อต้านเรื่องนี้อย่างหนักแน่นอน
ตรงกันข้าม คงมีประเทศน้อยมากที่เกิดอยากทำอย่างอิหร่านแล้วเรียกเก็บค่าผ่านทางของเส้นทางเดินเรือพาณิย์สากลขึ้นมาบ้าง
นอกเหนือจากการต่อต้านในแง่ของเศรษฐกิจแล้ว ความมั่นคงปลอดภัยและในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์ การกระทำของอิหร่านล้วนก่อให้เกิดปัญหาทั้งสิ้น
ต้นทุนเพื่อการนี้ของอิหร่านทั้งในแง่ของกฎหมาย การเงินและการเมืองระหว่างประเทศย่อมสูงลิ่วทั้งสิ้น เพราะทุกประเทศทั่วโลกล้วนยังต้องอาศัยการเดินเรือโดยเสรีตามที่อันคลอสให้หลักประกันไว้ไม่มากก็น้อย
ดังนั้น หากอิหร่านยังดึงดันที่จะดำเนินการดังกล่าวก็ต้องเตรียมตัวเผชิญกับแรงต่อต้านจากนานาชาติ และมีค่าเท่ากับเป็นการเชื้อเชิญให้นานาชาติเข้ามาจัดการจัดระเบียบเพื่อให้เป็นไปตามที่อันคลอสรับประกันไว้ เหตุผลก็เพราะนานาชาติไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเหนือจากนี้ และฮอร์มุซไม่ใช่ช่องแคบเดียวที่ตกอยู่ในสถานะนี้ ยังมีอีกมากมาย อาทิ บับเอลมันเดบ หรือมะละกา
หากอิหร่านต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะของช่องแคบฮอร์มุซ จากที่เคยมีอำนาจอยู่บ้างให้กลายเป็นจุดที่มีกำลังนานาชาติเข้ามาลาดตระเวนและควบคุมแทนก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ต้องไม่ลืมที่จะเสียใจภายหลังแน่นอน เพราะฮอร์มุซถือเป็นผลประโยชน์ของประชาคมนานาชาติที่ต้องสงวนรักษาเอาไว้
ทำนองเดียวกับช่องแคบมะละกาทางด้านใต้ของประเทศไทยและช่องแคบเดนิชในเขตทะเลอาณาเขตของเดนมาร์กนั่นเอง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
