โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
อนุทินกับจีน
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทย เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ
ภารกิจสำคัญอันหนึ่งคือ การเข้าร่วมประชุมสุดยอด 2026 World AI Conference ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยเน้นแต่การแย่งซีนถ่ายรูปแสดงความใกล้ชิดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับอนุทิน และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต
แต่การประชุมนี้สำคัญกว่าแค่การแย่งซีนมาก
การประชุมสุดยอดเรื่อง AI ส่งสัญญาณภูมิรัฐศาสตร์โลกจริงมากๆ
สี จิ้นผิง เสนอให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือด้วย AI และให้แน่ใจว่าไม่มีประเทศไหนครอบงำเทคโนโลยีนี้ ซึ่งสี จิ้นผิง ทิ่มแทงตรงไปที่สหรัฐอเมริกา
สี จิ้นผิง พูดในที่ประชุมโดยแสดงความสามารถที่เหนือกว่าสหรัฐ ที่ทั้ง 2 ประเทศทำการต่อสู้ทั้งการครอบงำเทคโนโลยีและ AI มองความก้าวหน้าอื่นๆ อันเป็นความพยายามขัดขวางคนอื่นๆ
ด้วยโมเดล AI ของจีนที่ครองฐานระดับโลก จีนจึงได้เป็นผู้นำของระเบียบ AI โลกใหม่ ท้าทายอิทธิพลของสหรัฐในการพัฒนาและกฎข้อบังคับของเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว
หัวใจของยุทธศาสตร์นี้คือ การผสมใหม่ของ 29 ชาติที่จีนเรียกว่า the World Artificial Intelligence Cooperation Organization-WAICO ที่มีผู้เข้าร่วมในระดับสูง รวมทั้งเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ Antonio Guterres
จีนและไทย
ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ย้ำความสัมพันธ์ไทย -จีน คือครอบครัวเดียวกัน (Thailand – China as One Family)
และจีนพร้อมสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทยเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน
โดยมุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทยผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และความมั่นคงของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม การหารือของผู้นำทั้งสองยังมุ่งเป้าสู่อนาคตที่มั่นคงและเป็นประโยชน์ยั่งยืนของสองประเทศ รวมถึงระดับภูมิภาคร่วมกัน
โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะสานต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับจีน พร้อมผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนในระยะยาว
ไทย
นายกรัฐมนตรีอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับจีนในฐานะมิตรเก่าที่ไว้วางใจได้ และพร้อมสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในทศวรรษหน้า
ไทยและจีนจึงควรร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และธรรมาภิบาลด้าน AI เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง ควบคู่กับการรับมือความท้าทายใหม่ ทั้งอาชญากรรมออนไลน์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ไทยและจีนร่วมกันเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว
พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาบุคลากรไทย และเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อสร้างงานคุณภาพและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การค้า และโลจิสติกส์ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟในภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการเดินทางของประชาชน
พร้อมขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระยะยาวระหว่างสองประเทศ
ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีเสนอให้จัดตั้งกลไก 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและจีน
อนุทินอีกแล้ว
ดูเหมือนว่า การเจรจาความร่วมมือด้าน AI ของจีนและไทยสอดคล้องกับนโยบายพันธมิตร AI ของจีนพอดี แต่นายกรัฐมนตรีอนุทินกลับโจมตีที่กล่องดวงใจจีนคือ ไต้หวัน ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าไต้หวันเป็นเรื่องอ่อนไหวที่สุดของจีน
กล่าวคือ กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันออกมาคัดค้านและประณามอย่างรุนแรง หลังนายกรัฐมนตรีอนุทินพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และได้ระบุในถ้อยแถลงร่วมว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน มิอาจแบ่งแยกได้”
นี่เป็นคำที่บาดใจไต้หวันที่สุด
ไต้หวันตอบโต้
ไต้หวันผิดหวังไทยหลังแถลงการณ์ระบุสนับสนุนนโยบายจีนเดียว และเป็นส่วนหนึ่งของจีน ไต้หวันได้ยืนยันมีอธิปไตยของตนเอง
จากกรณีเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศของจีนเผยแพร่แถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนประเทศจีนและพบกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ฝ่ายไทยย้ำจุดยืนหนักแน่นในการยึดถือนโยบายจีนเดียว ยอมรับว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ พร้อมระบุว่าฝ่ายไทยสนับสนุนภารกิจการรวมชาติอย่างสันติของจีน และไม่สนับสนุนการเรียกร้องเอกราชของไต้หวันในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังสนับสนุนหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของจีนด้วย
ด้านกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน โดยหลิน เจียหลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ระบุว่าไต้หวันต่อต้านการที่จีนใช้การประชุมระหว่างประเทศเพื่อลดทอนสถานะบนเวทีโลกของไต้หวัน พร้อมแสดงความเสียใจที่ไทยยอมรับจุดยืนดังกล่าวของจีน
เมื่อถูกถามว่าแถลงการณ์นี้จะกระทบต่อนโยบายฟรีวีซ่าระหว่างไต้หวันกับไทยหรือไม่ หลิน เจียหลง ชี้แจงว่าไต้หวันกำหนดนโยบายวีซ่าบนพื้นฐานหลักการปฏิบัติต่างตอบแทนและการปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม ยืนยันว่าทั้งสองประเทศยังคงมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิด และมีการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับถ้อยคำในแถลงการณ์ร่วมที่ระบุว่าไทยสนับสนุนนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของจีนนั้น กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงและบั่นทอนอธิปไตยของไต้หวัน
พร้อมยืนยันว่าไต้หวันเป็นประเทศเอกราชที่มีอธิปไตยของตนเอง และไต้หวันกับจีนไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของกันและกัน โดยกล่าวหาว่าจีนใช้แถลงการณ์ร่วมกับประเทศอื่นเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมในช่องแคบไต้หวัน
ไต้หวันเรียกร้องให้ไทยเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศ และหยุดสนับสนุนจีนในการกดดันไต้หวัน พร้อมเตือนว่าพฤติกรรมการขยายอำนาจของจีนเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพในภูมิภาค และอาจส่งผลกระทบต่อประเทศที่ยอมโอนอ่อนตามข้อเรียกร้องในระยะยาว
จีนกับไต้หวันในไทย
รายงานจากนักเคลื่อนไหวทางสังคมระบุว่า 21 กรกฎาคม 2026 ได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนข่มขู่คุกคามผู้จัดเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน สั่งให้ลบโลโก้กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันแถลงเรียกร้องให้ไทยเห็นคุณค่าของมิตรภาพ อย่าร่วมมือกับจีนกดดันไต้หวัน
จีน ไทย ไต้หวันเป็นปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อน เราปฏิเสธความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับโลกของไต้หวันไม่ได้ ไต้หวันลงทุนโดยตรงในไทยมากและสำคัญ
ในเวลาเดียวกัน จีนเป็นมหาอำนาจโลกที่มีอิทธิพลระดับโลกและภูมิภาค แน่นอน จีนมีอิทธิพลอาจโดยอ้อมในเมียนมา กัมพูชา ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ แล้วเมื่อภูมิภาคเผชิญความท้าทายใหม่จากอาชญากรรมออนไลน์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จีนก็มีบทบาทสำคัญต่อประเด็นเหล่านี้ด้วย
อย่าลุ่มหลงไปกับเสียงเพลง การแย่งซีนถ่ายรูป ตื่นรู้กับความจริงทางการเมืองเถอะ เดี๋ยวยุ่ง
