พฤษภาเลือด กระสุน สังหาร จาก ‘สไนเปอร์’ ทะลวง ม่านควัน ปลิด 8 ชีวิต
ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
กระสุน สังหาร จาก ‘สไนเปอร์’
ทะลวง ม่านควัน ปลิด 8 ชีวิต
รายที่ 5 นายวงศกร แปลงศรี อายุ 41 ปี ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดศรีสะเกษ ตามใบมรณบัตรอันออกโดยสำนักงานทะเบียนเขตบางรัก เลขที่เอกสาร 94-10040334 ระบุว่า เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 เวลา 24.00 น.
ขณะนำส่งโรงพยาบาลเลิดสิน เนื่องจากกระสุนปืนทำลายขั้วปอด
จากรายงานข่าว เวลา 22.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 กลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกยึดปั๊มน้ำมันเชลล์ สาขาสาทร และนำยางรถยนต์จำนวนมากมาเผาทำให้เกิดควันพวยพุ่งขึ้นเป็นจำนวนมาก
จากการที่ถนนและตึกแถวร้านค้า 2 ข้างทางปิดไฟหมด เจ้าหน้าที่จึงทำงานด้วยความยากลำบาก
นอกจากนี้ยังมีการปะทะกันระหว่างทหารกับเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง
จากปากคำของผู้อยู่ในเหตุการณ์ท่านหนึ่งซึ่งถูกจับกุมช่วง 20.00-21.00 น. ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2553
กล่าวว่า ตั้งแต่ตอนเย็นของวันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นมา มีการระดมคนประมาณ 400 คนมารวมตัวกันที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ มุ่งออกไปทางปากซอยสวนพลูเพื่อเคลื่อนไปยังคลองเตย
พยานอยู่ในกลุ่มคนจำนวนนั้นและถูกจับช่วง 20.00-21.00 น. ซึ่งน่าจะเป็นเหตุการณ์เดียวกันกับข่าวข้างต้น
นอกจากนี้ คลิปวิดีโอ “Thailand 15 may สวนพลู” โดย ssrengneering ใน Youtube ปรากฏภาพชายจากกล้องดิจิทัล ระบุว่าถูกยิง มีการพูดถึงกางเกงลายสีขาว
ขณะผู้ถ่ายบันทึกภาพยังมีเสียงคล้ายอาวุธปืนดังต่อเนื่อง ผู้ถ่ายรายงานว่าตอนนี้อยู่แยกถนนสวนพลู มีคนโดนยิงไป 1 คน ตอนเวลาประมาณ 24.00 น. ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2553
จากคลิปอาจเป็นไปได้ว่าเป็นนายวงศกร แปลงศรี เพราะช่วงเวลาและบริเวณดังกล่าว จากรายชื่อผู้เสียชีวิตใกล้เคียงกับข้อมูลการเสียชีวิตของนายวงศกรมากที่สุด
น่าจะมาจากเหตุการณ์เข้ากระชับวงล้อมของทหารบริเวณเชิงสะพานไทย-เบลเยี่ยม พระราม 4
สรุปเหตุการณ์วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 พบว่า ตลอดทั้งวันเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารกับผู้ชุมนุมที่บ่อนไก่ ถนนพระราม 4 ทวีความรุนแรงขึ้น
ทางกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันเผายางรถยนต์เพื่อสร้างม่านควัน
ขณะกองกำลังทหารได้สร้างบังเกอร์บริเวณใกล้สนามมวยลุมพินี เชิงสะพานไทย-เบลเยี่ยม และหน้าศูนย์จำหน่ายรถยนต์วอลโว่
ทหารใช้ปืนเอ็ม 16 และมีชุดสไนเปอร์อย่างน้อย 2 ชุดเพื่อชี้เป้าและยิงใส่ผู้ชุมนุม
ทหารได้ติดป้าย “เขตใช้กระสุนจริง” ในเวลา 18.30 น.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ สรุปว่า จากรายงาน ข่าว คลิป ภาพถ่าย คำบอกเล่าจากพยาน บ่งชี้ได้ว่า การปฏิบัติการของทหารก่อนเวลาดังกล่าวเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากกระสุนจริงแล้ว
แม้กระทั่งผู้ที่เป็นอาสากู้ภัย
แม้ทหารจะอ้างว่าใช้กระสุนจริงเพื่อป้องกันตนเอง แต่จากหลักฐานผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายไม่ปรากฏว่ามีอาวุธใดๆ ที่สามารถคุกคามหรือเป็นภัยต่อทหารได้ จึงถือได้ว่าทหารไม่ได้ใช้กระสุนจริงเพื่อปกป้องชีวิตทหารเท่านั้น
แต่เป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ
ขณะเดียวกัน หากศึกษาผ่านภาพและข้อเขียนสั้นๆ จากหนังสือ “19-19 ภาพ ชีวิต และการต่อสู้ของคนเสื้อแดง จาก 19 กันยา 49 ถึง 18 พฤษภา 53” อัน อุเชนทร์ เชียงเสน เป็นบรรณาธิการ และตีพิมพ์ออกมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2554
ก็จะมองเห็นการเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะก้าวในทางรูปธรรมเด่นชัดขึ้น
เริ่มจาก 14 พฤษภาคม 2553 ก่อนเที่ยงวัน ทหารเข้ายึดพื้นที่แยกวิทยุ ผลักดันผู้ชุมนุมออกไปทางถนนพระราม 4 บริเวณบ่อนไก่
ก่อนจะสาดกระสุนเข้าใส่
ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปะทะและเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณรอบๆ พื้นที่การชุมนุม
นั่นก็คือ มิใช่ราชประสงค์ หากเป็นบ่อนไก่ สวนลุมพินี
ก็จะเห็นภาพคนเสื้อแดงถอดเสื้อและกางเกงเหลือเพียงกางเกงชั้นในเพื่อแสดงให้เห็นว่า
ไม่มีอาวุธ
ขณะเข้าร่วมกับคนอื่นๆ ต่อต้านปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมของทหารบนถนนพระราม 4
จากนั้นก็จะเห็นภาพผู้ชุมนุมที่พยายามต่อต้านทหาร
และวิ่งหลบกระสุนเข้าไปในสนามมวยลุมพินี ถูกจัดมัดมือไพล่หลังก่อนจะนำไปขังรวมไว้ในรั้วเหล็กใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยม
ยิ่งเข้าสู่วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 ภาพแห่งการต่อสู้ประจันหน้ายิ่งเข้มข้น
เราเห็นภาพคนเสื้อแดงที่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังแยกราชประสงค์ ได้รวมตัวกันต่อต้านการกระชับพื้นที่และตั้งเวทีปราศรัยตามจุดต่างๆ รอบนอก
รวมทั้งนำยางรถยนต์มาเผาเพื่อสร้างม่านควันป้องกันการยิงมาจากฝั่งทหาร
รูปธรรมก็คือภาพคนเสื้อแดงใช้ยางรถยนต์ทำบังเกอร์ พร้อมทั้งปักธงชาติและธงแดง นปช.บนถนนพระราม 4 ได้สำเร็จ
หลังจากใช้ความพยายามอยู่นาน
จากนั้นใช้บังเกอร์กำบังในการยิงพลุ บั้งไฟขนาดเล็ก เพื่อรบกวนและตอบโต้ปฏิบัติการของทหาร
จากนั้นก็เห็นภาพผู้ชุมนุมนำหมวกของนายมานะ แสนประเสริฐศรี อาสาสมัครที่ถูกยิงเข้าศีรษะจนเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่ปากซอยงามดูพลี มาให้ผู้สื่อข่าวถ่ายรูป
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของทหาร
ขณะเดียวกันก็ได้เห็นภาพผู้ชุมนุมขับรถจักรยานยนต์หลบกระสุนมาส่งเสบียงอาหารให้เพื่อนที่อยู่แนวหน้า
และเห็นภาพผู้ชายนุ่งกางเกงยีนส์ ใส่เสื้อแขนกุดสีน้ำเงิน
ไม่มีอาวุธอยู่ในมือยืนหลบอยู่ริมถนนทางเข้าแฟลตในชุมชนบ่อนไก่ หันหน้ามองไปยังแนวของทหารที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 ถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะด้านหน้า ร่วงลงนอนกับพื้น
เห็นภาพของผู้ชุมนุมเสี่ยงชีวิตวิ่งเข้าไปช่วยกันหามร่างของเพื่อนที่ถูกยิงล้มลงบนทางเท้า ถนนพระราม 4 แถวบ่อนไก่ นำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ มีการยิงออกมาจากแนวของทหารเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
เห็นภาพเวทีย่อยที่แยกคลองเตย นำโดยคนเสื้อแดงในชุมชนคลองเตยและสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) เพื่อสนับสนุนการต่อสู้ของคนเสื้อแดง
และเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเข่นฆ่าประชาชน
และเห็นภาพเวทีย่อยใต้ทางด่วนสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของคนเสื้อแดงเพื่อต่อต้านการปราบปราม
เท่ากับกรอบขอบเขตการชุมนุมดำเนินไปในลักษณะ “ขยาย”
ยิ่งเข้าสู่วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 การปราบปราม การต่อต้าน ยิ่งดำเนินไปในลักษณะที่มีการขยายวง
หากเริ่มจากการพยายามลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
ในวันที่ 13 พฤษภาคม อาจมีผู้ถูกยิงและเสียชีวิต 2 คน พอถึงวันที่ 14 พฤษภาคม ที่สวนลุมพินีก็มี 3 บ่อนไก่ 4 เข้าสู่วันที่ 15 พฤษภาคม บ่อนไก่ก็สังเวยไปอีก 4
เมื่อเข้าสู่วันที่ 16 พฤษภาคม ในพื้นที่บ่อนไก่ยิ่งทวีความแหลมคม
