โฟกัสพระเครื่อง/เหรียญเสมารุ่นเสาร์ 5 หลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก สุรินทร์

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ [email protected]
เหรียญเสมารุ่นเสาร์ 5 หลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก สุรินทร์

หลวงปู่สาม อกิญจโน
กองทัพธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า อุดมด้วยศิษยานุศิษย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายรูป
สำหรับจังหวัดสุรินทร์ นามของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม และหลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก ล้วนเป็นที่เคารพศรัทธายิ่ง เนื่องจากทั้งสองรูปเป็นศิษย์อาวุโส
โดยเฉพาะ “หลวงปู่สาม อกิญจโน” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าไตรวิเวก ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้รับคำชื่นชมจากอาจารย์ใหญ่ว่า “เป็นผู้เจริญด้วยธุดงควัตร จำพรรษาได้มากแห่งและเป็นผู้เคร่งครัดในธุดงควัตร”
ด้านวัตถุมงคล อนุญาตให้ศิษยานุศิษย์จัดสร้างวัตถุมงคล อาทิ ในปี พ.ศ.2512 จัดสร้างเหรียญรูปเหมือน รุ่นแรก และอีกหลายรุ่นในปีถัดมา เช่น พระกริ่งรูปเหมือน พระผงสมเด็จ พระผงรูปเหมือน เป็นต้น
วัตถุมงคลทุกรุ่นได้รับความนิยมสูง ทำให้พัฒนาถาวรวัตถุภายในวัดเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ
นอกจากเหรียญรุ่นแรก ที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องแล้ว “เหรียญหลวงปู่สาม รุ่นเสาร์ ๕” ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
เหรียญหลวงปู่สาม รุ่นเสาร์ ๕ สร้างโดยหลวงปู่สาม อกิญจโน เป็นเหรียญเนื้อทองแดง รูปเสมา สร้างเมื่อปี 2521
![]()
ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปเหมือนหลวงปู่สามเต็มองค์ ด้านบนเขียนคำว่า “อายุ ๗๙ ปี” ด้านล่างเขียนคำว่า “หลวงปู่สาม อกิญจโน รุ่นเสาร์ ๕”
ด้านหลังเหรียญ เป็นรูปพระพุทธรูปตรงกลาง ด้านบนเป็นอักขระขอม ด้านล่างเขียนว่า “วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์ ๒๒ เม.ย.๒๕๒๑”
นับเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมที่สุดอีกเหรียญ ด้วยจำนวนการสร้างน้อย ผู้ครอบครองบูชาก็ต่างหวงแหน
หลวงปู่สาม เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2443 ที่บ้านนาสาม ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์
ในช่วงวัยเยาว์ ต้องทำงานทุกอย่างทั้งนอกบ้านและในบ้าน ย่างสู่วัยหนุ่ม กลับสนใจใฝ่ทำบุญ บริจาคทาน ฟังเทศน์ฟังธรรม มีอัธยาศัยชอบความสงบ
อายุ 19 ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดนาสาม ศึกษาพระธรรมวินัย จนอายุ 21 ปี อุปสมบทในปี พ.ศ.2462 โดยมีพระครูวิมลศีลพรต เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเอี่ยม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จำพรรษาที่วัดนาสาม 3 พรรษาก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ขอพำนักอยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) แต่ที่วัดนี้ไม่มีกุฏิให้พำนัก จึงไปจำพรรษา ณ วัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่หนึ่งพรรษา
หลังออกพรรษา ท่านเห็นว่าไม่มีโอกาสได้เรียนจึงกลับมาที่วัดนาสามตามเดิม และเปลี่ยนความคิดจากการศึกษาพระปริยัติธรรม มาเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน
เริ่มต้นด้วยการถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล รับการแนะนำสั่งสอนเรื่องการนั่งสมาธิภาวนา บำเพ็ญเพียรด้วยความตั้งใจจริง เพียงไม่นานก็สามารถอบรมจิตให้มั่นคงอยู่ในสมาธิ
พิจารณาตนเองเห็นว่า ยังไม่เข้าใจในธรรมละเอียดถี่ถ้วน จึงเริ่มทดลองออกเที่ยวธุดงค์ไปในบริเวณใกล้ จ.สุรินทร์ โดยปักกลดครั้งแรกอยู่ที่เขาสวาย ต้องผจญกับความยากลำบากเรื่องอาหารการกิน เพราะชาวบ้านเห็นพระธุดงค์เป็นของแปลก ไม่มีใครใส่บาตร
แต่ด้วยเป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยน และมีเมตตากรุณา ในไม่ช้าบรรดาชาวบ้านต่างคุ้นเคย จนมีผู้มาขอปฏิบัติกับท่านหลายคน
ก่อนเดินทางไปปฏิบัติกัมมัฏฐานกับหลวงปู่มั่น ที่เสนาสนะป่า บ้านสามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงปู่มั่นอย่างใกล้ชิด จนเป็นศิษย์ที่ท่านวางใจองค์หนึ่ง โดยอนุญาตให้เป็นผู้จัดวางเครื่องอัฐบริขาร
ต่อมา เดินทางไปกราบนมัสการพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม และร่วมธุดงค์ออกแนะนำสั่งสอนญาติโยม
จากนั้นเข้าอุปสมบทแปรญัตติใหม่เป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุต ที่วัดสร้างโศก อ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี โดยมีพระครูจิตตวิโสธนาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สิงห์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จากนั้นออกธุดงค์ในหลายจังหวัด ทั้งอุบลราชธานี, บุรีรัมย์, หนองคาย, ขอนแก่น, นครราชสีมา เรื่อยมาจนถึงภาคกลางและชายฝั่งทะเลตะวันออก ก่อนล่องสู่ภาคใต้ และขึ้นเหนือ
เกือบทุกแห่งที่ท่านหยุดปักกลด จะมีผู้เลื่อมใสในปฏิปทา ขอให้ท่านสอนการนั่งสมาธิเพื่อขัดเกลากิเลส
ต่อมา ท่านเดินทางกลับมาตุภูมิ ด้วยจะได้มีโอกาสใกล้ชิดครูบาอาจารย์ ซึ่งชราภาพ คือหลวงปู่ดูลย์ รวมทั้งมีโอกาสแนะนำสั่งสอนธรรมปฏิบัติแก่ญาติโยม พุทธศาสนิกชนในจังหวัดบ้านเกิด
พ.ศ.2510 หลวงปู่สาม ยุติการธุดงค์เดินทางกลับบ้านเกิด มีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา ซื้อที่ดินสร้างเป็นวัดเล็กๆ ถวาย และเมื่อมีคนเคารพเลื่อมใสเพิ่มมากขึ้น ต่างพากันสละทุนทรัพย์ขยายวัดจนสมบูรณ์แบบ ตั้งชื่อว่า “วัดป่าไตรวิเวก”
ครองวัดอยู่นาน 22 ปี ก่อนมรณภาพลงในปี พ.ศ.2534 สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71
วันนี้ สังขารสรีระของท่านล่วงไปแล้ว แต่สิ่งที่ทิ้งไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ประจักษ์ถึงความเป็นพระแท้พระจริงที่ชาวสุรินทร์ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

