บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ
520 วันบันทึกของคำจากลา
ในโลกหลังกำแพง (23)
เช็กห่าอะไรหนักหนา
“กริ๊ง… กริ๊ง… กริ๊ง…” เสียงออดดังขึ้นในขณะที่เรายังไม่ทันจะเคี้ยวข้าวเสร็จ ‘ไป ไป ไป’ ‘เช็กยอดตามจุด’ เสียงจ่าชุดดำตะโกนขึ้นไล่หลังอีกครั้ง
“พี่! ทำไมเขาเช็กยอดไวจัง” เราหันไปมองทุกคน
“ไปก่อน เดี๋ยวมาคุย แต่ไปตามจุดนะ ห้องหนึ่งน่าจะตรงศาลา” พี่ก้องบอก
เราที่ลนลานก็เดิน ‘ต๊อก แต๊ก’ ท่ามกลางแดดยามเที่ยงที่ร้อนระอุ คนนับร้อยหลั่งไหลไปยังศาลาหน้าเสาธง ซึ่งเป็นเพียงศาลาไม้เก่าๆ ที่มีหลังคาเป็นกระเบื้องคอยบังแสงที่พร้อมจะแผดเผาเหล่าผู้ต้องขัง แต่ด้วยอากาศข้างในที่อบอ้าว กลิ่นเหงื่อจึงคละคลุ้งชวนจะเป็นลมเลยทีเดียว
“น้องๆ มาตรงนี้อยู่กับพี่” มีคนหนึ่งดึงเราไปยืน
“ขอบคุณครับ ว่าแต่พี่คือ…” เราหันไปตอบพร้อมเห็นคู่ชายสูงต่ำยืนราวกับรอเราอยู่
“พี่เอ ส่วนไอ้เตี้ยนี้ ไอ้เกล้า นั้นไงๆ แม็กมาแล้วเรียกมาตรงนี้” พี่ที่ชื่อเอพูดขึ้น เมื่อคืนเราจำได้รางๆ ว่า เหมือนพี่แม็กต้องไปนอนข้างสองคนนี้
“น้องโดนการเมืองมาเหรอ เดี๋ยวขึ้นข้างบนเรามาคุยกัน พี่ก็สนใจการเมือง ไม่ต้องกลัวพี่ไม่ทำอะไรหรอก” พี่เอพูดขึ้น น่าจะหลังจากที่เห็นเราดูมีท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
“ยืนๆ หมากเรียกเช็กยอดละ” พี่เกล้าสะกิดบอก
“หมาก?” เราถาม
“เห็นสุดหล่อหน้าสุดมั้ย ที่สูงๆ กล้ามโตๆ คนนั้นเป็นหัวหน้าห้องชื่อ ‘หมาก’ อายุน่าจะพอๆ กับเอ็งมั้ง” พี่เกล้าตอบอีกครั้ง ก่อนจะมีเสียงตามมา
“ห้อง 1 หัวแถวนับ” หมากสั่ง ตามด้วยเสียงเลขที่ไล่ตามมา ‘1’ ‘2’ ‘3’ …
แล้วห้องอื่นก็เริ่มนับตามต่อๆ กัน ตรงที่เราอยู่มีอย่างน้อยๆ 5 ห้อง ที่มาอัดอยู่ในจุดแคบๆ ตรงนี้
จนเมื่อแล้วเสร็จผู้คุมก็สั่ง ‘เลิกแถว’ แล้วทุกคนตอบ ‘ขอบคุณครับ’
“เสร็จแล้วสินะ ไปห้องสมุดดีกว่า…” ไม่ทันคิดจบเราก็โดนดึงอีกครั้ง
“ไอ้หนุน จะไปไหน รอเดี๋ยว เช็กยอดตามกองงานก่อน มาใหม่ต้องอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องไปไหน” พี่เอพูดขึ้น
ก่อนที่ผู้ต้องขังจำนวนมากที่กระจายไปห้องอื่นๆ จะเริ่มไหลเข้ามาอัดแน่นในศาลาเพิ่มขึ้นอีก
“แถวตอนเรียง 12 ทั้งหมดจัดแถว” จ่าคนหนึ่งสั่ง ตามด้วยผู้คุมเดินมากำกับอีกทีหนึ่ง
มันก็เหมือนเข้าแถวเช็กยอดตอนเช้าเลย แค่ไม่มีเพลงชาติ ไม่มีสวดมนต์ แต่โคตรร้อนเลย เมื่อไหร่จะจบๆ สักทีวะ ไม่ไหวแล้ว เราได้แต่คิดในหัว แต่ก็นั่งมองทำๆ ตามเขาไปให้จบๆ จนเมื่อทุกอย่างดูจะสงบ จ่าจึงเริ่มสั่งนับ ไม่ใช่แค่ 50 หรือ 60 คน แต่ทั้งหมดคือ 210 คนกว่าๆ นับต่อกันตั้งแต่หัวไปจนท้าย
“ทั้งหมด เลิกแถว” ผู้คุมพูด เมื่อจ่ารายงานยอดเสร็จ ตามมาด้วยเสียง ‘ขอบคุณครับ’ ก่อนเหล่าผู้ต้องขังจะรีบวิ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง
“ห้ะ เกิดไรขึ้น วิ่งไปไหนกัน” เรารีบหันไปถามทั้งสองคน
“บ่ายโมงแล้ว เวลาอาบน้ำ รีบๆ ไปแล้วกัน” พี่เอตอบอีกครั้ง ก่อนแกจะวิ่งออกไปเช่นเดียวกัน
เราที่เห็นอย่างนั้น ก็รีบวิ่งไปห้องสมุดทันที แดดก็โคตรร้อนไม่รู้จะร้อนยังไง เราหรี่ตามองก็เห็นพี่ก้องที่เหลือแต่กางเกงกำลังออกมาพร้อมมือถือขัน บ่าพาดผ้าพอดี
“พี่ก้องๆ ผมต้องทำไรต่อ” เราถามด้วยความร้อนรน
“ทำไมมาช้าจัง รีบไปเร็ว เดี๋ยวไม่ทันรอบแรก” พี่ก้องพูดขึ้น ก่อนพาเราไปหยิบข้าวของแล้วพาไปบ่อน้ำด้านหลัง ระหว่างทางแกก็เล่า
“ขนุน อาบน้ำบ่ายไม่เหมือนเช้านะ รีบอาบ ทำให้ไว เรามีเวลาแค่ 3 นาที” พี่ก้องเล่าระหว่างเดินไปข้างหลัง
“ห้ะ อาบบ้าอะไรเร็วขนาดนั้นพี่ ขอโทษครับ (ที่อุทาน)” เราตื่นตระหนก ใครจะไปบ้าอาบทันล่ะ แค่แปรงฟันก็หมดเวลาแล้ว
“เขาว่าต้องประหยัดน้ำ เดี๋ยวถอดเสื้อไว้ตรงนี้เหมือนตอนเช้า ดูตรงนั้น (แกชี้) ผู้คุมคนนั้น แกชื่อพี่พร แกจะคอยยืนดูเวลาอาบ ให้รอบละ 3 นาที ก่อนแกจะเป่านกหวีดไล่รอบเก่าออก แล้วเป่าเรียกรอบต่อไปเข้า เราก็พยายามร้องเรียนอยู่ แต่เขาไม่ฟังเลย” พี่ก้องบ่น ซึ่งมันบ้ามาก ตรงข้างผู้คุมนั้นมีนาฬิกาเรือนใหญ่ตั้งอยู่จริง
“ปี๊ด… ปี๊ด… ปี๊ด… รอบนี้ออกไปให้หมด รอบต่อไปเตรียมตัว” เสียงพี่พรตะโกนดังขึ้น ข้างในหลายคนรีบตักจ้วงเอา แล้วรีบเดินออกไป ส่วนคนข้างนอกที่นั่งตามมุมต่างๆ ก็ลุกขึ้นมายืนต่อรอเข้าในรอบถัดไป ซึ่งคนเยอะมากๆ
“เตรียมตัวนะ เดี๋ยวไปยืนตรงมุมนั้นเลย” พี่ก้องแนะนำ ก่อนบั๊กจะเดินตามมา
“แล้วพี่บูมกับพี่มายด์ล่ะ” เราถาม
“ไม่ต้องห่วง สองคนอาบรอบผู้ช่วยไปแล้ว เดี๋ยวอาบเสร็จเอาเสื้อมาใส่ถุงตรงนี้นะ เราจะไว้ซักพรุ่งนี้” พี่ก้องตอบอีกครั้ง
“ปี๊ด… รอบต่อไปเข้าได้” เมื่อสิ้นเสียง รั้วเหล็กสนิมเขรอะดัง ‘เอี๊ยด’ แสบแก้วหูดังเปิดออก ตามด้วยเหล่าผู้คนที่กรูกันเข้าไป ‘ข้างหน้าเดินไวๆ จะอาบน้ำ’ ‘ไป ไป ไป’ ‘โว้ยยยย’ เสียงมันบ้าคลั่งมาก
เราที่ถูกเบียดทับจากผู้คนจำนวนมากตรงหน้าประตู พยายามเดินตามพี่ก้องให้ติดที่สุด พอเข้ามาได้ก็หยุดแล้วตักน้ำอาบในทันที แดดก็ร้อน น้ำก็ร้อน แต่เป็นไงเป็นกันวะ
เราวางแผนในทันที ต้องรีบทำให้ตัวเปียก พร้อมแปรงฟันไปด้วย ก่อนจะขัดตัวถูสบู่ สระผม แล้วรีบๆ ล้างออก ‘จะทันมั้ยวะ’ เราคิดในใจ แต่พอหันไปมองพี่ก้องอีกที
‘เชี่ย’ แกแปรงฟันเสร็จแล้ว ไม่ถึงสิบวิ บ้าไปแล้ว เห็นอย่างนั้นเราจะให้ทำไงล่ะ ก็ต้องเร่งสิก่อนจะบ้วนปากหยิบสบู่มาถูต่อ
“1 นาที รีบอาบเร็วๆ คนข้างนอกรออยู่” พี่พรตะโกนขึ้นอีกครั้ง มีเร่งด้วยตื่นเต้นฉิบหาย
เรารีบถูๆ ตัว ขัดไปขัดมา ซ้ายที ขวาครั้ง ก่อนจะเริ่มบีบยาสระผม
“2 นาที รีบล้างตัวได้แล้ว” พี่พรย้ำอีกครั้ง
อะไรวะเนี่ย นาฬิกาพังเปล่าเนี่ย ไวไปไหนเนี่ย เราจึงรีบๆ ล้างหน้า แล้วล้างตัวในทันที หันไปมองพี่ก้อง แกกำลังเช็ดตัวแล้ว
“เร็วเข้าขนุน จะหมดเวลาแล้ว” พี่ก้องว่า
“ปี๊ด… ปี๊ด… ปี๊ด… รอบนี้ออกไปให้หมด…” ไม่ทันที่พี่พรจะพูดจบ เราที่ตักขันสุดท้ายล้างตัวเสร็จพอดี ก็รีบๆ เก็บของออกมาในทันที ‘แม่งบ้าฉิบหาย ติดคุกหรือมาเกณฑ์ทหารเนี่ย’ เราบ่น ก่อนจะมายืนเช็ดตัวริมรั้วด้านนอก
“หน่า เราติดคุกนะ แต่ก็นั่นแหละ เราก็ไม่สมควรติดจริงๆ เดี๋ยวเสร็จไปตากไว้ที่เดิม แล้วเดี๋ยวไปนั่งเล่นห้องสมุดนะ”
พี่ก้องกล่าวปลอบใจ
เราที่รู้สึกตื่นตระหนกกับบรรยากาศที่แปลกตาออกไป ก่อนจะลงเอยมานั่งจุ้มปุ๊กในห้องสมุดอีกครั้ง มวลความรู้สึกเศร้าและท้าทายที่ยากจะเกินรับก็เริ่มวกกลับมาถมทับหนักอึ้งในอกเราอีกครั้ง
“ทำไมเราต้องมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมอย่างนี้วะ” เราถามกับตัวเอง
“เดี๋ยวขนุน มาสวัสดีอาๆ น้าๆ ในห้องสมุดก่อน จะได้รู้จักกันไว้” พี่ก้องมาสะกิดเราอีกครั้ง ในชั่วขณะที่เรากำลังเหม่อลอย
“ครับ” เราตอบรับ ก่อนเดินตามไปท้ายห้องสมุด
“สวัสดีครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ ผมขนุนนะครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ” เราเดินไปไหว้กลุ่มผู้สูงวัยที่นั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่
“ขนุน อันนี้พี่อ๊อด เสมียนห้องสมุด มีอะไรก็ต้องฝากแกนะ” พี่ก้องผายมือไปทางแกพร้อมแนะนำ
“มีอะไรบอกพี่ได้ พี่ก็ช่วยๆ ทุกคนแหละ คดีการเมืองทุกคนเลย มา มา” พี่อ๊อดพูดขึ้น แกดูเป็นคนมีออร่าอะไรบางอย่าง พูดไม่ถูกเหมือนกัน
ก่อนจะมีเสียงประกาศดังขึ้น “ผู้ต้องขังรายชื่อดังต่อไปนี้ แต่งกายให้เรียบร้อย เตรียมตัวออกพบญาติ จิรวัฒน์ จิรสกุล”
“พี่บูมออกไปเยี่ยมญาติแล้ว เดี๋ยวคงมีข่าวอะไรกลับมาให้เราฟัง” พี่ก้องว่า
เราที่ไม่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมญาติอย่างเขา ก็ได้แค่นั่งคอตก คอยคิดว่าเมื่อไหร่จะเป็นตาเรา
กี่วันแล้วนะที่เราไม่ได้พบกับใครเลยข้างนอก…
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
