E-DUANG
การเปิดประเด็นว่าด้วย”บันเทิงธิปไตย” หรือ Entertaino
Cracy ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล ส่งแรงสะเทือนเป็นอย่างสูงในทางความคิด
ปฎิกิริยาแรกสุดอาจมาจาก”ภายใน”ของพรรคประชาชน
โดยเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับจาก voter ที่เรียกกันว่า
“ด้อมส้ม”
รวมถึงคนที่ทำงานใกล้ชิดอยู่กับ”ส.ส.ส้ม”บางคน
แต่เมื่อนักข่าวขยายผลโดยการนำเสนอคำถามไปยังส.ส.ในพรรคประชาชนตั้งแต่ หัวหน้าพรรค แกนนำพรรค และคนที่เห็นว่ามีบทบาทอย่างสำคัญ
ปัญหาอันคิดว่าเป็นเพียงเรื่อง”ภายใน”ของพรรคประชาชนก็ขยายวงเป็นปัญหาของการเมืองโดยองค์รวมของสังคมไทย
ไม่ว่าจะเป็นคำตอบของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่ว่าจะเป็นคำตอบของ เดชรัต สุขกำเนิด
หรือแม้กระทั่งคำอธิบายของ รังสิมันต์ โรม ก็ตาม
แท้จริงแล้ว ในความเห็นของ ปิยบุตร แสงกนกกุล มิได้มีแต่ประเด็นของ”บันเทิงธิปไตย”
หากแต่ยังมีอีก 3 ประเด็นอันแหลมคมในทางความคิด
1 การเมืองล้นเกิน หรือ Hyperpolotia 1 การเมืองแฉเปิดโปงรายวันเฉพาะหน้า และ 1 ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งคือ พรรคดิจิตัล(Digital Party)
จึงนำไปสู่การวิพากษ์และสรุปอย่างเป็นระบบออกมาว่า
การสร้างพรรคให้เป็นพรรคยุทธศาสตร์ พรรคมวลชน มีอุดมการณ์ความคิดชี้นำ ทำงานทางความคิดนั้นอาจยาก เห็นผลช้า ไม่หวือหวา ไม่ตื่นเต้นเร้าใจ
เป็นการทำงานเบื้องหลัง ซุ่มซ่อนยาวนานที่คนไม่เห็นตรงหน้า หรืออาจไม่ถูกใจคนในวงกว้าง
หรือสื่อในยุคนี้ที่ชอบอะไรเร็วๆด่วนๆเฉพาะหน้า
นักการเมืองที่ผสมผสานการเป็นนักแสดงที่ถนัดการใช้สื่อ สมัยใหม่ แบบตีหัวเข้าบ้าน คลิกเบตเร้าใจ
จึงเด่นขึ้นตามกระแสความต้องการของตลาด
ทั้งๆที่บทสรุปของ ปิยบุตร แสงกนกกุล มาจากความเป็นจริงของ การเมืองไทยในปัจจุบัน
ดำรงอยู่ในลักษณะของสัจธรรมทั่วไปของสภาวะ
มองเห็นได้ไม่เพียงแต่ของพรรคประชาชน หากมีอยู่ทั้งในพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคประชา ธิปัตย์
คำถามก็คือ ทำไมสังคมจึงเห็นว่าเป็นการพุ่งเป้าเข้าใส่พรรค ประชาชน
อาจเป็นเพราะเน้นในเรื่องพรรคยุทธศาสตร์ พรรคมวลชน
และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เองก็ยอมรับว่าหลังการโพสต์จะต้องตกอยู่ในภาวะ”ทัวร์ลง”แน่นอน แต่ก็พร้อมยอมรับต่อชะตา กรรมนี้ด้วยความเต็มใจ
และผลก็เป็นไปตามความคาดหมาย ไม่ว่าจะจาก ปิยบุตร แสงกนกกุล
หรือที่เห็นจากบรรดา”โหวตเตอร์”อย่างร้อนแรง
คำถามก็คือสภาพอันเป็นสัจธรรม”ทั่วไป”ในทางการเมืองอย่างที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล สะท้อนออกเป็นจริงหรือไม่
ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นสัจธรรม”เฉพาะ”ในพรรคประชาชนด้วย
การสำแดงออกของ ปิยบุตร แสงกนกกุล จึงเป็นความกล้าหาญ เอาตัวเองเป็นหินลองทอง สร้างสันปันน้ำในทางความคิด
ดำรงอยู่ในลักษณะ”หลักศิลา”กลางน้ำเชี่ยวเด่นชัด
