บทความต่างประเทศ
ปัญหาเชิงระบบในเกาหลีใต้
สู่งานในศูนย์สแกมเมอร์กัมพูชา
การเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกหลอกให้ไปทำงานในศูนย์หลอกลวง หรือศูนย์สแกมเมอร์ ในประเทศกัมพูชา โดยล่อลวงด้วยค่าจ้างที่สูง แต่กลับต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสงสารเมื่อเดือนสิงหาคม จากการถูกทรมาน กลายเป็นเรื่องที่กระตุ้นให้รัฐบาลเกาหลีใต้ ต้องเดินหน้าปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา และส่งเจ้าหน้าที่ไปกัมพูชา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ที่ถูกกักตัวอยู่โดยไม่สมัครใจ
อย่างไรก็ตาม อ๊ก แฮ ชิล มิชชันนารีชาวเกาหลีใต้ ผู้ทำงานช่วยเหลือผู้ถูกล่อลวงไปทำงานในกัมพูชา บอกว่า “ไม่ใช่ทุกคนที่เดินทางไปกัมพูชา จะเป็นพลเมืองดีเสมอไป”
อ๊ก แฮ ชิล ซึ่งอาศัยอยู่ในกัมพูชานานถึง 14 ปี และเคยช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้บางคนให้รอดพ้นจากศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้ได้หลายราย บอกกับรอยเตอร์ว่า น้อยครั้งที่คนหนุ่มสาวจะมาด้วยใจบริสุทธิ์เพื่อทำสิ่งดีๆ ให้พ่อแม่ของพวกเขา คนส่วนใหญ่ แค่อยากได้เงิน โดยคิดว่า ใครจะได้รับความเสียหายจากเรื่องนี้ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเขา
อ๊ก บอกว่า วีซ่านั้นหาง่ายมาก ดังนั้น คนจากประเทศใกล้เคียงที่มีปัญหาเรื่องวีซ่า หรือการดำรงชีวิต จึงมักมองว่า กัมพูชาเป็นที่ที่มาอยู่ได้ง่าย และสามารถจัดการปัญหาได้ด้วยการติดสินบนเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ ประเมินว่า ศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้ ซึ่งผุดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างรายได้ให้กับเครือข่ายอาชญากรรมปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเหยื่อเป็นผู้ถูกหลอกผ่านทางโทรศัพท์ หรือที่เราเรียกกันว่า พวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลวงผ่านทางช่องทางออนไลน์อื่นๆ อีก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ ได้ออกประกาศ “รหัสดำ” ห้ามพลเมืองเดินทางไปในบางพื้นที่ของกัมพูชา พร้อมกับส่งทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปช่วยเหลือคนสัญชาติเกาหลีใต้ ที่ถูกล่อลวงให้ไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์
และเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการส่งตัวชาวเกาหลีใต้ 64 คน ที่ถูกจับกุมในประเทศกัมพูชา กลับประเทศเกาหลีใต้ โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาพัวพันกับการหลอกลวงทางออนไลน์ บางคนมีหมายแดงของอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากลด้วย
อ๊ก บอกว่า คนพวกนี้มักจะมีตำแหน่งของตัวเองอยู่ในศูนย์สแกมเมอร์ เช่น เป็นหัวหน้า หรือผู้จัดการ ซึ่งเขาและเพื่อนมิชชันนารีบางคน ต้องจ่ายเงินหลายล้านวอน เพื่อช่วยคนหนุ่มสาวเหล่านี้ บางราย ให้ออกหนังสือเดินทางใหม่ และซื้อตั๋วเครื่องบินกลับโซลให้ แต่บางคนเมื่อกลับไปแล้ว กลับมาเพื่อนกลับไปที่กัมพูชาอีก และขายเพื่อนต่อให้กับศูนย์สแกมเมอร์
นอกเหนือจากการสั่งห้ามชาวเกาหลีใต้เดินทางไปกัมพูชาแล้ว ประธานาธิบดี อี แจ มยอง ของเกาหลีใต้ ยังได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการลบโฆษณารับสมัครงานเถื่อนบนโลกออนไลน์ ซึ่งไม่เฉพาะของกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังรวมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพื่อสกัดไม่ให้ชาวเกาหลีใต้ถูกล่อลวงอีกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม อ๊ก บอกว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องเชิงระบบมากกว่าที่คิด ถ้าเกาหลีใต้มีสภาพเศรษฐกิจที่คนหนุ่มสาวสามารถหางานทำได้ และสามารถใช้ชีวิตโดยได้รับค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล พวกเขาก็คงไม่ทำแบบนี้
แต่ระบบการศึกษากลับมุ่งเน้นไปที่การประสบความสำเร็จ และเงินเดือนสูงในบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือหน่วยงานรัฐมานานมากเกินไป
จึงกลายเป็นที่มาของการที่ชาวเกาหลีใต้ พากันอยากไปหาเงินในต่างแดน ที่ได้ค่าตอบแทนเยอะๆ โดยไม่รู้เลยว่า ชะตากรรมชีวิตข้างหน้า อาจจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดหรือรู้
แต่ก็ต้องลองเสี่ยง เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
เครดิตภาพ “รอยเตอร์”
