E-DUANG
ทำไมเมื่อภาพแห่งการไหว้ย่อระหว่าง”ปลัดกระทรวง”กับ”รัฐมนตรี”ปรากฏขึ้น
จึงกลายเป็น”คำถาม” จึงกลายเป็น”ปัญหา”
ทำไมเมื่อภาพแห่ง”นักการเมือง”ออกมาแสดงความซาบซึ้งใน”บุญคุณ”ต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี บางท่านในอดีตและปัจจุบัน
จึงกลายเป็น”คำถาม” จึงกลายเป็น”ปัญหา”
ความน่าตระหนกเป็นอย่างสูงยังอยู่ที่ว่า การตั้งคำถามการ เสนอให้เห็นว่าเป็นปัญหานั้นอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างชนิดเหลือเชื่อ
มิได้มีเพียงสิบ มิได้มีเพียงร้อย หากเป็นพัน หากเป็นหมื่นและทำท่าจะแตะหลักแสน
เรียกกันตามยุคสมัยว่าได้กลายเป็น”ไวรัล”เป็น”มีม”
นำไปสู่การตั้งข้อสงสัยในเชิงคุณธรรม จริยธรรม อย่างแหลมคมยิ่งในทางความคิด
ทำไมการไหว้ ทำไมการสำนึกในบุญคุณจึงเป็น”ปม”
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงอย่างทั่วไป การไหว้เป็นเรื่องดีงาม เป็นขนบที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยตั้งแต่ยุคสยาม
คือ เครื่องหมายแห่งความเคารพ ความนอบน้อม
เห็นได้จากองค์ประกอบแห่งสำนวนที่ว่า เคารพ นบไหว้ คือ เงาสะท้อนแห่งความเชื่อมั่น ความศรัทธา
ไม่ว่าต่อพระสงฆ์ ไม่ว่าต่อผู้ใหญ่
คำว่า”ไปมา ลาไหว้”ตรึงอยู่ในวิถีไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
เรียกขานด้วยความมั่นใจว่าเป็น”เอกลักษณ์”
ยิ่งการออกมาร่ายยาวในเรื่องบุญคุณต่อบุคคลที่มีความรัก ความศรัทธา ยิ่งถือว่าเป็นคุณธรรมพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์ ความเป็นคน
แล้วเหตุใดเมื่อปลัดกระทรวงคนหนึ่งไหว้จึงเป็นปัญหา แล้ว เหตุใดเมื่อนักการเมืองคนหนึ่งร่ายยาวถึงบุญคุณจึงเป็นคำถาม
ถามว่าทำใน”กาละ”ใด ถามว่าทำต่อ”ใคร”
สถานะแห่งการเป็นมีมของ”การไหว้” สถานะแห่งการกลายเป็นไวรัลของ”การรำลึกในบุญคุณ”
จึงต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับแต่ละเงื่อนไข
บุญคุณอันคนๆนั้นรู้สึกอาจเป็นความตรึงใจเป็นอย่างสูง แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าคนอื่นเขารู้สึกอย่างไร
รู้สึกด้วย หรือว่ารู้สึกไปในอีกทางหนึ่ง
การไหว้ต่อบุคคลบางคนคือรูปธรรมความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อคนอีกคนหนึ่ง
คำถามอยู่ที่ว่าคนๆนั้นเป็นใคร
คำถามอยู่ที่ว่าความผูกพันของคนๆนั้นต่อคนอีกคนหนึ่งก่อให้เกิดความรู้สึก”ร่วม”กับคนอื่นได้มากน้อยเพียงใด
นี่จึงมิได้เป็นเรื่องในทาง”ความคิด”อย่างเอกเทศ
ตรงกันข้าม เป็นเรื่องในทาง”รูปธรรม”อันมีภาวะแวดล้อมเป็นองค์ประกอบอีกมากมาย กระทั่งกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งในทางการเมือง
เป็นการเมืองยุคหลังรัฐประหาร 2549 การเมืองร่วมสมัย
เด่นชัดอย่างยิ่งว่าสังคมการเมืองไทยได้เข้ามาสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งยุคสมัย
ยุคสมัยแห่งทุกความคิดต้องผ่านการตรวจสอบ
ยุคสมัยแห่งการปะทะสังสรรค์ระหว่างความคิด”เก่า”กับความคิด”ใหม่”
ค่านิยม”ใหม่” กับค่านิยม”เก่า”
