bg-single

จากลักชัวรีสู่สาธารณะ : บทเรียนจากห้องสมุดประชาชนเกาสง

29.08.2026

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

บทความนี้เขียนที่ “เกาสง (Kaohsiung)” เป็นเมืองท่าทางตอนใต้ของไต้หวัน

ภาพของเกาสงในวันนี้ไกลจากความยุ่งเหยิงในอดีตไปมาก เมืองที่เคยเต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและปล่องควันถูกสร้างใหม่จนกลายเป็นเมืองท่าที่สวยงาม

แม่น้ำอ้ายเหอ (Love River) ที่เคยเน่าเสียถูกฟื้นฟูจนกลายเป็นพื้นที่เดินเล่น

ย่านโกดังเก่าถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์สร้างสรรค์ Pier-2 และมีรถไฟรางเบา (Light Rail) วิ่งเลียบชายฝั่งเชื่อมผู้คนเข้ากับเมืองอย่างมีชีวิตชีวา

เหตุผลที่พาผมมาที่นี่ คือคำเชิญจากนักอ่านชาวไต้หวันและห้องสมุดประชาชนเกาสงครับ หลังจากหนังสือ Almost Prime Minister ฉบับภาษาแมนดาริน ออกวางจำหน่าย ด้วยความที่ไต้หวันผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านและความผันผวนทางการเมืองมาหลายยุคหลายสมัย คนอ่านที่นี่จึงให้ความสนใจกับเรื่องราวทางการเมืองของไทยมากเป็นพิเศษ

การเดินทางรอบนี้จึงเป็นการมาบรรยาย เสวนา และแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อ่านที่ติดตามงานของผม

แต่ใจความสำคัญของบทความนี้หาอยู่ที่เมืองหรืองานของผมไม่

ในฐานะคนที่เสพติดการเดินเข้าห้องสมุดประชาชนเป็นชีวิตจิตใจ หัวใจสำคัญของทริปนี้สำหรับผม กลับอยู่ที่การบริหารจัดการ ห้องสมุดประชาชนเกาสง (Kaohsiung Public Library – KPL)

หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าผมเป็นแฟนตัวยงของห้องสมุดประชาชนหรือ public library เพราะผมเชื่อเสมอว่า ห้องสมุดสาธารณะบอกอะไรเราได้หลายอย่างเกี่ยวกับเมือง เป็น “Litmus Test” ที่เที่ยงตรงที่สุดในการวัดระดับวิสัยทัศน์ของเมือง

มันคือกระจกเงาบานใหญ่ที่ฟ้องเราตรงๆ ว่า รัฐบาลท้องถิ่นและคนในสังคมนั้นมองโลกอย่างไร

ให้คุณค่ากับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อชุมชนอย่างไร

ตลอดชีวิตการเดินทาง ผมเคยตกหลุมรัก Oodi ในเฮลซิงกิที่เปลี่ยนห้องสมุดเป็น “ห้องนั่งเล่นของเมือง” หรือห้องสมุดในสิงคโปร์ที่จัดการสเปซและเทคโนโลยีได้แยบยล

แต่ KPL ที่เกาสงกลับมอบบทเรียนใหม่ที่สั่นสะเทือนความคิดยิ่งกว่า

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของ KPL อยู่ที่ “โครงสร้างทางการเงินและการร่วมทุน” ฝั่งอาคารใหม่ (Phase II) ของห้องสมุดแห่งนี้ ถูกออกแบบภายใต้โครงการสัมปทานความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือโมเดล BOT (Build-Operate-Transfer) โดยรัฐบาลเมืองเกาสงเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนสร้างอาคารสูง 27 ชั้นติดกับตัวห้องสมุดหลัก เพื่อดำเนินธุรกิจโรงแรมระดับลักชัวรีอย่าง TAI Urban Resort พร้อมศูนย์ประชุมและพื้นที่เชิงพาณิชย์

โครงการนี้ใช้เงินลงทุนจากภาคเอกชนสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (NTD) โดยเอกชนได้รับสิทธิ์สัมปทานในการบริหารจัดการเป็นระยะเวลา 50 ปี (พร้อมออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก 20 ปี)

ภายใต้ข้อตกลง BOT นี้ รัฐบาลไม่ต้องแบกรับงบประมาณสร้างตึก แต่ภาคเอกชนจะต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินรายปี พร้อมกับการันตีเงินอุดหนุนรายปีอย่างน้อย 50 ล้าน NTD ตรงเข้าสู่กองทุนบำรุงรักษาห้องสมุดประชาชน KPL เพื่อนำไปใช้เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ งบประมาณจัดซื้อหนังสือใหม่ ตลอดจนค่าบำรุงรักษาอาคารและกิจกรรมสาธารณะตลอดอายุสัญญา

พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เกาสงวางโครงสร้างเชิงสถาบันให้ “เงินจากธุรกิจลักชัวรี เข้ามาช่วยอุดหนุนพื้นที่เรียนรู้สาธารณะของประชาชน” เป็นมูลค่ารวมนับพันล้านตลอดสัมปทาน

ยิ่งไปกว่านั้น โมเดลการระดมทุนและการพึ่งพาตนเองทางการเงินนี้ ยังมอบ “อิสรภาพทางการเมือง” ให้แก่ KPL อย่างมหาศาล KPL ไม่จำเป็นต้องสยบยอมหรือคอยโอนอ่อนผ่อนตามกรอบคิด อุดมการณ์ และวาระทางการเมืองของรัฐบาลกลางที่ไทเป

พวกเขามีอิสระที่จะออกแบบพื้นที่ จัดสรรหนังสือ และให้บริการประชาชนด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นประโยชน์ของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

อิสรภาพดังกล่าวสะท้อนออกมาในรูปของ “ความโอบรับ” (Inclusivity) บนชั้นวางหนังสือของ KPL มีหมวดหนังสือภาษาต่างประเทศจัดวางไว้อย่างให้เกียรติ รวมถึงภาษาไทยและภาษาอื่นๆ ในอาเซียน เพราะเกาสงมองเห็นว่า แรงงานข้ามชาติที่มาช่วยขับเคลื่อนเมือง ไม่ใช่แค่ “แรงงานราคาถูก” แต่มือและสมองเหล่านั้นคือมนุษย์ที่มีสิทธิ์เข้าถึงความรู้และบันเทิงในภาษาแม่

และ KPL ยังมี “รถหนังสือเคลื่อนที่” (Reading Truck) ที่วิ่งตรงไปยังชุมชนและจุดพักผ่อนของแรงงานไทยและชาวต่างชาติในวันหยุด เพื่อนำหนังสือไปส่งมอบให้ถึงมือโดยที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าเดินทาง

เกาสงทำให้เห็นว่า ความเจริญที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่ตึกสูงหรือตัวเลขเศรษฐกิจ แต่วัดกันที่ว่า เมืองนั้นสามารถนำงบประมาณจากส่วนที่หรูหราที่สุด มาถักทอเป็นสวัสดิการทางปัญญา และเปิดประตูโอบรับคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่แขกในโรงแรมหรูไปจนถึงแรงงานข้ามชาติต่างภาษา ให้เข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีศักดิ์ศรีเพียงใด

เผื่อเป็นไอเดียในการพัฒนาเมืองต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

Mazda CX-6e เอสยูวีไฟฟ้า สวยสะกดกับราคาสุดเร้าใจ
‘เมสซี่-โรนัลโด้’ และบทอำลาทีมชาติ (?) แบบต่างขั้ว
‘ยาม่วง’ หรือ ‘ยาเจนเชียน’ และดอกหลงต่าน
เต้าหู้ยัดไส้หมูสับผัดหน่อไม้
ยุคบ้านมือสองครองตลาด
ชัยชนะของคนธรรมดา : เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569
เมื่อ 67 มาถึงสยาม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 16-22 ตุลาคม 2569
มนุษย์ ไม่ใช่แค่ ‘ทุนมนุษย์’
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
หกตุลา กึ่งศตวรรษ ยังหาทางกลับไม่ถึงบ้านหรือ
คำกล่าวปิดท้ายชุมนุมปาฐกถา 50 ปี 6 ตุลาที่เตรียมไว้ แต่พูดไม่หมด