ถอดรหัส Honda Super-ONE รถ EV แรร์ไอเทม-เน้นน่ารักขับชิลๆ
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
สร้างกระแสได้ร้อนแรงไม่น้อยกับการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นล่าสุด Honda Super-ONE
ความน่าสนใจไม่พ้นเป็นรถนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน (CBU)
รวมถึงการตั้งราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท บวกกับตัวรถที่รูปทรงน่ารักน่าชังเหลือเกิน
ทำให้เมื่อฮอนด้าประกาศเปิดตัว-เปิดราคา และระบุว่าปีนี้ได้โควต้ามาเพียง 30 คัน
เพียงไม่กี่นาทีที่เปิดจองซัดเข้าไปกว่า 300 คัน
ตามดูกันต่อว่าฮอนด้าจะเอาอย่างไรดีกับรถรุ่นนี้ จะเพิ่มการนำเข้าหรือมีแผนอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยหรือไม่ อย่างไร

ออกแบบภายใต้แนวคิด Exciting Meikai Exterior
รายละเอียดถูกออกแบบให้คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ และประสิทธิภาพการระบายความร้อนควบคู่กันไป
กระจังหน้าแบบปิด แต่เพิ่มลูกเล่นบริเวณชายล่างใช้สีดำสลับกับสีตัวรถ เมื่อบวกกับไฟหน้าทรงกลมมองผาดๆ คล้ายหน้าตุ๊กตาญี่ปุ่นน่ารักๆ
ไฟคู่หน้าแบบ LED ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติตามสภาพการจราจรและแสงบนถนน
ไฟส่องสว่างกลางวัน และไฟท้าย LED ทั้งชุด
ช่องดักอากาศด้านล่าง (Tech Lower Intake) ลวดลาย Heat Sink พร้อมช่องรับอากาศบริเวณกระจังหน้า (Offset Power Bulge) และปีกหน้าด้านล่าง (Dynamic Aero Wing) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศและระบายความร้อน
กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว พับเก็บอัตโนมัติ
สเกิร์ตข้าง (Side Sill Garnish) เชื่อมต่อกับซุ้มล้อ เสริมเส้นสายด้านข้างให้ต่อเนื่องและดูสปอร์ตขึ้น
ช่องระบายอากาศด้านหลัง (Rear Breather Duct) นำอากาศจากด้านหน้าสู่ท้ายรถ ช่วยลดแรงต้านอากาศ
โลโก้ Honda ด้านท้ายแบบตัวอักษรแนวนอนโทนสี Platinum
สปอยเลอร์หลังเสริมภาพลักษณ์สปอร์ต
ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต 8 ก้าน
มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,573 x 3,569 x 1,616 มม. ฐานล้อ 2,516 มม.
ล็อตแรกมีสีเดียว เทาลูมินัส หลังคาดำ
อย่างไรก็ตาม หากฮอนด้าลุยทำตลาดจริงจังคงมีตัวเลือกสีอื่นๆ มาเพิ่ม

ภายในใช้สีทรีโทน ขาว/เทา/ฟ้า ตกแต่งด้ายสีฟ้า เพื่อสื่อถึงรถยนต์ EV
ออกแบบภายใต้แนวคิด An Exciting Meikai Interior เน้นความโปร่งโล่งกว้างขวางเกินตัวถัง
พวงมาลัย 2 ก้านหุ้มหนังแท้ ตกแต่งด้วย Blue Stitching ระบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อม Paddle Shift
มาตรวัด TFT ขนาด 7 นิ้ว ออกแบบ Triple Meter Design แบ่งการแสดงผลเป็น 3 ส่วน อุณหภูมิแบตเตอรี่, อัตราการใช้พลังงาน/รอบเครื่องยนต์เสมือน (ตามโหมดขับขี่) และกำลังขับของมอเตอร์พร้อมพลังงาน Regenerative Braking
จอสัมผัสขนาด 9 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมสั่งงานด้วยเสียง Siri
มี Google Built-in และระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เจเนอเรชั่นที่ 4
เครื่องเสียง BOSE 8 ตำแหน่ง ที่ประตูหน้า-หลัง และ Subwoofer ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระ กระหึ่มรอบคัน
ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ ติดตั้งที่คอนโซลกลาง
มีปุ่มเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
เบาะนั่งคู่หน้าทรง Bucket Seat ออกแบบเฉพาะรุ่น มีปีกโอบกระชับสรีระ ลดการเคลื่อนตัวขณะเข้าโค้ง ปรับความร้อนได้
เบาะหลังแยกพับแบบ 50:50 ปรับพับได้ทั้งแนวเรียบและแนวสูง เอกลักษณ์ของแบรนด์นี้อยู่แล้ว
ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร บริเวณคอนโซล เปลี่ยนโทนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อเลือกใช้ BOOST Mode
ช่องชาร์จ USB-C ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง กำลังไฟ 60W
แม้จะเป็นรถขนาดเล็ก แต่ภาพรวมภายในจัดสรรพื้นที่และวางระบบควบคุมต่างๆ ได้ดี ทำให้ดูไม่อึดอัด

มาถึงหัวใจหลักระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร
ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนความจุ 29.6 kWh
ระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)
รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC Type 2 และ DC CCS2
โหมดการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ ECON – เน้นประหยัดพลังงานผ่านการควบคุมอัตราเร่ง-ชะลอความเร็วอย่างนุ่มนวล ลดการใช้พลังงานแอร์ เหมาะกับการเดินทางไกล
CITY – โหมดใหม่เฉพาะรุ่น รองรับการขับในเมืองที่รถติด ด้วยฟังก์ชั่น One-Pedal Driving ควบคุมเร่ง-ชะลอ-หยุดด้วยแป้นเดียว
NORMAL – สมดุลระหว่างความนุ่มนวลกับความสนุก เหมาะกับการใช้งานประจำวัน
SPORT – อัตราเร่ง-ชะลอที่เร้าใจ พร้อมระบบจำลองจังหวะเปลี่ยนเกียร์ รองรับ Paddle Shift สูงสุด 7 ระดับ และ Active Sound Control
และ BOOST – โหมดใหม่เฉพาะรุ่น ปลดกำลังมอเตอร์สูงสุด 70 กิโลวัตต์เต็มพิกัด พร้อมเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง เรียกใช้งานได้ทันทีจากปุ่มบนพวงมาลัย
มีระบบช่วยชะลอความเร็วที่พวงมาลัย ปรับระดับแรงหน่วงได้สูงสุด 6 ระดับในโหมด ECON/NORMAL และ 4 ระดับในโหมด CITY

เทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ นำทัพโดยระบบ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้า ตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน ครอบคลุมฟังก์ชั่นหลักๆ อาทิ
ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ ทำงานตั้งแต่ความเร็ว 5 กม./ชม. ขึ้นไป
ควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ ทำงานที่ 72-180 กม./ชม.
เตือนและช่วยหน่วงพวงมาลัยเมื่อรถออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ทำงานที่ 72-180 กม./ชม.
ควบคุมความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกตามความเร็วต่ำโดยอัตโนมัติ
แจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าที่หยุดนิ่งเริ่มเคลื่อนที่ ในระยะตรวจจับ 10 เมตร
ความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ เช่น เซนเซอร์กะระยะ หน้า 4 จุด หลัง 4 จุด
กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมด้านข้างคู่หน้า, ม่านถุงลมด้านข้าง
ระบบป้องกันล้อล็อกและกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ฯลฯ
Honda Super-ONE ราคา 990,000 บาท
ส่วนใครที่ชอบชุดแต่งสวยๆ ฮอนด้าจัดมาให้จากสำนักแต่ง MUGEN มีให้เลือกเพียบ
