
ผมได้กลับมาประเทศจีนอีกครั้งเมื่อเดือนกันยายน ปี 2024 ครั้งนี้ไม่ได้ไปปักกิ่งแต่ไปเยือนคุนหมิง เมืองหลวงของมณฑลยูนนานซึ่งอยู่ทางใต้ของจีนนั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 2 ชั่วโมงก็ถึง ผมได้รับเชิญจากสมาคมนักเขียนคุนหมิงผ่านทางมิตรเก่า China Radio International (CRI) ติดต่อให้ไปร่วมงาน “Jump – 2024 the Third Kunming Urban Poetry Art Festival” งานชุมนุมกวีและนักเขียนจีน นักเขียนเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อร่วมกิจกรรมอ่านบทกวี เสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านวรรณกรรม ฟังดนตรี และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะและวรรณกรรมอีกหลากหลาย ผมได้รับการสนับสนุนจากคณะนิเทศศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ต้นสังกัดอย่างดีจึงได้ตอบตกลงไปร่วมงาน
ทางสมาคมนักเขียนคุนหมิงได้ส่งหัวข้อ “Literature: The Power of Incompetence” ซึ่งเป็นหัวข้อที่ผมต้องกล่าวสุนทรพจน์และเสวนากับนักเขียนจีน รวมทั้งขอบทกวีจากผม 1 บทเพื่อไปจัดแสดงและอ่านในงานครั้งนี้ ผมเห็นหัวข้อแล้วก็เริ่มต้นร่างคำกล่าวและหยิบบทกวี “งานไร้ค่า” ซึ่งเขียนเก็บไว้นานแล้ว เพราะคิดว่าน่าจะสอดคล้องกับหัวข้อที่ผมได้รับคือ “วรรณกรรม : พลังแห่งความไร้ความสามารถ” ส่งไปให้ทางสมาคมนักเขียนคุนหมิง
ผมเดินทางไปถึงคุนหมิงเมื่อบ่ายแก่ ๆ วันศุกร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา เมืองจีนในปัจจุบันต่างจากเมื่อ 15 ปีก่อนที่ผมจากมามายมายแม้จะอยู่กันคนละที่คนละเมือง คุนหมิง มีความเจริญไม่แพ้ปักกิ่ง ภาพคอนโดสูงใหญ่ ตึกแถวร้านค้าเรียรายสองข้างทาง รถยนตร์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซด์และจักรยานไฟฟ้าวิ่งกันขวักไขว่ ภาพจักยานถีบสองล้อมในอดีตไม่มีให้เห็นอีกต่อไปแล้ว การเดินทางสามารถเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอพฯ การจับจ่ายใช้สอยก็ใช้การสแกนจ่ายผ่านโทรศัพท์หรืออยากจะจ่ายด้วยเงินสดร้านค้าก็ยังรับอยู่
ประมาณ 6 โมงเย็น อ.กิ๊ฟ หรือ อาจารย์สุธารัตน์ พญาแซม อาจารย์ชาวไทยประจำมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินยูนนาน (ม.ฉ้ายต้า) มารอพบผมที่หน้าล็อบบี้โรงแรม Ananas เพื่อพาผมไปรู้จักกับคณะนักเขียนคุนหมิงร่วมทั้งนักเขียนต่างชาติที่มาร่วมงาน ซึ่งอ.กิ๊ฟจะช่วยเป็นล่ามภาษาจีนให้กับผมในวันงานพรุ่งนี้ด้วย
เราทักทายกันอย่างคุ้นเคยตามประสาคนไทยในต่างแดน อ.สุธารัตน์ พญาแขม (กิ๊ฟ) อยู่คุนหมิงได้ 10 ปีแล้ว จากนักศึกษาทุนปริญญาโทปัจจุบันกลายเป็นอาจารย์สอนภาษาไทยและสอนด้านธุรกิจระหว่างประเทศให้กับนักศึกษาจีนที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินยูนนาน (ม.ฉ้ายต้า) และตอนนี้เธอกำลังศึกษาปริญญาเอกอยู่ด้วย เราเดินไปภัตตาคารใกล้ ๆ โรงแรมที่พัก ที่นั่นผมได้พบกับคณะผู้จัดงานและนักเขียนต่างชาติที่มาร่วมงานอีก 2 ชาติ ได้แก่ Navin นักเขียนอินเดีย และ Ruan Lizhi นักเขียนเวียดนาม
ส่วนนักเขียนอีก 2 ชาติ คือ มาเลเซียและบังคลาเทศยังเดินทางมาไม่ถึง ที่ร้านอาหารคณะนักเขียนคุนหมิงต้อนรับเราอย่างดีมีการแนะนำตัวและไถ่ถามถึงการเดินทางและเรื่องทั่วไป ๆ ผมได้สนทนากับนักเขียนอินเดียพอจะทราบว่า เขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนด้านภาษาฮินดู และเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรกด้วย ขณะที่นักเขียนจากเวียดนาม เธอเป็นนักเขียนอาชีพ ทำงานเขียนและแปลหนังสือเกี่ยวกับวรรณกรรมเยาวชน และเคยไปฝึกงานที่บริษัทกันตนา ประเทศไทยอยู่หลายเดือน หลัง 2 ทุ่มเราต่างแยกย้ายกลับที่พัก
วันรุ่งขึ้น 9 โมงเช้า คณะของเรานั่งรถบัสจากโรงแรมเดินทางไปที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมคุนหมิง ซึ่งสร้างอยู่ตรงเนินเขา ก่อนเข้างานมีป้ายภาษาจีนและรูปนักเขียนต่างชาติทั้ง 5 ประเทศติดอยู่ งานช่วงเช้าจัดที่ลานด้านหน้าศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เวทีอยู่ตรงกลางสระน้ำและถัดมาเป็นที่นั่งของผู้มาร่วมงาน เมื่อประธานกล่าวเปิดมีการแสดงดนตรีจากนั้นต่อด้วยการอ่านบทกวี โดยเริ่มจากนักเขียนจีนที่มาร่วมงานจากทั่วประเทศ ตามด้วยนักเขียนคุนหมิง และปิดท้ายด้วยนักเขียนต่างชาติ
ผมนั่งฟังบทกวีจากนักเขียนจีน ซึ่งได้รับความกรุณาจากอ.กิ๊ฟช่วยถอดความให้เป็นบางครั้ง ได้เห็นท่วงทำนองการอ่าน น้ำเสียงโทนสูงต่ำรับรู้ได้ถึงพลังของบทกวีที่ไม่จำเป็นต้องสื่อความหมายเป็นภาษาเดียวกัน การอ่านบทกวีสลับกับการฟังดนตรีดำเนินเรื่อยไป แต่ฟ้าฝนเริ่มไม่เป็นใจในช่วงท้าย ฝนตกลงมาหนาเม็ดขึ้น ทุกคนที่มาร่วมงานต้องย้ายจากลานด้านหน้าขึ้นไปอ่านบทกวีต่อที่ภายในอาคาร
ช่วงท้ายเป็นการอ่านกวีของนักเขียนต่างชาติพอดี ในห้องจัดงานชั้น 3 ของอาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมดูเหมือนจะยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่ ไม่มีไมโครโฟนช่วยในการอ่าน แต่เราทุกคนก็ลุกขึ้นอ่านบทกวีของเรา ผมเป็นคิวที่ 3 จาก 5 ประเทศ ผู้ดำเนินรายการแนะนำเป็นภาษาจีน ผมลุกขึ้นมายืนด้านไปหน้า กล่าวสวัสดีแขกที่มาร่วมงานเกือบ 100 ชีวิตเป็นภาษาจีน จากนั้นสูดลมหายใจและอ่านบทกวี “งานไร้ค่า” เป็นภาษาอังกฤษ และในโอกาสนี้ขอหยิบมานำเสนอที่นี่อีกครั้ง

งานไร้ค่า
งานเขียนของฉันช่างไร้ค่า
ไร้ผู้คนสนใจ ในบ้าน ในสังคม
ในประเทศของฉัน
ผู้คนได้ผลักไสฉันไปยังสถานที่อื่น
โดดเดี่ยว รกร้าง อับชื้น แปลกแยก
ประเทศของฉันไม่ต้องการให้ฉันขีดเขียน
สังคมของฉันไม่ต้องการให้ฉันมีแรงบันดาลใจ
บ้านของฉันไม่ต้องการให้ฉันแสดงออกด้วยตัวอักษรใด
มันช่างไร้ค่า ไร้ความหมาย ไร้การเหลียวแล
โลกแปลกแยกจากฉัน หรือว่า ฉันแปลกแยกจากโลก
ฉันคิดของฉันเองว่า มันดีแล้ว งามแล้ว จริงแท้แล้ว
บางทีมันอาจไม่ใช่สำหรับคนอื่น สังคม และประเทศของเรา
อ่านจบ เสียงปรบมือดังขึ้น ผมกล่าวขอบคุณและเดินกลับมานั่งที่ ช่วงบ่ายเป็นการกล่าวสุนทรพจน์และการเสวนาในหัวข้อ “วรรณกรรม : พลังแห่งความไร้ความสามารถ” โปรดติดตามตอนต่อไป
……………………………………………..
หมายเหตุ
ฉานต้าหลง คือนามปากกาของ ผศ.ชาติณรงค์ วิสุตกุล อาจารย์ประจำหลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้รับเชิญไปร่วมงาน Jump – 2024 the Third Kunming Urban Poetry Art Festival ที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา
