ดินแดง ราชปรารภ หลักฐาน ของ NICK NOSTITZ ในดง กระสุน ความเร็วสูง ‘ทหาร’
ยุทธการแดงเดือด
ดินแดง ราชปรารภ
หลักฐาน ของ NICK NOSTITZ
ในดง กระสุน ความเร็วสูง ‘ทหาร’
หลังจากที่ นายชาญณรงค์ พลศรีลา ถูกยิงแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่หลังแนวยางรถยนต์รวมทั้งนายชาญณรงค์ได้วิ่งหลบเข้าไปในปั๊มเชลล์ เมื่อเข้ามาในบริเวณปั๊มแล้วจะเห็นภาพพยาน
คือ พยานลำดับที่ 056 ที่ตามมาปฐมพยาบาลนายชาญณรงค์
และ Nick Nostitz ซึ่งเป็นนักข่าวที่มาถ่ายรูปและเป็นพยานอีกคนหนึ่ง
นั่นเห็นได้จากคลิป “20100515_ชาญณรงค์มุมสูง2_ineday2010A” และ “นิค นอสติทซ์_เขตสังหาร 2 killing zone_Nick Nistitz.flv”
เหตุการณ์หลังจากนั้นตามคำบอกเล่าของ Nick Nostitz ซึ่งเขียนในบันทึกของเขา “ivk Nostitz : ในเขตสังหาร” ประชาไท วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 และพยานลำดับที่ 055 คนที่หลบอยู่ในปั๊มเชลล์ต้องการหลบหนี
ทหารที่ไล่ตามมาใกล้ถึงปั๊มแล้ว จึงมุ่งไปทางด้านหลังปั๊มและปีนกำแพงหนีออกไป อีกฟากหนึ่งของกำแพงเป็นสวนของบ้านหลังหนึ่ง
ทั้งสองคนพยายามช่วยนายชาญณรงค์ข้ามกำแพงไปด้วยกัน
เมื่อดูภาพที่พยานลำดับที่ 045 มอบให้แก่ “ศปช.” เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 ก็จะเห็นว่า พวกเขาช่วยกันยกตัวนายชาญณรงค์ผ่านกำแพงไปได้พร้อมกับนายนิค
แต่พยานปีนไม่ทันจึงถูกทหารเข้าไปจับกุมตัวไปตอนเวลา 16.17 น.
ขณะเดียวกัน เมื่ออ่าน “ลูกเหยื่อสลายชุมนุมที่ราชปรารภพบ นิค นอสติทซ์ ฟังนาทีพ่อถูกยิง” ในประชาไท วันที่ 19 มิถุนายน 2553 ก็รับรู้ข้อมูลว่า นายชาญณรงค์ที่ถูกส่งข้ามกำแพงไปในสวน
แต่สุดท้าย นายชาญณรงค์ พลศรีลา ก็เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล
ผู้เสียชีวิตอีกรายหนึ่ง คือ นายธนากร ปิยะผลดิเรก อายุ 52 ปี เป็นผู้สังเกตการณ์ ถูกยิงขณะออกไปถ่ายคลิปเหตุการณ์ทหารยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมบริเวณหน้าปั๊มเชลล์
ขณะนั้นอยู่บนระเบียงห้องพักเลขที่ 523 ชั้น 27 อาคารคอนโดมิเนียมเดอะคอมพลีท
เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อ้างอิง “บันทึกพฤษภา 53 ความจริงจากข่าวสด ความตาย 90 ศพ” ของกองบรรณาธิการ “ข่าวสด” ระบุรายละเอียดว่า จากการชันสูตรนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า
บาดแผลกระสุนปืนที่แก้มข้างขวาทะลุออกคอซ้ายใต้ติ่งหู ทิศทางกระสุนจากขวาไปซ้ายในแนวระดับเฉียงหน้าไปเล็กน้อย กระสุนตัดเส้นเลือดแดงทำให้เสียเลือดมาก
สันนิษฐานว่าเป็นกระสุนความเร็วสูง
ขณะเดียวกัน ยังได้อ้างอิงข้อมูลจาก “ตายแล้ว 29 ศอฉ.โต้วุ่น ‘สไนเปอร์’ : นักร้องดังเผยยังมีศพอยู่ในห้อง” ในหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ฉบับประจำวันที่ 17 พฤษภาคม 2553
พยานผู้เห็นเหตุการณ์ นายเอกประพันธ์ พาณิชย์พงส์ หรือ “กำปั้น บาซู” อายุ 33 ปีซึ่งอยู่ในห้องเดียวกันขณะเกิดเหตุ
เปิดเผยว่า พยานและผู้ตายได้ยินเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นหลายครั้งเป็นเวลานานติดต่อกันตอนเวลาประมาณ 16.00 น. พยานสังเกตเห็นเพื่อนอยู่ตรงระเบียงด้านนอกของห้องพักจึงตะโกนเรียกให้กลับเข้ามาในห้องเพื่อความปลอดภัย
แต่ยังไม่ทันที่เพื่อนจะกลับเข้าห้องก็มีกระสุนยิงขึ้นมาที่ระเบียง
พยานเห็นเพื่อนล้มทั้งยืน โดยกระสุนยิงเข้าลำคออย่างจัง พยานจึงรีบหมอบเพื่อหลบวิถีกระสุนแต่ก็ยังถูกยิงเข้าที่หัวไหล่กระสุนทะลุหลังได้รับบาดเจ็บ
เพื่อนที่อยู่ในห้องอีก 1 คนจึงรีบพาพยานลงมาด้านล่าง
หากดูคลิป “20100515_ธนากร ปิยะผลดิเรก น้ากำปั้น มีclipที่น้ากำปั้นถ่าย_สกู๊ป VoiceTV”
ได้มีการถ่ายทำห้องของผู้ตายเมื่อภายหลังเหตุการณ์ และได้อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาที่ กำปั้น บาซู ให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด”
และหลังเกิดเหตุหน่วยกู้ชีพที่อยู่ใกล้เคียงได้เร่งนำตัว กำปั้น บาซู ส่งโรงพยาบาล
แม้กระสุนปืนจะไม่ถูกจุดสำคัญของร่างกายแต่ก็ทำให้เลือดไหลออกมาไม่หยุด ขณะที่ศพของนายธนากร ปิยะผลดิเรก ยังอยู่บนห้องพัก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาพร้อมกันได้ เนื่องจากถนนราชปรารภซึ่งเป็นเส้นทางหลักกลายเป็นดงกระสุน
เมื่อสถานการณ์คลี่คลายเจ้าหน้าที่และญาติของนายธนากร ปิยะผลดิเรก จึงขออนุญาตขึ้นไปนำศพลงมาจากห้องพักในช่วงบ่ายของวันถัดมา
นอกจากนี้ พยานลำดับที่ 045 ซึ่งพักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมเดียวกันได้ถ่ายคลิปวิดีโอรอยเลือดไว้ และได้นำมามอบให้แก่ “ศปช.” เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 ทำให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น
เป็นการบันทึก ณ เวลา 16.35 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2553
เป็นรอยเลือดไหลมาจากด้านบนระเบียงของห้องพักตนเอง คาดว่าจะเป็นเลือดของนายธนากร ปิยะผลดิเรก ซึ่งถูกยิงที่ชั้น 27
ดังนั้น เมื่อประมวลจากคำบอกเล่าของนายเอกประพันธ์ พาณิชย์พงส์ หรือกำปั้น บาซู และจากภาพถ่ายของพยานลำดับที่ 045 จึงสามารถสรุปได้ว่า นายธนากร ปิยะผลดิเรก
ถูกยิงในช่วงเวลา 16.00-16.35 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2553
แล้ว เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ก็เข้าสู่บทสรุปจากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับทหารในช่วงบ่ายของวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นจำนวน 3 ราย
1 นายอุทัย อรอินทร์ อายุ 39 ปี อาชีพค้าขาย ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. บริเวณหน้าบริษัท วิริยะประกันภัย
เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนลูกโดดบริเวณหลังทะลุเข้าหัวใจ
2 นายชาญณรงค์ พลศรีลา อายุ 32 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืน ท้องลำไส้เล็กฉีกขาด ถูกยิงหน้าท้องและแขนมีกระสุนฝังในที่หน้าท้องด้านขวาทำให้อวัยวะด้านในฉีกขาดเป็นแผลหลายตำแหน่งและแขนหัก
เมื่อเวลาประมาณ 15.50 น. หลังแนวยางรถยนต์หน้าปั๊มเชลล์ ถนนราชปรารภ
3 นายธนากร ปิยะผลดิเรก อายุ 50 ปี อาชีพค้าขาย
เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนที่แก้มข้างขวา ทะลุออกด้านซ้ายตัดเส้นเลือดที่คอ
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่คอนโดมิเนียมเดอะคอมพลีท ชั้น 24
จากการเสียชีวิตของ นายอุทร อรอินทร์ นายชาญณรงค์ พลศรีลา และนายธนากร ปิยะผลดิเรก เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า
1 น่าจะเป็นเหตุการณ์อันเกิดในช่วงเดียวกัน เนื่องจากคลิปที่นายธนากรถ่ายบริเวณปั๊มเชลล์เผยแพร่ผ่าน VoiceTV ได้ยินเสียงแตรรถน้ำสีเหลือง ประกอบกับเวลาที่พยาน 045 ถ่ายรอยเลือดตรงระเบียงคาดว่าน่าจะเป็นเลือดของนายธนากรที่หยดลงมา (16.35 น.)
ก็เป็นเวลาหลังจากที่นายชาญณรงค์ถูกยิง (15.52 น.) เพียง 43 นาที
2 กรณีนายชาญณรงค์มีความชัดเจนมากที่สุดว่าเป็นกระสุนที่ยิงมาจากฝั่งทหารทางทิศใต้
3 กรณีนายธนากรจากวิถีกระสุนที่ยิงจากขวาทะลุซ้าย และจากพื้นที่ระเบียงห้องพักที่นายธนากรยืน ซึ่งหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เล็กน้อย คือ หันหน้าไปทางถนนราชปรารภและเฉียงไปทางแยกจตุรทิศ
จึงมีความเป็นไปได้มากว่ากระสุนที่ยิงมาจากตึกสูงบริเวณแยกจตุรทิศ
4 กรณีนายอุทัยไม่มีภาพที่สามารถสรุปได้แน่ชัดแต่จากบริบทแวดล้อมสันนิษฐานได้ว่าน่าจะถูกยิงช่วงที่ทหารรุกเข้ามาเพื่อขับไล่ผู้ชุมนุม เป็นการยิงแนวราบตามแนวถนน
และวิถีกระสุนที่ชัดเจนว่ายิงมาจากฝั่งทหาร
