bg-single

อ่าน สงครามชีวิต อ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์ อ่าน สังคมสยาม

03.11.2026

บทความพิเศษ

อ่าน สงครามชีวิต

อ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์

อ่าน สังคมสยาม

ขณะที่เมื่อเสนอวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับกำเนิดและวิวัฒนาการนวนิยายและเรื่องสั้นของไทยต่อมหาวิทยาลัยลอนดอน ดร.วิภา เสนานาญ ให้ความหมายและความสำคัญกับนวนิยายเรื่อง “ลูกผู้ชาย” ค่อนข้างสูง

เหตุผลเพราะ “ลูกผู้ชาย” เขียนและตีพิมพ์เมื่อปี 2471

ขณะที่นวนิยายเรื่อง “ศัตรูของเจ้าหล่อน” โดย “ดอกไม้สด” ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านนิตยสาร “ไทยเขษม” รายเดือนในปี 2472

เช่นเดียวกับ “ละครแห่งชีวิต” ของ ม.จ.อากาศดำเกิง ที่ตีพิมพ์ปี 2472

กระนั้น เมื่อเสนอวิทยานิพนธ์อักษรศาสตรบัณฑิต ต่อ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2521 และต่อมากลายเป็นหนังสือ “นวนิยายกับสังคมไทย (2475-2500)” ตรีศิลป์ บุญขจร ให้ความสนใจเป็นอย่างสูงต่อ “สงครามชีวิต”

บทสรุปของ ตรีศิลป์ บุญขจร เห็นว่า “สงครามชีวิต” ได้สร้างพัฒนาการให้กับนวนิยายไทยหลายประการด้วยกัน

โปรดอ่าน

บทสรุป ตรีศิลป์ บุญขจร

บทสรุป “สงครามชีวิต”

ประการแรก “สงครามชีวิต” เป็นจุดเริ่มต้นของความสำนึกทางมนุษยธรรมซึ่งเป็นนวทัศน์ของนวนิยายไทยในระยะที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลง การเสนอทรรศนะเห็นอกเห็นใจผู้ยากไร้ การไม่ดูถูกเหยียดหยามเชื้อชาติ “ต่ำ”

แสดงถึงสำนึกทางมนุษยธรรมของ “ศรีบูรพา”

ประการที่สอง “สงครามชีวิต” เป็นจุดเริ่มต้นของการวิพากษ์วิจารณ์สภาพสังคมไทยอย่างเน้นความสำคัญจนถึงเป็นแก่นเรื่อง

จนอาจกล่าวได้ว่า เป็นนวนิยายเสนอปัญหาสังคม

เป็นไปได้ที่ “ศรีบูรพา” จะมิได้มุ่งเสนอ “สงครามชีวิต” ให้เป็นเพียงนวนิยายรักที่ เปลี่ยนจากการจบอย่างพาฝัน หรือจบอย่างมีความสุขในยุคแรกมาเป็นการจบอย่างไม่สมหวังเท่านั้น

เพราะหัวใจของ “สงครามชีวิต” อยู่ที่การวิพากษ์วิจารณ์ความอยุติธรรมในสังคม

ขณะที่เขียน “สงครามชีวิต” “ศรีบูรพา” มีประสบการณ์และจิตสำนึกทางการเมืองมาแล้วระยะหนึ่ง เขาเคยผ่านตำแหน่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวันมาแล้วหลายแห่งแม้ว่าจะมีอายุน้อย

คือ เริ่มจากบางกอกการเมือง, ไทยใหม่ จนถึงตำแหน่งนักเขียนบทความที่ศรีกรุงและสยามราษฎร์

บทความของเขาเสนอความคิดเห็นทางการเมืองที่เรียกว่า “ก้าวหน้า” มากในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เพราะเขาเสนอความคิดเรื่องการปกครองแบบประชาธิปไตยจนต้องถูกบีบบังคับจากนายทุนและต้องออกจากตำแหน่งหลายครั้ง

แต่ก็ไม่เคยย่อท้อหรือหันเหทิศทางความเห็นเพื่อสวัสดิภาพส่วนตัว

ประการที่สาม “สงครามชีวิต” แสดงถึงแนวโน้มใหม่ของนวนิยายไทยที่ได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมรัสเซีย อันเป็นนวนิยายของ “ดอสโตเยพสะกี้” เกี่ยวกับชนชั้นผู้ยากไร้ซึ่งต่อมากลายเป็นวรรณกรรมของชนชั้นกรรมาชีพ (Proletarian Literature)

นับเป็นครั้งแรกที่นวนิยายไทยได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมประเภทนี้ ซึ่งแตกต่างไปจากเดิมที่มักจะได้จากอังกฤษหรือไม่ก็ฝรั่งเศส และส่วนมากเป็นนวนิยายรักหวานชื่นหรือรักโศกที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาสังคม

เช่น นวนิยายของ แมรี่ คอเรลลี ชาร์ลส์ การ์วิช

กล่าวโดยสรุป บทบาทสำคัญของ “สงครามชีวิต” ต่อพัฒนาการนวนิยายไทย คือการสะท้อนให้เห็นนวทัศน์ใหม่เกี่ยวกับความสำนึกทางมนุษยธรรมและการเสนอแนวคิดวิพากษ์วิจารณ์สังคม

นับได้ว่า “สงครามชีวิต” เป็นนวนิยายไทยเรื่องแรกที่มีเป้าหมายเสนอปัญหาสังคม

จาก ดุสิต สมิโตปกรณ์

มายัง ระพินทร์ ยุทธศิลป์

จากนี้จึงเห็นได้ว่า เรื่องราวความรักระหว่าง ระพินทร์ ยุทธศิลป์ กับ เพลิน โรหิตบวร มิได้เป็นความรักในเชิงส่วนตัวด้านเดียว

ตรงกันข้าม ความเป็นส่วนตัวของบุคคลทั้งสองมีลักษณะเป็น “ตัวแทน”

ตรงกันข้าม ความเป็นส่วนตัวของบุคคลทั้งสองมิอาจแยกขาดไปจากสภาพความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ในสังคม

ขณะเดียวกัน “ศรีบูรพา” มิได้ให้ ระพินทร์ ยุทธศิลป์ ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ขณะเดียวกัน “ศรีบูรพา” ได้นำเอาเรื่องราวอันโลดโผนพิสดารของ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

เป็นการเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะอันเป็นการ “อธิบาย”

อธิบายให้ ระพินทร์ ยุทธศิลป์ และคนอ่านได้เข้าใจความเป็นจริงในทางสังคมซึ่งส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งต่อความเป็นปัจเจก ความเป็น “ส่วนตัว” ของแต่ละคน

นั่นคือเสียงย่ำระฆังแห่งสำนึกใน “ทางสังคม” จากการเขียนของ “ศรีบูรพา” เมื่อมองผ่าน “กุหลาบ แห่ง แผ่นดิน” จากการศึกษาและเรียบเรียงของ ชมัยภร แสงกระจ่าง

ยิ่งกระจ่างใน “ราก” และ “แรงสะเทือน

กุหลาบเข้าประจำทำงานเป็นกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง” และที่นั่นเขาผู้มีอายุอยู่ในวัยหนุ่มต้นๆ คือ 26 ปี เขียนบทความชื่อ “มนุษยภาพ” ตอนที่ 2 ต่อจากที่เคยลงใน “รายวันไทยใหม่”

คราวนี้เขียนตอนที่ว่าด้วย “ความหลงของมนุษย์ ถือว่าอำนาจทำอะไรถูกหมด”

และต่อด้วยตอนที่ 3 ที่ชื่อว่า “ความสงบ” มีข้อความบางตอนกล่าวว่า “การโกหกตอแหล การหลอกลวง ได้ก่อกำเนิดจากคณะรัฐบาล” และ “อำนาจบันดาลความนิยม และอำนาจคือเงินกับชนชั้นสูงเป็นการแน่แท้

ด้วยอะไรที่เงินและชนชั้นสูงกระทำ เราถือว่าเป็นการถูกต้อง ควรนิยมทุกอย่าง”

บทความ “มนุษยภาพ” ทั้ง 3 ตอนตีพิมพ์ใน “ศรีกรุง” เมื่อเดือนมกราคม 2474

ผลจากความมุ่งมั่นของกุหลาบคือ หนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง” ถูกสั่งปิด และ พระยาอุปการศิลปเศรษฐ ผู้เป็นบรรณาธิการถูกถอนใบอนุญาต 9 วัน

“แท่นพิมพ์ถูกล่ามโซ่” เด็กที่ทำงานในโรงพิมพ์บอกใครต่อใคร รวมทั้งกองบรรณาธิการบางคนที่มาทำงานเพราะไม่รู้ข่าว

รากฐาน สงครามชีวิต

นักเขียน นักหนังสือพิมพ์

ต่อมาคณะเพื่อนนักหนังสือพิมพ์ นักประพันธ์ ได้ไปร่วมทำหนังสือพิมพ์ “ผู้นำรายสัปดาห์” โดยเริ่มออกฉบับปฐมฤกษ์เมื่อ 30 เมษายน 2475 ซึ่งเป็นช่วงปีใหม่พอดีและที่หนังสือพิมพ์เล่มนี้เองที่กุหลาบได้นำเอา “สงครามชีวิต” บางตอนไปลงตีพิมพ์

มีคนถามเขาทันทีว่า เอามาจากเรื่อง Poor People ของ ฟิโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้ นักเขียนรัสเซียซึ่งมีฉบับแปลภาษาอังกฤษขายในเมืองไทยขณะนั้นหรือเปล่า

ทำให้เขาต้องตอบอย่างสุขุมเยือกเย็นว่า

“ฉันทำงานด้วยหัวคิดของฉันเอง จากมันสมองหรือหัวคิดของฉัน จะดีหรือเลวก็เป็นสมองของฉันเอง”

ในวันที่ 1 มิถุนายน 2475 นวนิยายเรื่อง “สงครามชีวิต” จัดพิมพ์เป็นเล่ม

สิ่งที่กุหลาบทำและอาจถือได้ว่าเป็นการบุกเบิกสำหรับวงการวรรณกรรมไทยก็คือ เขาเอาหนังสือไปถวาย หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ

ตอนนั้นท่านเป็นนักเขียนของหนังสือพิมพ์ “ไทย” ที่กุหลาบประทับใจมาก

เพราะพระองค์เพิ่งเสด็จกลับจากยุโรป และมีคนทึ่งและชื่นชมในข้อเขียนของพระองค์เป็นอันมาก กุหลาบจึงขอเข้าเฝ้าถวายหนังสือและขอคำวิจารณ์ ซึ่งได้ผลสมใจเพราะพระองค์ได้ทรงทักท้วงเรื่องภาษา อาทิ ประโยคที่เขียนว่า

“น้ำมันตะเกียงได้หมดเกลี้ยงเกลาไปแล้ว”

ทรงวิจารณ์ว่า “น้ำมันตะเกียงหมดเท่านั้น แต่น้ำมันหาหมดอย่างเกลี้ยงเกลาไม่”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เชลยศึกสงครามลาว (55) “Taking Chance”
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (200)
อ่าน สงครามชีวิต อ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์ อ่าน สังคมสยาม
ดินแดง ราชปรารภ หลักฐาน ของ NICK NOSTITZ ในดง กระสุน ความเร็วสูง ‘ทหาร’
เผ็ดร้อนแค่ไหน เมื่อ AI รีวิว ‘คน’
50 ปี 6 ตุลา (9) ชีวิตเปลี่ยน – ประเทศเปลี่ยน
E-DUANG | ภาพลักษณ์ การเมือง ไอซ์ รักชนก ณเบื้องหน้า เชิญชวน เงิน”บริจาค”
การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’