Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
เผ็ดร้อนแค่ไหน
เมื่อ AI รีวิว ‘คน’
คําถามว่า “คิดอย่างไรเกี่ยวกับ AI” หรือ “มอง AI อย่างไรบ้าง” น่าจะเป็นคำถามที่หลายๆ คนเคยตอบมาแล้ว
บางคนก็อาจจะบอกว่ามันฉลาด
บางคนอาจจะบอกว่ามันโง่
ในขณะที่หลายๆ คนก็อาจจะบอกว่ามันค่อนข้างน่ากลัวอยู่เหมือนกัน
แต่อีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจและยังไม่ค่อยมีใครถามสักเท่าไรก็คือ “แล้ว AI คิดอย่างไรกับมนุษย์”
การทดลองครั้งใหม่โดย ModelCompare ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมาก
เริ่มจากการถามโมเดล AI ทั้งหมด 12 ตัว รวมถึง ChatGPT, Claude, Gemini, Grok, DeepSeek และอื่นๆ ว่าช่วยแบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวกับมนุษย์ให้ฟังหน่อย
นักวิจัยถามคำถามเดียวกันทั้งหมด 3 ครั้งต่อโมเดล AI หนึ่งตัว และได้ระบุคำสั่งไปว่าให้มันพูดถึงมุมมองของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่ไปหยิบมุมมองของคนอื่นมาสรุปให้ฟัง
แต่ละโมเดลให้คำตอบมาแบบนี้
GPT-6.1 Sol บอกว่ามนุษย์ให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมากกว่าความจริง และมนุษย์ใช้ความเฉลียวฉลาดของตัวเองมาทำให้ข้ออ้างฟังดูน่าเชื่อถือขึ้น
Grok 4.7 พูดถึงมนุษย์ได้เจ็บแสบกว่า มันบอกว่ามนุษย์ยอมผิดด้วยกันมากกว่าที่จะยอมถูกอยู่คนเดียว
Gemini 4 Argon ไปไกลกว่านั้น ด้วยการบอกว่ามนุษย์ใช้สติปัญญาไปกับการปกป้องการตัดสินใจที่เกิดจากการใช้สัญชาตญาณ แทนที่จะใช้สติปัญญานั้นหาข้อสรุปตามความเป็นจริง
DeepSeek V4 Pro ก็วิจารณ์มนุษย์คล้ายๆ กัน ด้วยการบอกว่ามนุษย์ชอบพยายามหาเหตุผลให้ความเชื่อของตัวเองมากกว่าจะยอมนั่งลงพินิจพิเคราะห์อย่างจริงจัง
ผลการทดลองครั้งนี้บอกว่าโมเดล 7 ตัววิจารณ์มนุษย์ไปในทางเดียวกันในการถามทั้ง 3 ครั้ง และทุกโมเดลจะต้องตอบแบบนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ถึงแม้จะใช้คำพูดในการอธิบายที่แตกต่างกันแต่ใจความก็ล้วนเป็นไปในทางเดียวกันอยู่ดี
สรุปก็คือ AI หลายตัวมองว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่หลอกตัวเองว่าเราสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระ แต่แท้ที่จริงแล้วความต้องการเป็นที่ยอมรับส่งผลต่อความเชื่อของเรามากกว่าที่เราคิด
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ AI ทุกตัวจะมองว่ามนุษย์แย่ไปเสียหมด เพราะยังมี AI อีกหนึ่งโมเดลที่เลือกมองเราในแง่ดีกว่านั้น
Claude Opus 5.5 ให้ความเห็นที่สร้างความประหลาดใจได้มากที่สุดในการทดลองครั้งนี้
มันบอกว่าอันที่จริงแล้วมนุษย์นั้นใจดีและดีงามกว่าที่เราประเมินตัวเองไว้เสียอีก
Claude เลือกที่จะไม่วิจารณ์มนุษยชาติว่าเห็นแก่ตัวหรือทำตามๆ กัน แต่มันชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างการที่บางครั้งผู้คนก็มองกันในแง่ร้ายมากๆ กับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่คนแปลกหน้ามีให้แก่กัน
ก็ยังถือว่ามีโมเดล AI ที่มองเราในแง่ดีอยู่บ้าง แม้ว่าคำตอบอีก 2 ครั้งของ Claude จะเป็นไปในทางวิพากษ์วิจารณ์มนุษย์แบบกว้างๆ แบบเดียวกับ AI ตัวอื่นก็ตาม
ถ้าจะบอกว่า AI ที่ยกตัวอย่างมามองเราแย่แล้ว ยังมี AI ตัวอื่นที่ดาร์กยิ่งกว่านั้นอีก
อย่างเช่น Mistral Large 4 ที่บอกว่าจิตสำนึกของมนุษย์นับเป็นข้อบกพร่องทางวิวัฒนาการ
อ่านแล้วถึงกับอุทานว่า โอ้โห แรงมากแม่
โมเดลอีกตัวบอกว่ามนุษย์อาจจะยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อแลกกับการได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ
การทดลองไม่ได้จบแค่การถามแชตบ็อต แต่นักวิจัยยังได้ถาม AI เจนภาพอีก 6 ตัวให้ลองวาดความคิดเห็นที่พวกมันมีเกี่ยวกับมนุษย์ออกมาเป็นภาพให้หน่อย
10 จาก 12 ภาพที่ AI เจนออกมานั้นออกมาในธีมที่คล้ายคลึงกัน คือมนุษย์เป็นผู้บริโภคที่หมกมุ่นกับเทคโนโลยีและทำลายโลกไปในตัว ไม่ว่าจะเป็นภาพของคนที่ก้มหน้าไถจอสมาร์ตโฟนโดยไม่สนใจภัยอันตรายรอบตัว เพิกเฉยต่อทรัพยากรที่สูบไปใช้ และไม่หวั่นไหวแม้ว่าโลกกำลังพังทลายลง
หากนำผลลัพธ์ที่ได้จากทั้งสองกลุ่มมาเปรียบเทียบกันก็จะเห็นว่า ถึงแม้ AI ที่ทำหน้าที่เจนภาพจะสร้างภาพออกมาคล้ายๆ กันในธีมมนุษย์หมกมุ่นกับเทคโนโลยีและทำลายโลก แต่แชตบ็อต AI กลับไม่มีตัวไหนเลยที่พูดถึงการเสพติดสมาร์ตโฟนและการที่มนุษย์ทำลายสิ่งแวดล้อม
ความแตกต่างนั้นก็น่าจะมาจากการที่ AI แต่ละประเภทเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน AI แชตบ็อตจะเรียนรู้จากข้อมูลตัวอักษร
ในขณะที่ AI สร้างภาพจะเรียนรู้จากแหล่งอื่น อย่างเช่นการ์ตูนหรือเนื้อหาสะท้อนสังคม
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่า AI รวมหัวกันมองมนุษย์ในแง่ร้ายด้วยตัวของมันเอง แต่การที่มันเรียนรู้จากข้อมูลหรือภาพที่มนุษย์เป็นคนสร้างขึ้นมาก็อาจจะแปลว่านี่เป็นการสะท้อนมุมมองของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์เองก็ได้
หากเราเขียนถึงและพูดถึงมนุษยชาติด้วยกันเองในด้านที่ดี เชื่อมั่นในความดีของกันและกัน สร้างฐานข้อมูลว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใจดีกว่าที่เราคิดให้มากกว่านี้
สักวันหนึ่ง AI เหล่านี้อาจจะเปลี่ยนคำตอบใหม่ก็ได้
