E-DUANG
การเคลื่อนของชาวปราจีนบุรีเรื่องขยะสารพิษตกค้าง การเคลื่อนของชาวอุดรธานีเรื่องเหมืองโปแตซ การเคลื่อนของชาวใต้ ณ แยก ควนหนองหงส์
เกิดขึ้นอย่างเป็นไปเอง ตามความเดือดร้อน ตามความไม่พอใจในแต่ละท้องที่
เช่นเดียวกับ การนัดหมายของรถบรรทุกที่ได้รับผลสะเทือนจากราคาน้ำมันเนื่องแต่สถานการณ์ความวุ่นวายในตะวันออกกลางเพื่อไปชุมนุมหน้ากระทรวงพลังงาน
ดำรงอยู่เหมือน “หยด”แห่งน้ำอันเนื่องแต่ปัจจัยและเงื่อนไขในสภาพชีวิตซึ่งได้รับผลกระทบจากแต่ละสถานการณ์
เป็นสถานการณ์ของปราจีนบุรี เป็นสถานการณ์ของกระบี่
เป็นสถานการณ์ของอุดรธานี เป็นสถานการณ์ของผู้หากินอยู่กับการขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า
เด่นชัดว่าแต่ละสถานการณ์มาจากเหตุปัจจัยและเงื่อนไขของแต่ละแห่ง เพียงแต่ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมในทางความคิด
ต้องการสะท้อนสำแดง ณ เบื้องหน้าสังคมและรัฐบาล
หากมองด้วยสายตาของนักรัฐศาสตร์ก็เห็นว่าเป็นปัจจัยทางการ เมือง การปกครอง
หากมองด้วยสายตาของนักจิตวิทยา นี่คือภาวะเก็บกด
นักคิดบางคนสรุปว่าเป็นสาเหตุจาก ความคับแค้นทางจิตใจ และความยากไร้ทางวัตถุ
วัตถุอาจเป็นเรื่อง”เศรษฐกิจ” จิตใจอาจเป็นเรื่อง”ความคิด”
แต่เมื่อสะสม หมักหมม ยาวนานโดยมิได้มีการแก้ไขอย่างสมควรแก่เหตุก็ปะทุออกมาเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะอันเป็น การเมือง
เหมือนเรื่องของปราจีนบุรีก็รู้อยู่ว่าเริ่มต้นจากยุคแห่งคสช.เมื่อเปิดทางให้จัดตั้งโรงงานและการกำจัดขยะ
ไม่ต่างจากเหมืองโปแตซที่อุดรธานี
ไม่ต่างไปจากความหงุดหงิดของคนภาคใต้โดยมีกำนัลตำบลกระบี่น้อยเป็นเหมือนช่องระบายในทางความรู้สึก
รถหลายร้อยคันจึงไปรวมกันที่แยกคอนางหงส์
สภาพการณ์ทางการเมืองจึงไม่ต่างไปจากการเกิดและดำรงอยู่ของหยดน้ำในทางความคิด
หยดน้ำก็ยังเป็นหยดน้ำไม่มีการเคลื่อนไหว แปรเปลี่ยน
แต่เมื่อนำไปอยู่ในหม้อและวางลงบนเตาจุดเชื้อเพลิงเข้าไป น้ำที่เคยเย็นก็ค่อยๆร้อน กลายเป็นไอ
ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วผันเป็นเมฆ
เมื่อเมฆลอยไปในบรรยากาศและอุณหภูมิอันเหมาะสมก็ละลายกลายเป็นน้ำฝนตกลงมาเบื้องล่าง
ไม่ว่านักวิทยาศาสตร์ ไม่ว่านักสังคมวิทยาก็มองออก
เหมือนกับที่มีนักเขียนสะท้อนมาเป็นถ้อยคำ”หยดฝนย้อย หยาดฟ้ามาสู่ดิน ประมวลสิ้นเป็นมหาสาครใหญ่”
และมหาสาครใหญ่อันมาจากหยดฝนย้อยนั้นเอง
ก็”แผดเสียงซัด ปฐพี อึงมี่ไป พลังไหล แรงรุด สุดต้านทาน”
ทั้งในทางธรรมชาติ ทั้งในทางสังคม
เหมือนที่เห็นและกำลังรู้สึก”ร่วม”ในปัจจุบัน
สังคมไทยในเดือนตุลาคม ต่อเนื่องมายังเดือนพฤศจิกายน จึงเป็นสังคมที่กำลังสะสมในเชิงปริมาณ
ปริมาณในทาง”ความคิด” ปริมาณในทาง”การเมือง”
ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของ”พลเมือง” ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของ
“นักการเมือง” ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของ”รัฐบาล”หรือ”ฝ่ายค้าน”
ดำรงอยู่เหมือน”หยดฝน” ที่กำลัง”หยาดฟ้า”มาสู่ดิน
