‘สหัสวัต’ ชวนทบทวนวาทกรรม ‘ต่างชาติแย่งงานคนไทย’ ชี้ปัญหานายจ้างบางรายฉวยโอกาสกดค่าแรง
‘สหัสวัต’ ชวนทบทวนวาทกรรม ‘ต่างชาติแย่งงานคนไทย’ ชี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แรงงานข้ามชาติ แต่เป็นนายจ้างบางรายฉวยโอกาสกดค่าแรง เสนอทบทวนบัญชี ‘อาชีพสงวน’ และคุมเข้มโรงงาน BOI
สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ชวนสังคมทบทวนวาทกรรม ‘แรงงานต่างชาติแย่งงานคนไทย’ โดยตั้งคำถามว่า ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากงานบางประเภทที่คนไทยไม่ทำ หรือเป็นเพราะนายจ้างบางรายไม่ต้องการจ้างแรงงานไทย พร้อมชี้ว่าแรงงานข้ามชาติเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเติมเต็มการขาดแคลนแรงงานในหลายอุตสาหกรรมของประเทศ
สหัสวัตระบุว่า แรงงานข้ามชาติมีบทบาทสำคัญในงานกลุ่ม 3D (Dangerous, Dirty, Demanding) หรืองานที่มีความเสี่ยง สกปรก และหนักหน่วง เช่น งานประมงทะเล แปรรูปอาหารทะเล ก่อสร้าง และเก็บหรือคัดแยกขยะ ซึ่งมักมาพร้อมค่าจ้างต่ำและสภาพการทำงานที่ยากลำบาก หากขาดแรงงานกลุ่มนี้ ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และประมงอาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม สหัสวัตชี้ว่า ปัญหาการจ้างงานต้องพิจารณาอย่างน้อย 2 ด้าน ได้แก่ การทบทวนบัญชีอาชีพสงวนที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน และการที่นายจ้างบางรายใช้แรงงานข้ามชาติเพื่อลดต้นทุนจนกระทบโอกาสการจ้างงานของคนไทย
ปัจจุบันประเทศไทยมีบัญชีอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ 40 อาชีพ แบ่งเป็นงานที่ห้ามโดยเด็ดขาด 27 อาชีพ และงานที่ห้ามแบบมีเงื่อนไข 13 อาชีพ สหัสวัตให้ความเห็นว่า กระทรวงแรงงานควรสำรวจข้อมูลความต้องการแรงงานจริง เพื่อทบทวนว่าอาชีพใดยังมีคนไทยทำอยู่ อาชีพใดขาดแคลนแรงงาน และงานใดที่คนไทยยังพร้อมทำแต่ติดปัญหาด้านค่าจ้าง สวัสดิการ หรือสภาพการทำงาน
อีกประเด็นสำคัญคือการจ้างงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งสหัสวัตระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนว่า โรงงานจีนบางแห่งเลือกจ้างแรงงานข้ามชาติแทนคนไทย แม้เป็นตำแหน่งที่คนไทยสามารถทำได้ โดยยกกรณีการตรวจสอบโรงงาน ซินเค่อหยวน ในจังหวัดระยอง ซึ่งพบสัดส่วนการจ้างแรงงานไทยเพียงประมาณ 9.4% ทั้งนี้ เห็นว่าภาครัฐต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและเงื่อนไขการจ้างงานอย่างจริงจัง
“เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากคนไทยไม่ทำงาน แต่เกิดจากแรงงานข้ามชาติมีอำนาจต่อรองต่ำกว่า เช่น มีข้อจำกัดด้านภาษา สถานะ และกฎหมาย ทำให้พวกเขาไม่กล้าร้องเรียนหรือเรียกร้องสวัสดิการ นายจ้างบางราย โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่ต้องการจะกดขี่คนงาน จึงเลือกใช้แรงงานข้ามชาติ เพราะควบคุมและกดค่าแรงได้ง่ายกว่า บังคับให้ทำงานเกินเวลาได้ง่ายกว่า ไม่จำเป็นต้องให้สวัสดิการ ไม่ต้องมีโบนัส แรงงานก็ไม่กล้าร้องเรียนกับใคร”
สหัสวัตเสนอให้กระทรวงแรงงานทบทวนบัญชีอาชีพสงวนโดยใช้ข้อมูลการขาดแคลนแรงงานจริงเป็นฐาน พร้อมยกระดับการตรวจสอบการจ้างงาน โดยเฉพาะโรงงานที่ได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ และพิจารณามาตรการกำหนดสัดส่วนการจ้างแรงงานไทยอย่างเหมาะสม
สหัสวัตย้ำว่า การคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติไม่ได้ขัดขวางการปกป้องงานของคนไทย ตรงกันข้าม หากนายจ้างไม่สามารถเอาเปรียบแรงงานข้ามชาติเพื่อกดต้นทุนได้ ก็จะลดแรงจูงใจในการเลือกจ้างเพียงเพราะแรงงานกลุ่มนี้มีอำนาจต่อรองต่ำกว่า
“หากต้องการแก้ปัญหาการแย่งงานและแย่งอาชีพ เราต้องจัดการกับผู้ที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบแรงงาน แทนที่จะชี้หน้าโทษคนที่กำลังถูกกดทับเหมือนกัน เพราะท้ายที่สุด คนที่ได้ประโยชน์จากการทำให้แรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติขัดแย้งกัน คือผู้ที่สามารถลอยตัวอยู่เหนือปัญหาและกดขี่แรงงานต่อไปได้” สหัสวัตกล่าว
