bg-single

ปักกิ่งไม่อิงนิยาย ตอนพิเศษ เยือนจีนอีกครั้ง (ตอนจบ)

10.10.2024

หลังจากอ่านบทกวีในช่วงเช้า กิจกรรมช่วงบ่ายเป็นการกล่าวสุนทรพจน์และเสวนาตามหัวข้อที่ทางเจ้าภาพเป็นผู้กำหนด ผมอยู่ในกลุ่มที่ 4 ได้หัวข้อ Literature:  “The Power of Incompetence“ หรือ วรรณกรรม : พลังของความไร้ความสามารถ  โดยเนื้อหาในสุนทรพจน์สรุปได้ดังนี้ ความไร้ความสามารถ กับ พลัง เป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกัน แต่ทั้ง 2 สิ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุก ๆ คนที่มีความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจที่จะทำตามความฝัน หากตัวคุณเป็นคนที่ไร้ความสามารถแต่คุณมีพลังที่อยากจะทำ คุณก็สามารถที่จะทำในสิ่งนั้นให้สำเร็จได้ และแน่นอนว่า การเป็นคนที่ไร้ความสามารถ ทำให้เราต้องเรียนรู้และฝึกฝนมากกว่าคนอื่น ๆ หลายครั้งเกิดข้อผิดพลาด รวมถึงความผิดหวังจากความไร้ความสามารถของเรา อาทิ  ผลงานของเราถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียหาย  ผลงานไม่ได้รับความสนใจจากบรรณาธิการ หรือไม่ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์  แต่ความผิดพลาดและความผิดหวังเหล่านี้ ทั้งหมดคือ “พลัง” เป็นแรงผลัดดันทำให้เราต้องศึกษา ค้นคว้า และหาหนทางของเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ต้องศึกษา ค้นคว้า และเรียนรู้กระบวนการเล่าเรื่องจากเรื่องสั้นและนวนิยายหลายเรื่อง นั้นคือ การอ่าน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

“ผมขอยกตัวอย่าง นวนิยายเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก คือ  มังกรหยก ผมได้เห็นการเติบโตของ “ก็วยเจ๋ง” ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนกลายเป็นจอมยุทธคุณธรรมปกป้องบ้านเมือง ตัวละครอย่างก๊วยเจ๋งมีพัฒนาการที่ชัดเจนในเรื่องของฝีมือในการต่อสู้ แต่ความซื่อสัตย์สุจริตนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ หรือแม้กระทั่งเรื่องสามก๊ก อย่าง “เล่าปี่” ที่ต้องบากหน้าไปเชิญขงเบ้งให้มาเป็นที่ปรึกษาถึง 3 ครั้ง 3 ครา และกว่าเล่าปี่จะตั้งตัวได้ก็ต้องใช้เวลานานกว่าอีก 2 ก๊ก แต่เขาก็ทำได้เพราะเขาพบหนทางคือ การได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา ดังนั้น ในชีวิตคน ๆ หนึ่ง ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายดาย ผลงานที่ดีและได้รับการยอมรับจากมวลชนก็เช่นเดียวกัน หรือถ้าเราอยากจะเป็นนักเขียน เราก็ต้องอ่าน เราต้องพยายามหาหนทางของเรา ถ้าเรารู้สึกว่าเราไม่มีความสามารถ เราต้อง ฝึกฝน พัฒนาแล้วหาหนทาง แต่ถ้าเราคิดว่าไม่มีความสามารถแล้ว ไม่หาหนทางก็จะอยู่อย่างนั้นต่อไป เพราะฉะนั้นพลังแห่งความไร้ความสามารถ คือสิ่งย้อนแย้งกันอยู่ แต่ถ้าเรารู้ว่าเราไม่มีความสามารถ แต่เรายังมีพลังที่จะทำ เราก็จะประสบความสำเร็จได้ในสักวันหนึ่ง ถ้าเราไม่หยุดที่จะทำ” ผมกล่าวในวงเสวนา

หลังจากนั้นอาจารย์หยาง เป่าซาน นักเขียนชาวจีน ได้เสริมว่า วรรณกรรมจริง ๆ แล้ว ไม่ได้มีพลังภายนอก แต่เกิดจากภายใน ซึ่งหมายความว่า มันเกิดมาจากภายในจิตใจของผู้คน เสมือนเป็นการเชื่อมต่อกัน หรือแม้กระทั่งเรื่องสามก๊กเป็นเรื่องที่นำมาใช้เป็นคำสอนหรือเป็นบทเรียนของตนได้จนถึงปัจจุบัน แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่พลังของวรรณกรรมทำให้คนเราเชื่อมต่อกันได้ วรรณกรรมทำให้รู้ถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมพื้นฐานของชนชาตินั้น ๆ ถือว่ามีความสำคัญต่อมนุษย์ในการเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ

คุณหลู่ หยี่หมิง เลขาสมาพันธ์วรรณกรรมและศิลปะนครคุนหมิง กล่าวเพิ่มเติมว่า วรรณกรรมจริง ๆ แล้วเปรียบเสมือนเป็นไฟในการส่องนำทางให้กับผู้คน เหมือนความคิดของคนเรา สื่อคือตะเกียง วรรณกรรมถือเป็นสื่ออย่างหนึ่ง เป็นแบบอย่างที่ดีได้ เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีก็ได้เสมือนเป็นอุทาหรณ์สอนใจ อะไรที่ไม่ดีอ่านแล้วจะได้รู้ และจะได้ไม่ทำตาม ส่วนอะไรที่ดีก็ใช้เป็นแบบอย่าง และคุณเทียน เฟิงไท่ นักเขียนชาวจีน กล่าวว่า วรรณกรรมทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตนเองและของชนชาติอื่น ๆ ทำให้เราได้เปิดโลก รู้จักตัวเองและสังคมอื่น ๆ ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว

กิจกรรมผ่านพ้นไปด้วยดี ทางคณะพานักเขียนต่างชาติและล่ามไปรับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งใกล้ ๆ โรงแรมที่พัก และแจ้งว่าพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยววัดทอง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเทียวสำคัญแห่งหนึ่งในคุนหมิง

วัดทอง หรือ อุทยานจินเตี้ยน เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนภูเขาหมิงเฟิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคุนหมิง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368) ได้รับการบูรณะในสมัยราชวงศ์ชิง และล่าสุดในปีพ.ศ.2480 ซึ่งตัวอาคารและหอระฆังมีลักษณะผสมผสานลัทธิเต๋าและพุทธศาสนา นักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจกับการเที่ยวชมโบราณสถานที่สวยงามและจุดชมวิวของวัดทอง

การเดินทางมาวัดทองของผมนอกจากได้จะได้ท่องเที่ยวแล้ว ผมยังได้พบกับมิตรเก่าคือ น้อง ๆจาก China Radio International (CRI) ที่เดินทางมาจากปักกิ่งเพื่อมาทำข่าวงานชุมนุมนักเขียนและกวีที่คุนหมิง CRI ภาคภาษาไทย ส่งน้อง ๆ นักข่าวและช่างภาพรวม 4 คนมาทำข่าวงานชุนนุมกวีและนักเขียนคุนหมิง และเรานัดกันว่าจะสัมภาษณ์และเก็บภาพบรรยากาศที่วัดทองแห่งนี้

น้อง ๆ นักข่าวที่มาทำข่าวมี อรพินท์ หรือ เยี่ยน จื่อ และ เผิง เส้าอ้าย หรือ ภัทราภรณ์ ทั้งคู่เป็นเด็กรุ่นใหม่ เข้ามาทำงานหลังจากที่ผมกลับเมืองไทยแล้ว แต่นั่นแหละในเมื่อเราเคยทำงานองค์กรเดียวกันความคุ้นเคยสนิทสนมก็เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ทั้งอรพินท์และภัทราภรณ์พูดภาษาไทยได้คล่องเหมือนกับเพื่อน ๆ ที่ภาคภาษาไทยทุก ๆ คน ภาษาจึงไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารแต่อย่างใด ผมได้ถามไถ่ถึงเพื่อน ๆ ที่เคยทำงานด้วยกันที่ CRI ทราบว่าบางคนเกษียณไปแล้วก็มีวันเวลาผ่านไปช่างไวจริง ๆ

เราหามุมสงบนั่งคุยและเก็บภาพบรรยากาศ อรพินท์ถามผมเกี่ยวกับวรรณกรรมจีนที่ชื่นชอบและเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งผมตอบไปว่ามีหลายเรื่อง ที่อ่านบ่อยและยังอ่านอยู่จนถึงปัจจุบันคือ สามก๊ก อ่านหลายเล่มหลายคนเขียน และมังกรหยก ภาค 1 และภาค 2 ของ ท่านกิมย้ง ผมคิดว่าทั้ง 2 เรื่องสร้างแรงบันดาลใจและเป็นคติสอนใจให้กับผมตั้งแต่สมัยที่เป็นวัยรุ่น

“วรรณกรรมทำให้เราได้คิด ได้แบบอย่างทั้งดีและไม่ดี ซึ่งผู้อ่านสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่างสามก๊กผู้มีอำนาจก็แย่งชิงอำนาจกันไป ทำสงครามยืดเยื้อยาวนานเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทำให้ประชาชนเดือดร้อน อดอยาก และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ส่วนมังกรหยกได้เห็นชีวิตของ ก๊วยเจ๋ง เอี้ยคัง เอี้ยก้วย ฯลฯ ซึ่งได้เห็นแบบอย่างที่ดีและไม่ดี คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และการเลือกหนทางของตนเองว่าจะเลือกทางไหนอย่างไร ซึ่งในวรรณกรรมมีให้เราได้เรียนรู้ เพียงแค่อ่านและคิดวิเคราะห์” ผมให้สัมภาษณ์กับน้อง ๆ CRI

กลับจากวัดทอง เรามาเก็บงานสัมภาษณ์และถ่ายภาพเพิ่มเติมที่ล็อบบี้ของโรงแรมกว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายสี่โมงเย็น หลังจากนั้นก็เป็นภาระกิจสุดท้ายของผมในคุนหมิงก่อนจะเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้ วันนี้ น้องยิ้ม หรือ หว่าน ยี่หาน นักศึกษาจีนเรียนภาษาไทย ชั้นปีที่ 4ที่ม.เศรษฐศาสตร์และการเงินยูนนาน น้องยิ้มเป็นลูกศิษย์ของอ.กิ๊ฟ รับอาสามาเป็นไกด์และพาผมไปทำภาระกิจสำคัญในช่วงเย็นวันนี้

เราเดินทางไปที่ศูนย์การค้าซุ่นเฉิง (Shuncheng Plaza) น้องยิ้มพาผมไปที่ร้านเป้าหมายเพื่อซื้อของกลับไปฝากลูก ๆ เธอเล่าว่า วัยรุ่นจีนก็นิยมเล่น popmart เช่นเดียวกัน  ยิ่ม หรือ หว่าน ยี่หาน พูดภาษาไทยได้ชัดเจนและสามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดี เธอเล่าว่า เธอสนใจภาษาไทยเพราะชอบเมืองไทยและอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับเมืองไทยและคนไทย เธอเคยไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตอยู่แถวศาลายากว่า 4 เดือน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้มีเพื่อนเป็นคนไทยเลย เพราะนักเรียนจีนที่มาเรียนแลกเปลี่ยนก็จะอยู่ด้วยกันและเรียนด้วยกัน

ยิ้มสนใจวรรณกรรมไทย เธอกำลังอ่านเรื่องลูกอีสาน ของ คำพูน บุญทวี ผมฟังแล้วประหลาดใจ เพราะวัยรุ่นไทยสมัยนี้แทบจะไม่รู้จักวรรณกรรมเรื่องนี้แล้ว ผมถามว่าทำไมถึงอ่านลูกอีสาน เธอบอกว่า อยากศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยภาคอีสานในสมัยก่อนว่าเป็นอย่างไร มีความยากลำบากในการดำเนินชีวิตมากน้อยแค่ไหน และเธอยังบอกว่าไม่ได้สนใจเฉพาะภาคอีสานเท่านั้น แต่จะเรียนรู้วัฒนธรรมในทุก ๆ ภูมิภาคของคนไทย

ตัวผมเองเคยอ่านลูกอีสานเมื่อนานมากแล้วและพยายามแนะนำหนังสือเรื่องอื่น ๆ ให้กับน้องยิ้ม เพื่อเป็นแนวทางให้เธอได้ศึกษาต่อไป ยิ้มพาผมเดินไปที่ถนนคนเดิน หรือ ถนนเก่าคุนหมิง สองข้างทางเป็นอาคารเก่ารูปทรงแบบจีนโบราณที่ได้รับการบูรณะ มีร้านอาหารพื้นเมืองมากมาย ร้านขายของฝาก และร้านขายหนังสือ ผมเข้าไปเดินในร้านขายหนังสือเล็ก ๆ เก็บเกี่ยวบรรยากาศสักครู่ จากนั้นน้องยิ้มก็พาผมไปรับประทานขนมจีนข้ามสะพานซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของคุนหมิง

เสร็จจากมื้อเย็นเราต่างแยกย้าย ผมขอบคุณน้องยิ้มที่ช่วยพามาเดินเที่ยวและซื้อของฝาก วันรุ่งขึ้นผมได้ร่ำลาคณะนักเขียนคุนหมิง เพื่อนนักเขียนต่างชาติ และน้อง ๆ จาก CRI เพื่อเดินทางจากสนามบินคุนหมิงกลับประเทศไทย

หมายเหตุ

ฉานต้าหลง คือนามปากกาของ ผศ.ชาติณรงค์ วิสุตกุล อาจารย์ประจำหลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้รับเชิญไปร่วมงาน Jump – 2024 the Third Kunming Urban Poetry Art Festival ที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | หยดฝนย้อย หยาดฟ้า มาสู่ดิน ประมวลสิ้น เป็นมหา สาครใหญ่
‘สหัสวัต’ ชวนทบทวนวาทกรรม ‘ต่างชาติแย่งงานคนไทย’ ชี้ปัญหานายจ้างบางรายฉวยโอกาสกดค่าแรง
เปิดข้อมูลใหม่! บริษัทรปภ.เอกชนกัมพูชา ตัวการสำคัญ การละเมิดสิทธิในศูนย์สแกมเมอร์
เชลยศึกสงครามลาว (55) “Taking Chance”
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (200)
อ่าน สงครามชีวิต อ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์ อ่าน สังคมสยาม
ดินแดง ราชปรารภ หลักฐาน ของ NICK NOSTITZ ในดง กระสุน ความเร็วสูง ‘ทหาร’
เผ็ดร้อนแค่ไหน เมื่อ AI รีวิว ‘คน’
50 ปี 6 ตุลา (9) ชีวิตเปลี่ยน – ประเทศเปลี่ยน
E-DUANG | ภาพลักษณ์ การเมือง ไอซ์ รักชนก ณเบื้องหน้า เชิญชวน เงิน”บริจาค”
การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz