bg-single

คนมองหนัง | “ไวรัสโคโรนา” กับ “ภาพยนตร์”

23.03.2020

สัปดาห์นี้ขออนุญาตพาผู้อ่านไปสำรวจความคิดเห็นที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง “ไวรัสโคโรนา” หรือ “โควิด-19” เข้ากับ “ภาพยนตร์” ได้อย่างน่าสนใจ

ผ่านมุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีน, ปัญญาชนยุโรป

และนักวิชาการชาวไทย

เจี่ยจางเคอ (ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีน)

ให้สัมภาษณ์ขณะนำภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Swimming Out Till The Sea Turns Blue” ไปเปิดตัวที่เทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลิน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

คำถาม : มันต้องเป็นเรื่องยากลำบากมากๆ สำหรับคุณในการเดินทางมาที่เยอรมนี คุณช่วยอธิบายเรื่องนี้หน่อยได้ไหม?

“ผมคิดเรื่องนี้ในแง่มุมส่วนบุคคล จากอารมณ์ความรู้สึกของผม มันมีความอีหลักอีเหลื่อมากๆ ในด้านหนึ่ง จริงๆ แล้วพวกเราสามารถตัดสินใจที่จะไม่เดินทางมาร่วมงานได้ นั่นจะเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก หากคำนึงถึงความยากลำบากและความท้าทายที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่

“แต่อีกด้านหนึ่ง ผมก็ตระหนักว่า ทางเทศกาลเบอร์ลินได้ประกาศออกไปเรียบร้อยแล้วว่าหนังเรื่องนี้จะถูกจัดฉายที่นี่ ผมจึงไม่อยากผิดคำสัญญา และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงพยายามฟันฝ่าทุกอุปสรรค เพื่อหาทางมายังเยอรมนีให้ได้

“ขณะเดียวกัน ผมก็ทราบว่าเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ใช่แค่สำหรับประชาชนชาวจีนทั่วไป แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนด้วย นี่เป็นเหตุการณ์เศร้าสลดมากๆ ครั้งหนึ่งที่พวกเราเคยพานพบ เพราะโรงหนังจำนวนมากจะไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ไปอีกราวๆ 6 เดือน นั่นอาจกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับโรงภาพยนตร์หลายแห่งในประเทศจีน

“ส่วนในฟากผู้ผลิตภาพยนตร์ กองถ่ายหนังจำนวนมากก็ต้องหยุดกอง โดยยังไม่มีความแน่ชัดว่าหนังเหล่านั้นจะมีการถ่ายทำกันต่อหรือไม่ เมื่อใด นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบ

“ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการที่ตัวเองมาปรากฏตัวที่เบอร์ลินนั้นถือเป็นการจุดแสงสว่างขึ้นท่ามกลางห้วงเวลาแห่งความมืดมนอย่างยิ่ง เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าพวกเราสามารถลุกขึ้นหยัดยืนได้ พวกเราสามารถเอาชนะอุปสรรคนี้ได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

สลาวอย ชิเชค (นักปรัชญาและปัญญาชนมาร์กซิสต์ชาวสโลวีเนีย)

ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในทวีปยุโรป

“ยุโรปกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาวะ perfect storm คุณเคยดูหนังโง่ๆ เกี่ยวกับเรือประมงเรื่องนั้นไหม?

“หนังที่ “จอร์จ คลูนีย์” นำแสดง มันมีชื่อว่า “The Perfect Storm” คุณรู้ความหมายของคำว่า “perfect storm” หรือเปล่า? มันคือภาวะที่หายนภัยต่างๆ เช่น พายุหมุนของที่นี่และลมมรสุมของที่โน่นมาบรรจบกัน และการรวมตัวดังกล่าวก็จะก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงเป็นทวีคูณ ผมคิดว่ายุโรปกำลังใกล้จะเผชิญหน้ากับ perfect storm ที่ว่านี้

“ยิ่งถ้าคุณนำเรื่องนี้ (ไวรัสโคโรนา) ไปบวกกับประเด็นเรื่องคลื่นผู้อพยพจำนวนมหาศาล สิ่งที่จะปรากฏต่อหน้าคุณก็คือ perfect storm และผมคิดว่ายุโรปตอนนี้อ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานมหาหายนภัยอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะเสนอว่าไวรัสโคโรนาได้เปิดโอกาสครั้งใหม่ให้แก่ลัทธิคอมมิวนิสต์

“แน่นอน ผมไม่ได้หมายถึงลัทธิคอมมิวนิสต์แบบโบราณ เวลาพูดถึงลัทธิคอมมิวนิสต์ ผมต้องการสื่อความอย่างตรงไปตรงมาถึงสิ่งที่องค์การอนามัยโลกกำลังป่าวประกาศ นั่นคือพวกเราควรจะมารวมพลัง, ประสานงาน และทำอะไรอย่างอื่นๆ ด้วยความรู้สึกราวกับว่า โอ้ พระเจ้า นี่มันเป็นสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนะโว้ย

“พวกเขาประกาศออกมาว่า ประเทศนี้กำลังขาดแคลนหน้ากากอนามัย, เครื่องช่วยหายใจ และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ พวกเราควรรับมือกับภาวะขาดแคลนดังกล่าวเหมือนกำลังอยู่ในศึกสงคราม การร่วมมือกันในคราวนี้ของยุโรปอาจเป็นเหมือนกับการระดมกำลังพลในยุคสงคราม เราต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ แล้วผลิตภาพก็จะผลิดอกออกผลอย่างมากมาย

“ผมต้องการบอกว่ามันมีความเป็นไปได้ที่เราจะเก็บรักษาด้านดีของลัทธิทุนนิยมเอาไว้ ผ่านการทำงานของรัฐแห่งการประสานความร่วมมือ และการระดมพลังอันเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจทางสังคม

“ไม่เพียงแต่ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับไวรัสโคโรนาเท่านั้น แต่ภาวะสอดประสานกลมเกลียวเช่นนี้ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเรา ในยามประสบกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมต่างๆ, ปัญหาผู้อพยพ และความท้าทายอื่นๆ”

เกษียร เตชะพีระ(อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์)

ให้สัมภาษณ์เรื่องประสิทธิภาพรัฐบาลในการรับมือกับภาวะแพร่ระบาดของโควิด-19

“ตอนนี้ที่เราเจอ ประทานโทษที่ยืมคำอาจารย์ชัยวัฒน์ (สถาอานันท์) มันวิกฤตดินน้ำลมไฟ “the perfect storm” วิกฤตดินคือ PM 2.5 ฝุ่นมาก่อน วิกฤตน้ำคือภัยแล้ง วิกฤตลมคือไวรัสโคโรนามันมาจากอากาศ แล้วไฟก็คือไฟป่า คือมันมาบรรจบกันพอดี

“เราจึงได้เห็นความไม่เอาไหนทางประสิทธิภาพของรัฐบาลแบบที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งที่มาจากอำนาจเผด็จการว่าเขาทำอะไรไม่เป็น

“เขาจัด priority ลำดับความสำคัญไม่เป็น เขาปล่อยให้ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะส่วนต่างๆ มันดึงเขาไป สะวิงไปทางนี้ ประเดี๋ยวก็ปล่อยนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ห้าม ประเดี๋ยวก็จะห้าม ประเดี๋ยวก็แบบไม่ส่งออกหน้ากากแล้วก็ส่งออกหน้ากาก คือราวกับว่าผลประโยชน์เฉพาะส่วนรายวัน ใครถึงหูท่านก่อน แล้วใครดึงท่านไปได้ก่อน…

“ไวรัสโคโรนาเหมือนหนังที่แช่กล้องไว้แล้วถ่ายมุมเดียว 24 ชั่วโมง แล้วมาเดินเครื่องให้เร็ว เราเห็นพระอาทิตย์วิ่ง ผมคิดว่าไวรัสโคโรนาคือไอ้กล้องแบบนั้นแหละ ดังนั้น ไอ้วิกฤตความระส่ำระสายอันนี้มันจะทอดเวลายาวเป็นปีกว่าเราจะเห็นในเวลาอันสั้น เห็นความไม่เป็นโล้เป็นพาย ความเลอะเทอะของมันออกมาเต็มไปหมดเลย”

ที่มาเนื้อหา

Jia Zhangke on Cinema in the Time of Coronavirus and the Undeniable Truths of Documentary Filmmaking https://thefilmstage.com/jia-zhangke-on-cinema-in-the-time-of-coronavirus-and-the-undeniable-truths-of-documentary-filmmaking/

“What I like about coronavirus” by Slavoj ?i?ek https://spectator.us/like-about-coronavirus-slavoj-zizek/

“เกษียร” ตรวจอาการป่วย “รัฐบาลประยุทธ์” วิกฤตความชอบธรรม+วิกฤตไร้ประสิทธิภาพ 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT