bg-single

คนมองหนัง | เปิดมุมคิด “2 ผู้กำกับหนังไทย” กลางสถานการณ์ “โควิด-19”

20.04.2020

ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ย่อมเป็นเรื่องปกติ ที่สื่อมวลชนสายบันเทิง-วัฒนธรรมทั่วโลก จะทำสกู๊ปสัมภาษณ์เหล่าคนทำหนัง ซึ่งส่วนใหญ่กำลังกักตัวเองอยู่ที่บ้านและไม่สามารถออกกองไปถ่ายทำภาพยนตร์ได้

มีคนทำหนังไทยหลายรายที่ได้เปิดมุมคิดว่าด้วยสภาวะอ่อนไหว ณ ปัจจุบันกับสื่อต่างชาติ

เริ่มต้นด้วย “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” นักทำหนังระดับโลกชาวไทย ที่ได้บอกเล่าถึงเรื่องราวการใช้ชีวิตของเขาในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนากับทางบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ “แสตรนด์ รีลีสซิ่ง”

คำบอกเล่าของผู้กำกับฯ ดีกรีปาล์มทองคำ ถูกรายงานผ่านเว็บไซต์ “อินดี้ไวร์” ดังรายละเอียดต่อไปนี้

“ผมปลูกต้นมะยงชิดไว้ที่บ้าน ก่อนหน้านี้ผมแทบไม่เคยใส่ใจมันเลย เพราะผมมักต้องเดินทางไปอยู่อาศัยที่อื่นเกือบตลอดเวลา

“กระทั่งเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ซึ่งผมเริ่มกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน ผมจึงได้ลองชิมมะยงชิดจากต้นไม้ดังกล่าว ผมพบว่ามันมีรสชาติที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ทั้งหวาน, เปรี้ยว, สด นี่คือรสชาติแห่งฤดูร้อน

“ตอนนี้ผมเลยกินมะยงชิดทุกวัน ทั้งในระหว่างอาหารมื้อเช้าและมื้อค่ำ แล้วผมก็ส่งมะยงชิดจำนวนหนึ่งไปให้พี่สาวและแฟนเก่า จนถึงปัจจุบัน ผมยังสามารถเก็บเกี่ยวผลมะยงชิดจากต้นได้อย่างไม่รู้จบสิ้น เพราะมันยังคงออกผลใหม่ๆ มาอย่างไม่ยอมหยุดหย่อน

“ผมมองปรากฏการณ์นี้ในฐานะความพิศวงลึกลับที่ละม้ายคล้ายเวทมนตร์ ผมจ้องมองต้นมะยงชิดในยามค่ำคืนและพบจุดสีส้มมากมายปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด

“โดยปกติ หากต้นไม้ที่บ้านของเราได้ผลิดอกออกผลในจำนวนมหาศาลผิดปกติ นั่นมักเป็นสัญญาณบอกว่าพวกมันกำลังพยายามแพร่ขยายพันธุ์ ก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับความตาย

“ดังนั้น ผมจึงเฝ้ามองดอกไม้ไปพร้อมๆ กับการพิจารณาถึงมรณกรรม และผมก็กังวลว่าต้นมะยงชิดที่บ้านกำลังบ่งบอกถึงสารในลักษณะเดียวกัน ทั้งๆ ที่ผมเพิ่งจะได้เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของมัน

“การครุ่นคำนึงถึงประเด็นดังกล่าวได้ส่งผลให้มะยงชิดแต่ละลูกมีรสชาติยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีก ผมให้เกียรติแก่บทสนทนาที่ตนเองมีกับต้นไม้ต้นนี้ ด้วยการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ของผลมะยงชิดจำนวนมากเอาไว้เพื่อนำไปเพาะปลูก

“พวกมันจะเจริญเติบโตงอกงามในฤดูฝนที่กำลังย่างกรายเข้ามา” อภิชาติพงศ์ปิดท้ายเรื่องเล่าอย่างเปี่ยมความหวัง

เวลาใกล้เคียงกัน “ซินดี้” เว็บไซต์ว่าด้วยวงการภาพยนตร์อาเซียนจากประเทศสิงคโปร์ก็ได้พูดคุยกับบรรดานักทำหนังอิสระทั่วภูมิภาคนี้ ถึงประเด็นการใช้ชีวิต การทำงาน และความคาดหวังของพวกเขา ท่ามกลางการต้องกักตัวเองในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีคนทำหนังอินดี้ชาวไทยจำนวน 6 รายร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะด้วย

หนึ่งในนั้นคือ “อนุชา บุญยวรรธนะ” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “อนธการ” และ “มะลิลา” และผู้ก่อตั้งบริษัท “จี-โมทีฟ โปรดักชั่น” บริษัทผลิตสื่อวิดีโอเจ้าใหญ่ของประเทศไทย

คำตอบของอนุชาสะท้อนความวิตกกังวลที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

: ตอนนี้คุณกังวลเรื่องอะไรมากที่สุด?

“ฉันไม่รู้สึกหวาดกลัวเชื้อไวรัส ส่วนหนึ่งคงเพราะฉันเป็น LGBT และเคยมีประสบการณ์ช่วงเอชไอวีระบาดในทศวรรษ 1990 และ 2000 แม้ไวรัสโคโรนาจะมีความแตกต่างกับเชื้อเอชไอวีเป็นอย่างมาก แต่ประสบการณ์เมื่อครั้งนั้นก็ทำให้ฉันคุ้นเคยกับภาวะป่วยไข้และความตาย

“อย่างไรก็ดี ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่กับพ่อและป้าๆ อาๆ พวกเขามีอายุเยอะและอ่อนไหวต่อเชื้อโรคเป็นพิเศษ ดังนั้น ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา พวกเราจึงจัดเตรียมมาตรการหลายๆ อย่างที่บ้าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ในกรณีที่ฉันไปติดเชื้อมาจากข้างนอก)

“อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันกังวลมากๆ ก็คือ บริษัทของตัวเองและทีมงาน พวกเราต้องแสวงหาหนทางที่จะอยู่รอดจากไวรัส รวมทั้งอยู่รอดในการดำรงชีวิตและในทางเศรษฐกิจ”

: ตอนนี้คุณได้ดูหรือลงมือทำอะไรบ้าง?

“แน่นอน ฉันมีเวลาในการดูหนังและซีรี่ส์มากขึ้น ฉันเพิ่งได้ดู Kingdom of Heaven (director”s cut) ภาพยนตร์มหากาพย์เมื่อปี 2005 ของริดลีย์ สกอตต์ น่าแปลกใจที่หนังฉบับนี้มีคุณภาพดีกว่าเวอร์ชั่นที่ออกฉายในโรงภาพยนตร์

“นี่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการเรียนรู้เรื่องการลำดับภาพ เพราะเราสามารถนำหนังสองฉบับมาเปรียบเทียบกัน เพื่อพิจารณาว่าอะไรถูกตัดออกไป และมันส่งผลอย่างไรต่อวิธีการเล่าเรื่อง

“ฉันยังมีโครงการสร้างภาพยนตร์ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาบท ดังนั้น นี่จึงเป็นเรื่องค่อนข้างดี ที่จะได้มีโอกาสประชุมทางออนไลน์กับทีมเขียนบท

“อย่างไรก็ตาม ฉันยังมีภาระต้องทำหนังโฆษณาจำนวนหนึ่ง และก็ประสบปัญหาแบบเดียวกันกับที่หลายๆ คนเจอ นั่นคืองานโฆษณาเหล่านั้นถูกยกเลิกทั้งหมด พวกเราไม่สามารถออกกองได้ เมื่อลูกค้าตัดสินใจระงับทุกโปรเจ็กต์เอาไว้ เพราะไม่ต้องการจะใช้จ่ายเงินในช่วงเวลานี้”

: คุณเฝ้ารออะไร หลังจากสถานการณ์นี้สิ้นสุดลง?

“เมื่อไม่นานนี้ ฉันได้ปรึกษาหารือกับนักทำหนัง, ผู้กำกับฯ, โปรดิวเซอร์ และบุคลากรในวงการภาพยนตร์อีกหลายคน พวกเราพยายามจัดทำข้อกำหนดมาตรฐานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในกองถ่ายหนังและทีวี

“ข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องมีรายละเอียดมากกว่าการให้ใส่หน้ากากและล้างมือ นี่เป็นความท้าทาย เพราะกองถ่ายคือสถานที่ที่ผู้คนเข้ามารวมตัวและสัมผัสกัน (ผ่านการแสดง, การกำกับฯ, การจัดการกอง และการกินอยู่) รวมถึงใช้สิ่งของร่วมกัน (กล้อง, เครื่องไม้เครื่องมืออื่นๆ, เครื่องแต่งกาย, อุปกรณ์ประกอบฉาก และเครื่องสำอาง เป็นต้น)

“ข้อกำหนดที่เราจัดทำได้ถูกเสนอไปยังกระทรวงสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะเพื่อรอการอนุมัติและประกาศใช้

“ฉันยังพูดคุยถึงสถานการณ์ในช่วง 1-3 เดือน (หรือยาวนานกว่านั้น) ภายหลังจากห้วงเวลาของการป้องกันการแพร่ระบาดในระดับเข้มข้นได้ยุติลง

“ตอนนั้น โรงภาพยนตร์อาจยังต้องปิดทำการต่อ แต่ฉันคิดว่ามันมีความจำเป็นที่กองถ่ายจะต้องกลับมาทำงานกันอีกครั้ง อย่างน้อยก็สำหรับสื่อโทรทัศน์และออนไลน์ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้คนที่ทำงานในกองถ่ายจำนวนมากต้องว่างงานนานจนเกินไป และยังเป็นการช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์อีกด้วย”

เนื้อหา-ภาพประกอบจาก

https://www.indiewire.com/2020/04/apichatpong-weerasethakul-coronavirus-message-1202222960/

https://www.sindie.sg/2020/04/much-ado-about-nothing-southeast-asian.html

http://www.kickthemachine.com/



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT