bg-single

จาก ‘ช่อ’ พิสูจน์ ‘ฉ้อ’? ถึงคิว ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ โชว์ความสะอาด คืนเงินเจ้าของแผ่นดิน /อาชญา ข่าวสด

23.05.2021

อาชญา ข่าวสด

 

จาก ‘ช่อ’ พิสูจน์ ‘ฉ้อ’?

ถึงคิว ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’

โชว์ความสะอาด

คืนเงินเจ้าของแผ่นดิน

 

กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ “สังคมคนดี” ปั่นป่วนขึ้นมาทีเดียว เมื่อนักธุรกิจชื่อดังที่ผ่านการโปรโมตตัวเองผ่านสื่อต่างๆ สร้างชื่อว่าเป็นนักธุรกิจใจบุญ มีภาพถ่ายเคียงคู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมากมาย

อีกทั้งประกาศตัวทำโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน” อย่างนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ถูกระบุว่าเป็นเครือข่ายฉ้อโกง หลอกลวงคนมาร่วมลงทุน จนมีผู้เสียหายนับพันล้านบาท

แถมนายประสิทธิ์นี้เองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่กลับเป็นบุคคลที่ถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังของปฏิบัติการจิตวิทยา หรือไอโอของกองทัพบก ที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ระบุว่าปฏิบัติการด้อยค่าประชาชน

โดยให้ใช้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัทดำเนินโปรแกรมทวิตเตอร์บอร์ดคาสต์

ขณะที่เจ้าตัวเองก็ออกมาตอบโต้กลับโดยพลัน พร้อมยอมรับเป็นวิทยากรโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน และให้ความรู้เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียจริง

พร้อมย้ำจุดยืนปกป้องสถาบัน

น่าเสียดายยังไม่ทันจะได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องไอโอ

เรื่องฉ้อโกงก็เป็นบาดแผลสดใหม่ ที่รอการพิสูจน์ว่าโปร่งใสจริงอย่างที่กล่าวอ้างหรือไม่!??

จับแก๊งตุ๋น ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. เปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ถึงผลปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด ทั้งใน กทม.และปริมณฑล เพื่อจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัทชื่อดังที่หลอกลวงนักลงทุน

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย คือ พ.ต.พญ.อมราภรณ์ วิเศษสุข ประธานโครงการเที่ยวเพื่อชาติ น.ส.ณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม อายุ 33 ปี น.ส.สิริมา เนาวรัตน์ อายุ 37 ปี และนายกิตติวัฒน์ อ่วมอารีย์ อายุ 40 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ร่วมกันตั้งบริษัทขึ้นมาหลายแห่งในลักษณะเครือข่ายใหญ่ เพื่อชักชวนให้ผู้เสียหายนำเงินมาร่วมลงทุนหลายรูปแบบ ชักชวนซื้อแพ็กเกจทัวร์ที่ไม่มีการจัดท่องเที่ยวจริง ลงทุนรูปแบบสหกรณ์ ซื้อขายของแบรนด์เนมออนไลน์ ปล่อยให้เช่า โดยผู้ลงทุนไม่เคยเห็นสินค้า รวมทั้งร่วมลงทุนซื้อทองคำแล้วมาลงทุนตามโปรโมชั่นของบริษัท

การลงทุนทั้งหมด อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ช่วงแรกๆ ก็จะจ่ายเงินค่าตอบแทนจริง เพื่อให้ผู้เสียหายตายใจและนำเงินมาลงทุนเพิ่มอีก

แต่หลังจากนั้นก็จะเริ่มบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงินผลตอบแทน หรือคืนเงินลงทุนให้กับผู้เสียหายตามที่ตกลงกันไว้ ก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อนับพันราย มูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านบาท ผู้เสียหายจึงรวมตัวเข้าแจ้งความไว้ที่ บก.ปอศ.

ล่าสุดยังเหลือผู้ต้องหาอีกเพียง 2 รายที่อยู่ระหว่างหลบหนี จึงอยากฝากบอกด้วยว่า หากมั่นใจว่าไม่ผิดก็ขอให้เข้ามามอบตัว

สำหรับผู้ต้องหาเครือข่ายดังกล่าวที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีอีก 2 รายคือ นายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ และอีกคนก็คือหัวหน้าใหญ่ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน”

ที่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นวิทยากรโรงเรียนจิตอาสา ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังไอโอกองทัพบกนั่นเอง!??

ย้อนนาที ‘ช่อ’ แฉพิรุธ

โดยหากย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2563 น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ แกนนำคณะก้าวหน้า เคยแถลงข่าวเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ใช้ชื่อในการแถลงว่า “เปิดวงจรอุบาทว์ไอโอ ผู้มูฟออนเป็นวงกลม” เปิดโปงรายละเอียดข้อมูลการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ของกองทัพและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โจมตีว่าปฏิบัติการไอโอของกองทัพ มีการใช้เซิร์ฟเวอร์เดียวกับของแอพพลิเคชั่น M-Help Me ของนายประสิทธิ์

แถมยังพบว่า นายประสิทธ์ยังเข้าไปยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การเข้าไปจัดหลักสูตรอบรมวิธีบู๊ตโพสต์ และวิธีจัดการทวิตเตอร์ โดยใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์บรอดคาสต์ และฟรีแมสเซนเจอร์ เพื่อใช้ในการประสานงานโพสต์ เฉพาะหน่วย พล.ร.2 รอ. มีถึง 17,562 บัญชี หากนับรวมแล้วทั้งหมดมีถึง 54,800 บัญชี

เมื่อถอดแอพพ์ทวิตเตอร์บรอดคาสต์ พบว่าเชื่อมต่อไปยังโดเมน mhelpme.com ที่จดทะเบียนเป็นบริษัท S-Planet ที่มีผู้บริหารคือ ชินนริทธิ์ โชติสุริยพงศ์ วิทยากรอบรมจิตอาสา ที่มีนายประสิทธิ์อยู่เบื้องหลัง

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายประสิทธิ์เพิ่งโด่งดังมาในช่วง 3 ปีนี้ เป็นเจ้าของ M Group ที่เป็นผู้ทำ application M-Help Me มีกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายน่าสนใจ ลงเรียนหลักสูตรของจิตอาสาพระราชทาน เป็นผู้ถวายผ้ากฐินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับเกียรติเข้าไปบรรยายหลักสูตรพิเศษ อบรมการใช้โซเชียลของโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน 904 เข้านอก-ออกในกองทัพ มีภาพคู่กับผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ อย่างสนิทสนม

ไม่เพียงแค่นั้น บริษัท M Group ของประสิทธิ์มีบริษัทในเครือถึง 20 บริษัท แต่เมื่อตรวจสอบการเงินของบริษัทในเครือทั้งหมด พบว่า 18 จาก 20 บริษัทขาดทุนสะสม หลายบริษัทล้มละลายทางบัญชี มีหนี้สินเกินทุน

นอกจากนี้ บริษัทในเครือยังเคยถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เตือนไม่ให้ขายหุ้นกู้ให้กับประชาชนในลักษณะที่เคยทำ สุดท้ายเมื่อไม่เชื่อฟังจึงถูกปรับโดย กลต. เป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง!??

ขณะที่นายประสิทธิ์ออกมาตอบโต้ ยอมรับอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการจริง เพราะเป็นประชาชนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยินดีให้กองทัพใช้เซิร์ฟเวอร์ และแอพพลิเคชั่น พร้อมแจ้งความ บก.ปอท.เอาผิดช่อ พรรณิการ์ ที่กล่าวหาว่าทำธุรกิจไม่ชอบมาพากล

 

ยังไม่ทันพิสูจน์ก็ถูกดำเนินคดีเสียก่อน

ศาลไม่ให้ประกัน-นอนคุก

สําหรับนายประสิทธิ์นั้นถือเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรง ที่ปรากฏตัวผ่านสื่อหลากหลาย ทั้งรายการเจาะใจ รายการคนค้นฅน โดยเนื้อหาจะพูดถึงชีวิตความเป็นมาของนายประสิทธิ์ ระบุเป็นอันธพาลกลับใจ จนมาเป็นนักธุรกิจพันล้าน เป็นผู้นำในแวดวงธุรกิจการท่องเที่ยว เป็นผู้คิดค้นและเจ้าของลิขสิทธิ์ แอพพลิเคชั่น M-Help Me “Save Your Life” ที่จะยิ่งใหญ่กว่ากูเกิล และโดดเด่นด้วยตำแหน่งประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน”

นอกจากนี้ ยังพบภาพถ่ายกับบุคคลอื่นๆ มากมาย ทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และร่วมกิจกรรมกับกองทัพมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ รายงานสอบสวนระบุว่าเป็นความพยายามสร้างตัวตนมาให้เป็นที่เชื่อถือ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการต้มตุ๋นฉ้อโกง!??

สำหรับเรื่องคดี นายประสิทธิ์รุดเข้ามอบตัวกับตำรวจ บก.ป. เจ้าหน้าที่สอบสวนและส่งฝากขัง

พร้อมระบุคำร้องฝากขังว่า ก่อนหน้านี้นายอติชาติ เลาหะพิบูลกุล ผู้เสียหายกับพวกรวม 19 คน ได้รับเชิญไปงานเปิดตัวบริษัท วีเลิฟ ยัวแบ็ก (ไทยแลนด์) จำกัด จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2563 ที่โรงแรมทริปเปิ้ลวาย ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยมีผู้ต้องหากับพวก ร่วมกันประกาศโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมลงทุนในธุรกิจซื้อ-ขายและเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมผ่านบริษัทดังกล่าว

อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง และมีฐานลูกค้ากว่า 1 แสนราย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน และได้รับผลตอบแทนทุกวันที่ 30 ของเดือน แต่ปรากฏว่ามิได้มีการจ่ายเงินตอบแทนตามที่สัญญาตกลงกันไว้แก่ผู้เสียหาย จึงทวงถามทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ แต่เริ่มติดต่อได้ยากขึ้น จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง

ทั้งนี้ ไม่พบว่ามีการลงทะเบียนทางศุลกากรจริง และผู้เสียหายไม่ได้รับเงินตอบแทนแต่อย่างใด ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 21,583,846 บาท

พร้อมระบุว่า ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้ อีกทั้งมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก

ขณะที่ศาลพิจารณายกคำร้องประกันตัว ส่งคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ด้านเจ้าตัวยังยืนยันว่าถูกกลั่นแกล้ง พร้อมพิสูจน์ตัวเอง เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์

ต้องพิสูจน์กันต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม!??



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหรียญรุ่นพิเศษ 82 ปี หลวงพ่อจ้อย วัดวังเดื่อ อีกพระเกจิดังปากน้ำโพ
แผนรับมือน้ำ ‘ไทย-เทศ’ (1)
Mazda CX-6e เอสยูวีไฟฟ้า สวยสะกดกับราคาสุดเร้าใจ
‘เมสซี่-โรนัลโด้’ และบทอำลาทีมชาติ (?) แบบต่างขั้ว
‘ยาม่วง’ หรือ ‘ยาเจนเชียน’ และดอกหลงต่าน
เต้าหู้ยัดไส้หมูสับผัดหน่อไม้
ยุคบ้านมือสองครองตลาด
ชัยชนะของคนธรรมดา : เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569
เมื่อ 67 มาถึงสยาม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 16-22 ตุลาคม 2569
มนุษย์ ไม่ใช่แค่ ‘ทุนมนุษย์’
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)