bg-single

ทุกอย่างซอฟต์ได้ด้วยอีโมจิ/Cool Tech จิตต์สุภา ฉิน

06.08.2021

Cool Tech

จิตต์สุภา ฉิน

@Sue_Ching

Facebook.com/JitsupaChin

 

ทุกอย่างซอฟต์ได้ด้วยอีโมจิ

 

แป๊บๆ วันอีโมจิโลก หรือ World Emoji Day ของปีนี้ก็ผ่านพ้นไปอีกแล้ว และเป็นประจำทุกๆ ปีที่องค์กร Unicode Consortium ที่ทำหน้าที่ดูแลอีโมจิโดยตรงจะประกาศว่าปีนี้จะมีอีโมจิใหม่ๆ รูปไหนถูกเพิ่มเข้ามาบนคีย์บอร์ดให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้กันบ้าง

จะว่าไปหน้าที่การคัดเลือกอีโมจิใหม่ๆ ถึงจะดูง่ายแต่ก็ไม่น่าจะง่ายเหมือนที่คิด เพราะคณะกรรมการจะต้องพิจารณาจากข้อเสนอที่มีคนส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ข้อเสนออีโมจิใหม่แต่ละรูปจะต้องมาพร้อมกับคำอธิบายอีโมจิรูปนั้นๆ พร้อมเหตุผลกำกับว่าทำไมมนุษยชาติถึงจะจำเป็นต้องมีอีโมจิรูปนี้ไว้ใช้โดยที่จะต้องมีข้อมูลสนับสนุนเหตุผลที่ว่าด้วย

การจะคัดเลือกให้อีโมจิใหม่รูปไหนผ่านก็จะต้องทำตามแนวทางที่กำหนดไว้ซึ่งมีรายละเอียดยุบยับไปหมด

อย่างเช่น อีโมจิจะต้องไม่จำเพาะเจาะจงเกินไป อีโมจิจะต้องไม่สื่อถึงแบรนด์หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

อีโมจิจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับใครคนใดคนหนึ่งไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือจากไปแล้วก็ตาม และจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับเทพยดาฟ้าดินใดๆ ด้วย

อีโมจิใหม่จะต้องไม่ใช่อีโมจิที่เราสามารถหยิบอีโมจิเดิมที่มีอยู่แล้วมาผสมเข้าด้วยกันเพื่อสื่อความหมายได้เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน (เช่น เราจะไม่ได้เห็นอีโมจิรูปเด็กทารกแหกปากร้องเพราะผู้ใช้งานสามารถใช้ภาพเด็กทารกมาผสมเข้ากับภาพหน้าร้องไห้เองได้ง่ายๆ)

และอีโมจิจะต้องอยู่ต่อไปได้นานๆ ไม่ใช่เทรนด์อะไรที่มาแป๊บๆ แล้วก็ดับไป

นอกจากนี้ ก็อย่างที่เราอาจจะสังเกตเห็นกันมาแล้วก็คือการจะอนุมัติให้ใช้อีโมจิอะไรได้บ้างนั้นคณะกรรมการก็จะต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมกันในสังคมด้วย

เรามีอีโมจิสีผิวต่างๆ ให้เลือกใช้ได้ อีโมจิคนพิการ อีโมจิกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ฯลฯ

 

สําหรับอีโมจิใหม่ของปี 2021 คณะกรรมการได้แย้มพรายออกมาประมาณ 30 แบบที่จะพร้อมให้ใช้งานกันได้ในช่วงปลายปีนี้ซึ่งก็ประกอบไปด้วยอีโมจิสีหน้าใหม่ๆ ทั้งอีโมจิเอามือปิดตาและแอบมองลอดนิ้วมือ อีโมจิหน้าละลาย อีโมจิทำวันทยหัตถ์ อีโมจิน้ำตาปริ่มดวงตา อีโมจิรังนกแบบมีไข่และไม่มีไข่ อีโมจิขบริมฝีปาก ดิสโก้บอล ไม้ช่วยพยุงเดิน ฟิล์มเอ็กซเรย์ สไลเดอร์ ถั่ว ปะการัง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ที่ใกล้หมด ไปจนถึงอีโมจิแปลกๆ อย่างตัวโทรล หรือผู้ชายตั้งท้อง

อย่าถามเลยว่าจากลิสต์อีโมจิใหม่ทั้งหมดที่อนุมัติออกมานั้นแต่ละอันเข้าข่ายความจำเป็นสำหรับมนุษย์เราอย่างไรบ้าง เพราะฉันก็น่าจะตอบไม่ได้เหมือนกัน และนี่ก็เป็นคำถามที่ฉันต้องถามตัวเองเป็นประจำอยู่ทุกปี

ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการต้อนรับวันอีโมจิปีนี้ก็ได้มีการจัดอันดับอีโมจิยอดฮิตที่เปิดตัวออกมาเมื่อปีที่แล้วและได้รับความนิยมถูกนำมาใช้มากที่สุด โดยที่อันดับหนึ่งก็คือหัวใจไฟลุก ????? ตามมาด้วยใบหน้าตาหมุนวงเหมือนเวียนหัว ????? ใบหน้ายิ้มเปื้อนน้ำตา ?? ใบหน้าถอนหายใจ ????? และอีโมจิหุบนิ้วทั้งหมดมาแตะกัน ?? ซึ่งมักจะรู้จักกันในแง่ของการเป็นอีโมจิที่ใช้แทนการด่าหรือแสดงความหงุดหงิดโมโหในสไตล์ของคนอิตาลีนั่นเอง

จริงๆ ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกว่าทำไมอีโมจิ 5 รูปนี้ถึงขึ้นแท่นอีโมจิใหม่ยอดฮิตได้ แต่ถ้าจะให้เดาฉันก็คงจะร้อยเรียงเรื่องราวออกมาประมาณว่าสถานการณ์ไวรัสระบาดไปจนถึงการจัดการแก้ไขปัญหาที่ขลุกขลักเสียเหลือเกินก็ทำให้คนรู้สึกใจร้อนรุ่มเป็นไฟ มึนงงกับข้อมูลที่มากมายไปหมดบนอินเตอร์เน็ต แม้จะทำหน้ายิ้มสู้แต่น้ำตาก็ตกในและแอบถอนหายใจตลอดเวลา

ท้ายที่สุดก็เหลือสิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือด่า และด่ามันเข้าไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

 

ทว่า สิ่งที่เราไม่ต้องเดาเอาเองก็คือรายงานเทรนด์ประจำวันอีโมจิโลกซึ่งจัดทำด้วยการสำรวจคนกว่า 7,000 คนในสหรัฐ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ เพื่อสำรวจเทรนด์การใช้งานอีโมจิและพบข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่างที่จะเป็นการช่วยยืนยันว่าการสื่อสารผ่านอีโมจิมันช่วยทำให้ทุกอย่างซอฟต์ลงได้ ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นแม้จะไม่ได้เห็นหน้ากันก็ตาม

รายงานฉบับนี้พบว่า 88 เปอร์เซ็นต์ของคนใช้อีโมจิทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะรู้สึกเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายมากขึ้นถ้าหากว่ามีการใช้งานอีโมจิเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่อให้เราสื่อสารกันคนละภาษาแต่ถ้าเราเข้าใจอีโมจิตรงกันการสื่อสารด้านอารมณ์ก็จะสำเร็จได้แม้เราจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อมองตาหรืออ่านสีหน้ากันและกัน จากข้อความที่แข็งทื่อก็จะกลายเป็นข้อความที่อบอุ่นทันทีถ้ามีอีโมจิสอดแทรกอยู่ในนั้นด้วย

55 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้อีโมจิรู้สึกสบายใจที่จะสื่อสารอารมณ์ของตัวเองผ่านอีโมจิมากกว่าที่จะต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกันจริงๆ สำหรับคนจำนวนมาก การจะทำให้อีกฝ่ายรับรู้อารมณ์ของตัวเองได้ผ่านการพูดคุยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เมื่อมีอีโมจิที่เราค่อยๆ เลือกอย่างพิถีพิถันได้การทำเช่นนั้นก็จะง่ายขึ้น

อีกข้อมูลหนึ่งที่ฉันพบว่าน่าสนใจสุดๆ ก็คือการใช้อีโมจิในการจีบหรือออกเดต ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถใช้อีโมจิอะไรก็ได้มั่วซั่ว แต่จากการสำรวจก็ค้นพบแล้วว่ามี 3 อีโมจิที่จะช่วยให้คนอื่นชอบเราได้ง่ายขึ้น กับอีก 3 อีโมจิที่จะทำให้คนอื่นชอบเราน้อยลง

3 อีโมจิชุดแรก คืออีโมจิส่งจูบ ?? อีโมจิหน้ายิ้มที่รายล้อมไปด้วยหัวใจ 3 ดวง ?? และอีโมจิหน้ายิ้มที่ตาสองข้างเป็นหัวใจ ?? ถ้าส่ง 3 อีโมจินี้ก็มีแนวโน้มจะจีบติดมากขึ้น

ส่วน 3 อีโมจิชุดหลังที่ไม่แนะนำให้ส่งถ้าไม่มั่นใจในความสนิทชิดเชื้อกันจริงๆ ก็คืออีโมจิมะเขือม่วง ?? ซึ่งบ่อยครั้งไม่ได้ถูกใช้เพื่อบอกว่าเราชอบกินมะเขือแค่ไหนแต่ใช้แทนสัญลักษณ์อวัยวะเพศชายต่างหาก อีโมจิลูกพีช ?? ที่ก็ไม่ได้ใช้เพื่อสื่อสารว่าอยากกินลูกพีชแต่ใช้แทนรูปก้น และสุดท้าย อีโมจิตาเหล่หน้าทะเล้น ?? ที่ฉันว่าฉันน่าจะไม่เคยได้ใช้เลยเพราะนึกไม่ออกว่าจะใช้ในสถานการณ์ไหน

แต่ก็เห็นด้วยว่าแค่เห็นอีโมจิทำหน้าทำตาแบบนี้ก็รู้สึกอยากยกหมัดมาตั๊หน้าให้บี้แบนขึ้นมาตงิดๆ

 

ครึ่งหนึ่งของผู้ใช้อีโมจิทั่วโลกเห็นด้วยว่าการใช้อีโมจิมาช่วยในการสื่อสารส่งผลกระทบทางบวกต่อสุขภาพจิตของตัวเอง และคนถึง 67 เปอร์เซ็นต์คิดว่าคนที่ใช้อีโมจิเป็นคนที่เป็นมิตร ตลก และเท่กว่าคนที่ไม่ใช้อีโมจิเลย

สำหรับหมวดหมู่ของอีโมจิที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คืออีโมจิแสดงสีหน้าและอารมณ์ อีโมจิเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ อีโมจิอาหารและเครื่องดื่ม อีโมจิสัตว์และธรรมชาติ และสุดท้ายคืออีโมจิรูปวัตถุต่างๆ

ฉันคิดว่าการบอกว่าอีโมจิช่วยทำให้เราสื่อสารอารมณ์ได้ดีขึ้นและเห็นอกเห็นใจมากขึ้นเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอนที่สุด หลายๆ ครั้งที่ฉันรู้สึกว่าคำพูดในรูปแบบตัวอักษรมันแข็งทื่อเกินไป เพียงแค่ใส่อีโมจิที่ถูกต้องเข้าไปก็ช่วยได้เยอะแล้ว

แต่คีย์เวิร์ดที่สำคัญอยู่ตรงนี้ค่ะ เราจะต้องเรียนรู้การใช้งานอีโมจิที่ถูกต้อง เข้าใจความหมายที่อีโมจินั้นๆ ต้องการจะสื่อ หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องรู้ว่าคนที่ได้รับอีโมจิรูปนั้นไปน่าจะรู้สึกอย่างไร

ฉันเคยเจอเหตุการณ์ที่เพื่อนส่งมาขอโทษขอโพยและถามไถ่อย่างร้อนใจว่าเขาทำอะไรให้ฉันโกรธหรือเปล่า แล้วกำกับด้วยอีโมจิมองบนที่ปกติแล้วใช้เพื่อสื่อถึงความเบื่อหน่ายเต็มประดา ?? จนฉันรู้สึกอิหลักอิเหลื่อไม่รู้จะตอบกลับไปว่าอย่างไรดีเพราะมันไม่ได้ดูเหมือนคำขอโทษเลย

เอ๊ะ หรือกลับมาย้อนคิดอีกที…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT