bg-single

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร กับความสัมพันธ์ ไทย-ลาว (1)/บทความพิเศษ

22.11.2021

บทความพิเศษ

พิษณุ จันทร์วิทัน

อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำ สปป.ลาว

 

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

กับความสัมพันธ์ ไทย-ลาว (1)

 

หลายคนกล่าวถึงผลงานของ อาจารย์ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ในฐานะอาจารย์และผู้รู้ทางเศรษฐกิจคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ผมคิดว่าที่คนส่วนมากยังไม่ทราบกันกว้างขวางก็คือบทบาทและผลงานของ ดร.วีรพงษ์ในด้านความสัมพันธ์ไทย-ลาว

ผมได้มีโอกาสร่วมงานความสัมพันธ์ไทย-ลาว กับอาจารย์วีรพงษ์อย่างใกล้ชิดมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ได้ร่วมเดินทางกับท่านในทั่วทุกพื้นที่ของประเทศลาว

จึงขอนำบางเรื่องมาบันทึกไว้เพื่อเป็นการรำลึกถึง ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

 

 

ในปี 2536 ได้มีการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพไทย-ลาว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับประชาชนของสองประเทศ ทั้งทางด้านการค้า การศึกษา และวัฒนธรรม โดยมี ท่านอาสา สารสิน อดีตราชเลขาธิการเป็นนายกสมาคม อาจารย์วีรพงษ์ เป็นเลขาธิการ

ทางฝ่ายลาวก็จัดตั้งสมาคมมิตรภาพลาว-ไทยขึ้น โดยมีท่านเพ้า บุนนะผน กรรมการศูนย์กลางพรรคและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน

ปลายปี 2538 ผมย้ายกลับจากบรัสเซลส์มาปฏิบัติงานที่กรมเอเชียตะวันออก ผมในฐานะผู้อำนวยการกองที่รับผิดชอบงานด้านลาว จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของสมาคม

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับอาจารย์วีรพงษ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อมองย้อนกลับไป การได้ร่วมงานกับอาจารย์วีรพงษ์ เป็นการทำงานที่ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับลาว เป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอาสาไปรับหน้าที่เอกอัครราชทูตไทยประจำลาวในเวลาต่อมา

จากนี้ผมจะขอเล่าถึงอาจารย์วีรพงษ์ที่ผมรู้จัก

 

 

อันที่จริงผมได้มีโอกาสรู้จักกับอาจารย์ตั้งแต่ตอนที่ผมประจำการอยู่บรัสเซลส์แล้ว ตอนนั้นราวต้นปี 2538 ท่านได้รับเชิญไปแสดงปาฐกถาเรื่องเศรษฐกิจโดยธนาคารแห่งหนึ่ง

ผมพาอาจารย์ไปกินอาหารเย็นแบบพื้นถิ่น จากนั้นก็ไปคุยกันต่อที่บ้านพักของผม

ดูเหมือนว่าอาจารย์จะถูกชะตาผมตั้งแต่พบกันครั้งแรก อาจเป็นเพราะมีความสนใจในเรื่องต่างๆ ที่คล้ายกัน เราจึงคุยกันสนุกจนเกือบสว่างอย่างไม่รู้ตัว

เพราะนอกจากด้านเศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์ อาจารย์วีรพงษ์ศึกษาโหราศาสตร์อย่างลึก ท่านเป็นศิษย์ของ อ.เทพย์ สาริกบุตร

นอกจากนี้เรายังมีความสนใจที่คล้ายกันอีกเรื่องพระเครื่อง ซึ่งท่านมีความรู้อย่างกว้างขวางเช่นเดียวกับด้านอื่น

เมื่อผมทำหน้าที่เลขานุการสมาคมไทย-ลาว ก็ยิ่งทำให้สนิทสนมกับอาจารย์มากยิ่งขึ้น ในเวลานั้นความสัมพันธ์ไทย-ลาวยังไม่พัฒนาขึ้นถึงในระดับปัจจุบัน งานของสมาคมไทย-ลาวจึงมีบทบาทสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศมาก

เมื่อร่วมทำงานในลาวกับอาจารย์นานวัน ผมก็ตระหนักว่า อาจารย์วีรพงษ์ เป็นผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นเลขาธิการสมาคมอย่างที่สุด ทั้งยังมีความพิเศษหลายอย่างในตัวเอง

อาจารย์เล่าให้ผมฟังว่า พื้นเพเป็นชาว อ.ธาตุพนม พ่อของท่านรับราชการตำรวจ ต่อมาพ่อย้ายเข้ากรุงเทพฯ อาจารย์วีรพงษ์เล่าว่า นอกจากญาติพี่น้องที่ อ.ธาตุพนมแล้ว ท่านยังมีญาติอยู่ในเวียงจันทน์แถบสวนมอญ ตอนยังเด็กในฤดูแล้งที่น้ำในแม่น้ำโขงน้อย ท่านกับเพื่อนชอบว่ายน้ำไปเที่ยวเล่นที่ฝั่งลาวซึ่งตรงข้ามกับธาตุพนม คือแขวงคำม่วน

ครั้งหนึ่งอาจารย์วีรพงษ์ไปทอดกฐินที่วัดบ้านเกิด ผมได้ติดตามไปด้วย ดูอาจารย์มีความสุขที่ได้คุยเล่าเรื่องเก่าสมัยยังเด็กให้ผมฟัง ตอนอายุครบบวช อาจารย์ไปบวชกับท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธาจารย์ (จันทร์) วัดศรีเทพ พระอริยสงฆ์รูปสำคัญของภาคอีสาน

ท่านได้พาผมไปกราบอัฐิธาตุหลวงท่านเจ้าคุณด้วย

 

 

หลังจากเปลี่ยนการปกครองในลาว เมื่อ พ.ศ.2518 แล้ว หลายปีต่อมาเมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไป ลาวมีการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบสากล อาจารย์วีรพงษ์ได้ไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลลาวในเวลานั้นด้วยการสนับสนุนของธนาคารพัฒนาเอเชีย

ท่านเข้าไปอยู่ที่โรงแรมล้านช้างนานนับเดือน มีรถจักรยานหนึ่งคันถีบไปทำงาน พวกเจ้าหน้าที่ของลาวหลายคนจึงเรียกท่านว่า อาจารย์ บางคนต่อมาเจริญก้าวหน้าถึงระดับเจ้าแขวงและกรรมการศูนย์กลางพรรค

เท่าที่ผมรู้จักและจำได้ คือ ท่านสุพัน แก้วมีไซ เจ้าแขวงสะหวันนะเขต เข้าใจว่าในช่วงที่ไปเป็นที่ปรึกษาให้ลาวนี้เอง

นอกจากภาษาลาวที่พูดได้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ทำให้อ่านเขียนลาวได้คล่องด้วย และด้วยนิสัยเข้ากับผู้คนได้ง่ายของอาจารย์ การที่ไปอยู่ที่เวียงจันทน์หลายเดือนท่านจึงคุ้นเคยผู้คนหลากหลาย นอกจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลแล้ว ยังรวมไปถึงชาวบ้านร้านตลาดด้วย

ครั้งหนึ่งที่เราไปเวียงจันทน์ด้วยกัน ท่านพาผมไปซื้อไก่ย่างเจ้าอร่อยตรงสี่แยกสีหอม แม่ค้าจำอาจารย์ได้ดี อาจารย์ก็คุยด้วยภาษาลาวอย่างคุ้นเคย

ท่านบอกผมว่ารู้จักแม่ค้าไก่ย่างคนนี้ตั้งแต่ยังสาวๆ ตอนนี้มีลูก 4-5 คนแล้ว

 

 

อาจารย์วีรพงษ์เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับผู้ใหญ่ลาวหลายคน ในตอนที่ท่านคำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศลาว ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านมาเยือนไทยในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ครั้งนั้น อาจารย์วีรพงษ์ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีเกียรติยศประจำท่านคำไตในระหว่างที่พำนักในกรุงเทพฯ

ในเรื่องภาษาลาว กับไทยนั้น เวลาเราประชุมกับลาวก็เป็นเรื่องที่พิเศษมาก เพราะเราพูดภาษาไทย ฝ่ายลาวเขาก็พูดลาว เข้าใจกันได้โดยไม่ต้องใช้ภาษากลางอื่น แต่ก็ยังมีศัพท์แสงบางคำที่คนไทยทั่วไปไม่เข้าใจ

ผมยังจำได้ดีว่า ในระหว่างที่สมาคมไทย-ลาวประชุมร่วมกับฝ่ายลาวเวลาที่ฝ่ายลาวใช้ศัพท์แปลกๆ ท่านอาสา สารสิน นายกสมาคมก็จะหันไปกระซิบถามอาจารย์วีรพงษ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามไปโดยปริยาย

งานหนึ่งของฝ่ายเลขานุการสมาคม ก็คือการเดินทางไปจัดเตรียมการประชุม หรือการเยือนของนายกสมาคม ซึ่งเราพยายามเข้าไปจัดตามแขวงต่างๆ ที่ห่างไกลโดยถือเป็นการสร้างมิตรภาพไปด้วย ทั้งนี้ ผมจะร่วมเดินทางไปกับอาจารย์ทุกครั้งไป

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ถนนหนทางในลาวยังไม่ดีอย่างทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นถนนดินลูกรังมีหลุมบ่อ ในฤดูฝนเต็มไปด้วยโคลน ส่วนฤดูแล้งก็มีฝุ่นตลบ ในยุคนั้นสะพานข้ามแม่น้ำโขงไปลาวยังมีเพียงแห่งเดียวที่หนองคาย ข้ามไปเวียงจันทน์ การเดินทางไปทำงานในลาวแต่ละครั้งในแขวงที่ห่างไกลจึงใช้เวลาหลายวัน มีความไม่สะดวกอยู่บ้าง แต่ก็ได้รับประสบการณ์สนุกๆ

อาจารย์วีรพงษ์เป็นคนที่มีความรู้ด้านต่างๆ อย่างกว้างขวาง ท่านสามารถอธิบายเรื่องเศรษฐกิจด้วยภาษาง่ายๆ ให้คนที่ตกวิชาเศรษฐศาสตร์พื้นฐานอย่างผมเข้าใจได้ง่าย

ท่านมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์และเล่าได้อย่างที่คนฟังไม่รู้เบื่อ

นอกเหนือจากเรื่องของลาวในมุมต่างๆ ที่ท่านคุ้นเคยด้วยพื้นเพทางครอบครัวแล้ว ท่านยังมีความรู้โหราศาสตร์ในระดับเก่งกว่าหมอดูอาชีพหลายคน

การเดินทางไปทำงานกับอาจารย์ในลาวในสมัยที่เส้นทางคมนาคมยังไม่พัฒนาและต้องนั่งรถกันนานหลายๆ ชั่วโมง สำหรับผมก็คือเรื่องสนุกสนานมาก

ลักษณะพิเศษของอาจารย์วีรพงษ์อีกเรื่องหนึ่งคือ การเป็นคนเรียบง่ายและไม่ถือตัว แม้ท่านจะเคยผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ชอบพิธีรีตอง กินง่าย อยู่ง่าย ปรับตัวเข้ากับสภาพการณ์ต่างๆ ได้อย่างไม่เดือดร้อน

ในฐานะเลขานุการสมาคม ผมจึงทำงานกับท่านด้วยความสบายใจ เหมือนไปกับญาติผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ เวลาเดินทางไปด้วยกัน เรื่องที่พัก อาหาร จัดอะไรท่านก็รับไปตามนั้น

ไม่เคยไม่พอใจหรือต้องการอะไรเป็นพิเศษ

ครั้งหนึ่งเราเดินทางด้วยรถยนต์บนเส้นทางเลียบแม่น้ำโขงในแขวงจำปาสัก ห่างจากปากเซหลายชั่วโมง เลยเวลาอาหารกลางวันมานาน ทุกคนหิวจนตาลายแต่ก็หาร้านอาหารไม่ได้เพราะเราอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองมาก อาจารย์ก็ไม่บ่นอะไร

ประมาณเกือบบ่ายโมง รถผ่านไปพบคนกำลังหาปลาริมน้ำ อาจารย์บอกให้หยุดรถ จากนั้นก็ลงไปเจรจาขอซื้อปลาจากชาวบ้านที่หาปลาอยู่ ได้ปลาตัวใหญ่มาหนึ่งตัว จากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเมื่อไปถึงหมู่บ้าน ท่านก็เข้าไปส่งภาษากับเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ ในหมู่บ้าน เจ้าของร้านก็กุลีกุจอเอาปลาตัวนั้นไปทำกับข้าวมาให้พวกเรารับประทานกัน

ผมยังจำได้ว่าเป็นก้อยปลา กับแกงอะไรสักอย่างแบบลาวอร่อยมาก

ของหวานปิดท้ายคือมะละกอสุกที่อาจารย์เหลือบไปเห็นสุกคาต้นข้างร้านนั้น

การประชุมร่วมกับมาคมมิตรภาพลาว-ไทย-ลาว ปากเซ ๒๕๔๐

งานบุญที่วังเวียง แขวงเวียงจันทน์

ดร.วีระพงษ์ กับท่านทองลุน สีสุลิด รรองนายกรัฐมนตรี ประธานประเทศลาวในปัจจุบัน

ดร.วีระพงษ์กับเอกอัครราชทูตไทยในงานกฐินแขวงหัวพัน

ดร.วีระพงษ์ที่น้ำตกคอนพะเพ็ง กับ คณะ คำพัน อันละวัน(ที่สองจากซ้าย)

ท่านคำพัน สิมมาลาวง อดีตทูตลาวประเจำไทยผูกข้อมือดร.วีระพงษ์ในงานบายศรี สู่ขวัย

ร่วมงานสงกรานต์ไทยลาวที่สถานทูตไทย เวียงจันทน์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อสังหาฯ กล้าๆ กลัวๆ
เจาะลึก Wuling EKSION SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง-ราคาน่าคบ
ขาหมูพะโล้ผัดกะเพรา
‘ไบรท์ตัน’ ของ ‘เฮอร์เซเลอร์’ เมื่อผลงาน-สถิติยืนยันว่ามีลุ้นแชมป์
บทเรียนสำคัญศึกโกคาร์ท จัดระเบียบมาตรฐานสู่อนาคต
ไข้เหลือง ในพุทธศาสนา
‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (2)
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 23-29 ตุลาคม 2569
E-DUANG | ระฆัง กังวาน จาก ปารีส 2 ความคิด ปะทะ ขัดแย้ง
พลิกโฉมอนาคต การศึกษาไทย
ผีบรรพชน ในโลกบาดาล บันดาลความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่โลกมนุษย์
ภาพพิศวง ฝีมือศิลปินอัจฉริยะ M.C. Escher