| การศึกษา
ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับการสัมมนา Matichon forum 2026 Thailand Education Next for All : พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย โดยกองบรรณาธิการมติชน จัดขึ้นวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 08.30-12.15 น. ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมข้อเสนอในการร่วมกันกำหนดทิศทางและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในอนาคตไทย
ความน่าสนใจอยู่ที่การจัดเวที ครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักการเมืองจากหลายพรรคและนักการศึกษารุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยนำบทเรียนจากความล้มเหลวในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา มาทบทวนควบคู่กับสัญญาณเชิงบวกที่เริ่มปรากฏในระบบการศึกษาไทย
สิ่งสำคัญคือ ฝ่ายการเมืองต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และแสดงความมุ่งมั่นต่อการปฏิรูปการศึกษาในลักษณะของฉันทมติหรือพันธสัญญาร่วม เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายและแก้ปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน
ล่าสุด เรียกน้ำจิ้ม จับเข่าคุย กับนายประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนใหม่ ซึ่งสะท้อนโจทย์ใหญ่การศึกษา 5 ด้านที่ต้องเดินหน้า ไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งการวางแผนกำลังคน การปฏิรูประบบการเงินและงบประมาณ การเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่โลกการทำงาน การพัฒนาเด็กปฐมวัย และการยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาในระยะยาว
โจทย์ที่ 1 คือ การวางแผนกำลังคน (Manpower System) เนื่องจาก ศธ.เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการและบุคลากรมากที่สุดของประเทศ จึงต้องจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรระยะ 5 ปี ควบคู่กับการยกระดับทักษะครูและบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต โดยต้องวิเคราะห์จำนวนโรงเรียนให้เหมาะสมกับอัตราการเกิดของเด็ก รวมถึงวางแผนกระจายครูให้สอดคล้องกับจำนวนผู้เรียนในแต่ละระดับ
โจทย์ที่ 2 คือ การปฏิรูประบบการเงินและงบประมาณ (Financial System) โดยเฉพาะการปรับสูตรจัดสรรงบประมาณและเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาสทางการศึกษา
โจทย์ที่ 3 คือ การเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่โลกการทำงาน โดยสนับสนุนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมผลการเรียนรู้และทักษะจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะในห้องเรียน โดยเฉพาะเด็กที่มีความสามารถเฉพาะทาง (Talent) สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ต้องยึดติดกับระบบการศึกษาแบบเดิม และต่อยอดทักษะสู่การทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โจทย์ที่ 4 คือ การพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว โดย ศธ.จะผลักดันให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้การพัฒนาเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และโจทย์ที่ 5 คือ ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล โดยร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ทั้ง World Economic Forum (WEF), UNESCO, UNICEF และ OECD
“ส่วนประเด็นสำคัญอย่างร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ฉบับใหม่นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้ลงนามเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเรียบร้อยแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการปรับทิศทางการศึกษาไทยให้มุ่งเน้นผู้เรียนและผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้ทุกหน่วยงานต้องทบทวนทั้งหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การจัดสรรงบประมาณ และการใช้เทคโนโลยี” นายประวิตกล่าว

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษาไทย เปรียบเสมือนธรรมนูญทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีประเด็นที่ต้องปรับปรุง ทั้งการเพิ่ม ลด หรือแก้ไขมาตรการต่างๆ ในชั้นกรรมาธิการและการพิจารณาของรัฐสภา
ประเด็นที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ คือโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายการศึกษาที่มีลักษณะเป็นซูเปอร์บอร์ด ซึ่งมีผู้แทนจากระบบราชการจำนวนมาก อาจทำให้การตัดสินใจรวมศูนย์และยึดโยงกับระบบราชการมากเกินไป
โดยควรทบทวนให้คณะกรรมการมีขนาดกะทัดรัด ลดความเทอะทะของโครงสร้าง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
“มีความเชื่อมั่นว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีโอกาสผลักดันให้สำเร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เนื่องจากพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างให้ความสำคัญและเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษา แม้รายละเอียดของกฎหมายยังสามารถปรับแก้ได้ในกระบวนการนิติบัญญัติ ต้องการฝากถึงนักการเมือง ข้าราชการประจำ และนักการเมืองรุ่นใหม่จากทุกพรรค ให้ตระหนักว่าการศึกษาไทยเผชิญปัญหาและติดหล่มมาอย่างยาวนาน”
“แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรักษาความต่อเนื่องของการปฏิรูป ไม่ปล่อยให้ระบบการศึกษากลับไปเผชิญภาวะถดถอยอีกครั้ง” นายสมพงษ์กล่าว
เวที Matichon forum 2026 Thailand Education Next for All : พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย อาจเป็นเพียงเสียงสะท้อนหนึ่ง ที่รวบรวมปัญหา และข้อคิดเห็น
แต่โจทย์ใหญ่การศึกษาไทยยังคงเป็นเรื่องยากที่จะหาคำตอบได้ทั้งหมด ขณะที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้ ศธ. หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งคงไม่อาจแก้ปัญหาได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่ต้องพร้อมใจ มองข้ามความขัดแย้ง
และเดินหน้า “ปฏิรูปการศึกษา” ให้เกิดขึ้นจริง อย่างเป็นรูปธรรม
