bg-single

‘ทวารวดี’ ไม่ใช่เมืองพุทธ แต่เป็นเมืองศาสนาพราหมณ์ / สุจิตต์ วงษ์เทศ

09.01.2022

สุจิตต์ วงษ์เทศ

‘ทวารวดี’ ไม่ใช่เมืองพุทธ

แต่เป็นเมืองศาสนาพราหมณ์

 

ทวารวดี เป็นเมืองของพระกฤษณะ อวตารที่ 8 ของพระวิษณุในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (พระวิษณุเป็นเทพเจ้าสูงสุดของลัทธิไวษณพ)

ดังนั้น ทวารวดีเป็นเมืองนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเป็นศาสนาหลัก (และแน่นอนมีศาสนาผีกับศาสนาพุทธปะปนอยู่ด้วย) มีศูนย์กลางอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เมืองศรีเทพ (อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์) ลุ่มน้ำป่าสัก และเครือข่ายเมืองละโว้ (อ.เมืองฯ จ.ลพบุรี) ลุ่มน้ำป่าสัก-ลพบุรี

ที่สรุปมานี้พบหลักฐานโบราณคดีสนับสนุนจำนวนมากอยู่ในบทความวิชาการของนักปราชญ์กรมศิลปากร ได้แก่ มานิต วัลลิโภดม (พ.ศ.2515) และ พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (พ.ศ.2562) โดยเฉพาะงานสำคัญล่าสุดของ พิริยะ ไกรฤกษ์ เรื่อง ศรีเทพ ทวารวดี ราชธานีแห่งแรกของสยาม (พ.ศ.2564)

แต่สังคมไทยถูกครอบงำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนมานานมากจากหน่วยงานของรัฐราชการรวมศูนย์ ว่าทวารวดีเป็นเมืองนับถือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท เป็นศาสนาหลัก มีศูนย์กลางอยู่ฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เมืองนครปฐมโบราณ (อ.เมืองฯ จ.นครปฐม) ลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง

เรื่อง “ศาสนาหลัก” ของทวารวดีว่าพราหมณ์หรือพุทธเป็นประเด็นสำคัญแรกสุดที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะนักวิชาการกระแสหลักถืออำนาจรัฐราชการรวมศูนย์ควบคุมเนื้อหาการเรียนการสอนด้วยข้อมูลชุดเดียวมานานนับศตวรรษว่าทวารวดีเป็นพุทธ

พระกฤษณะเป็นเทวดาเจ้าของเมืองทวารวดี เป็นที่เคารพนับถือของชนชั้นนำในบ้านเมืองบริเวณฟากตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาถึงโตนเลสาบในกัมพูชา แล้วแผ่กว้างถึงลุ่มน้ำมูลในอีสาน พบหลักฐานเป็นประติมากรรมจำหลักหินรูปแบบต่างๆ จำนวนมาก (ซ้าย-ขวา) พระกฤษณะโควรรธนะ เล่าเรื่องพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะด้วยแขนซ้าย เพื่อใช้เป็นที่กำบังพายุฝนให้แก่ฝูงโคและผู้เลี้ยงโค [ประติมากรรมสลักหินลอยตัว อายุราวหลัง พ.ศ.1000 พบที่เมืองศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ (ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) จากหนังสือ รากเหง้าแห่งศิลปะไทย โดย พิริยะ ไกรฤกษ์ สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คส์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2553 หน้า 108-109]

ต้นทางไทยจากทวารวดี

ทวารวดีเป็นต้นทางของประเทศไทย เพราะมีความเป็นมาเจริญเติบโตเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองและผู้คนในประเทศไทยตั้งแต่หลัง พ.ศ.1000 สืบเนื่องต่อมาจนปัจจุบัน โดยพบหลักฐานมากนับไม่ถ้วน แต่เท่าที่พบและสำคัญยิ่งคือนามเมืองอย่างเป็นทางการของกรุงศรีอยุธยาอยู่ในเอกสารโบราณว่า “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา”

หมายถึงกรุงศรีอยุธยามาจากสวรรค์เป็นเมืองของพระรามที่มั่นคงแข็งแรงไม่มีใครเอาชนะได้ ซึ่งสืบเนื่องจากเมืองทวารวดีของพระกฤษณะที่มั่งคั่งด้วยช่องทางไปมาค้าขายสะดวกสบายและอุดมสมบูรณ์

ดังนั้น จึงพบนาม “ทวารวดี”-พระกฤษณะและสิ่งเกี่ยวข้องอยู่ทั่วไปตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยา และพบอีกว่าวรรณกรรมเรื่องอนิรุทธคำฉันท์ยังอธิบายไม่ได้ว่ามีต้นตอจากไหน? เพราะถูกมองข้ามเรื่องพระกฤษณะ ดังนี้

1. “ทวารวดี” เป็นนามศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับยกย่องจากคนชั้นนำของบ้านเมืองเก่าแก่เรือน พ.ศ.1000 จึงพบนามนี้เป็นคำจารึกบนเหรียญเงินและผนังถ้ำ นอกจากนั้นยังพบในศิลาจารึกทั้งในกัมพูชาและในไทย

2. พระกฤษณะ รูปสลักหินชูพระกรซ้ายแสดงปางกฤษณะโควรรธนะ หรือพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ ฝีมือช่างราวเรือน พ.ศ.1000 พบที่เมืองศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

มีเรื่องเล่าว่า “พระกฤษณะผ่านไปทางภูเขาโควรรธนะ พบคนเลี้ยงวัวกำลังทำพิธีบูชายัญวัวถวายพระอินทร์ เมื่อเห็นดังนั้นพระกฤษณะจึงห้ามไว้ แล้วชักจูงคนเลี้ยงวัวเหล่านั้นหันมาบูชาภูเขาโควรรธนะดีกว่า ซึ่งเป็นแหล่งให้หญ้า ให้น้ำ ให้ความอุดมสมบูรณ์กับฝูงวัวและคนเลี้ยงวัว พระอินทร์รู้ก็พิโรธแล้วบันดาลความเดือดร้อนเป็นพายุฝนห่าใหญ่ตกต่อเนื่องไม่หยุด พระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะขึ้นบังฝนห่าใหญ่ให้ฝูงวัวกับคนเลี้ยงวัวทั้งหลายนาน 7 วัน 7 คืน จนพระอินทร์ต้องยอมแพ้ แล้วยอมให้คนเลี้ยงวัวหันไปนับถือภูเขาโควรรธนะตามคำชี้ชวนของพระกฤษณะ”

3. พระกฤษณะภาพสลักบนทับหลัง ราว 6 ชิ้น ระหว่าง พ.ศ.1600-1800 พบที่ปราสาทต่างๆ บริเวณลุ่มน้ำมูล (ดูบทความเรื่อง “พระกฤษณะในประเทศไทย” ของ ดร.จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา เอกสารประชุมวิชาการเรื่องโบราณคดีไทย ครั้งที่ 1 กรมศิลปากร จัดที่ จ.อุบลราชธานี ระว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2535 หน้า 10-12)

(ซ้าย) พระกฤษณะปราบช้างและสิงห์ (รูปสลักทับหลัง ราว พ.ศ.1650 ปราสาทพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์) (ขวา) พระกฤษณะปราบช้างและสิงห์ เป็นหลักฐานความเชื่อเรื่องทวารวดีและพระกฤษณะสืบเนื่องถึงสมัยหลัง (ปูนปั้น เรือน พ.ศ.1800 บนทับหลังศิลาแลงมุขด้านทิศใต้ พระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี ภาพและคำอธิบาย โดย รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

4. พระกฤษณะปราบช้างและสิงห์ ลายปูนปั้นฝีมือช่างเรือน พ.ศ.1800 บนทับหลังศิลาแลงมุขด้านทิศใต้ พระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมืองฯ จ.ลพบุรี

5. พระกฤษณะ, พระราม, พระนารายณ์ พบชื่อพร้อมกันในจารึกสุโขทัย หลักที่ 2 (วัดศรีชุม) แสดงว่าเทวดาทั้ง 3 องค์ เป็นที่นับถือยกย่องอย่างสูงในหมู่เจ้านาย, เชื้อวงศ์ที่ปกครองบ้านเมืองทั้งตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง ตั้งแต่สมัยการค้าโลกเริ่มแรก เรือน พ.ศ.1000 สืบเนื่องไม่ขาดสายถึงเรือน พ.ศ.1900

6. พญากง พญาพาน เป็นตำนานพระมหาธาตุหลวงเมืองนครปฐม (ปัจจุบันคือ พระปฐมเจดีย์) ได้เค้าโครงจากเรื่องพระกฤษณะปราบพระเจ้ากังสะ โดยพระยากงกลายจากชื่อ “พระเจ้ากังสะ” ส่วนพระยาพาน กลายจากชื่อ “พาลกฤษณะ” หมายถึงพระกฤษณะตอนเป็นเด็ก (คำอธิบายนี้ได้จาก ดร.จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา)

นิทานพญากงพญาพาน (ตำนานพระปฐมเจดีย์) นักปราชญ์ไทยหลายท่านเคยบอกนานแล้วว่ามีต้นตอจากตำนานกรีกที่ส่งผ่านอินเดีย (เรื่องพระกฤษณะ) จากนั้นแพร่หลายถึงไทย แล้วถูกเล่าใหม่เป็นพญากงพญาพาน

ตำนานกรีกมีตำรับตำราเล่าว่าถูกดัดแปลงเป็นบทละครเรื่อง Oedipus Rex (หรือ Oedipus the King) เขียนโดย “โซโฟคลีส” เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว แสดงในโรงละครกลางแจ้ง เมืองเอเธนส์ [จากหนังสือ วรรณกรรม : ประวัติศาสตร์เรื่องเล่าแห่งจินตนาการ โดย สุรเดช โชติอุดมพันธ์ แปลจากเรื่อง A Little History of Literature by John Sutherland สำนักพิมพ์บุ๊คสเคป พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2561 หน้า 44-46]

7. อนิรุทธคำฉันท์ วรรณกรรมเกี่ยวกับพระกฤษณะ แต่งสมัยอยุธยาตอนต้น เมื่อเรือน พ.ศ.2000 (ต้นแบบวรรณกรรมเรื่องอุณรุทในสมัยต่อไป)

8. อุสา-บารส โครงเรื่องหลักเดียวกับเรื่องอนิรุทธ แต่แพร่หลายอยู่ลุ่มน้ำโขงบริเวณเวียงจันทน์และอีสานเหนือ (อุดรธานี)

9. อุณรุท โครงเรื่องหลักเดียวกับเรื่องอนิรุทธ แต่ถูกแต่งเป็นบทละครสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ข้อมูลที่รวบรวมมานี้เป็นเบื้องต้นเท่านั้น น่าจะยังไม่ครบถ้วนและอาจอธิบายคลาดเคลื่อนได้ จึงควรเพิ่มเติมและตรวจสอบต่อไปอีกให้มากกว่านี้

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT