bg-single

‘อัญญ-เดียรถีย์’ : ‘ขวาสุดโต่ง’ ก็มีหลายเฉด / คนมองหนัง

16.01.2022

คนมองหนัง

 

‘อัญญ-เดียรถีย์’ : ‘ขวาสุดโต่ง’ ก็มีหลายเฉด

 

“อัญญ-เดียรถีย์” (หมายถึง “ผู้ถือลัทธินอกพระพุทธศาสนา”) หนังสารคดีความยาวประมาณ 34 นาที ผลงานของ “พิชญุตม์ เค้าอัน” เพิ่งได้รับรางวัลดุ๊กหรือรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 25 เมื่อปลายปี 2564

โดยก่อนหน้านั้น หนังเรื่องนี้ได้เคยออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์ออนไลน์บางอีเวนต์มาบ้างแล้ว

พิชญุตม์พาคนดูไปสำรวจโลกทัศน์-ชีวทัศน์ของฆราวาสชายคนหนึ่ง (รวมถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์บางรายของเขา) ผู้เป็นสมาชิก “องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ” และมีความเชื่ออย่างหนักแน่นจริงจังว่าศาสนาพุทธและสังคมไทยกำลังถูกคุกคามจากมุสลิมและบางส่วน-บางกลุ่มก้อนของเครือข่ายอำนาจรัฐปัจจุบัน

คนดูส่วนใหญ่วิเคราะห์ว่าเรื่องราวในภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เป็นเหมือนภาพสะท้อน-เหตุการณ์คู่ขนานของ “กลุ่มพุทธสุดโต่ง” ที่ประเทศเมียนมา

โดยส่วนตัว ผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องเมียนมามากนัก จึงอยากทดลองเปลี่ยนมุมมอง ด้วยการหันไปตั้งข้อสังเกตถึงปรากฏการณ์ว่าด้วย “ความเปลี่ยนแปลงภายใน” ของ “พุทธไทยกระแสหลัก”

ซึ่งหนังสามารถจับภาพ จับอารมณ์ จับความคิด ที่เกี่ยวโยงกับปรากฏการณ์ดังกล่าวออกมาได้อย่างน่าสนใจ

 

“อัญญ-เดียรถีย์” เปิดเรื่องขึ้นมาด้วยการสัมภาษณ์บุคคลต้นเรื่อง โดยมีฉากหลังเป็นวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

หลังจากนั้น ผู้ชมจะได้พบเห็นชายคนนี้ตระเวนไปไหว้พระและทำกิจกรรมเผยแพร่ “ข้อมูล” บางอย่าง ตามวัดต่างๆ อีกหลายแห่ง เช่นในช่วงกลางเรื่อง เราจะเห็นเขาไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศ

อาจเป็นความตั้งใจของคนทำหนังหรืออาจเป็นเพียงความบังเอิญก็ได้ แต่ชีพจรการดำเนินชีวิต-การเคลื่อนไหวของบุคคลต้นเรื่องในหนังสารคดีเรื่องนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าตัวเขามีความยึดโยงหรือมีความศรัทธาเลื่อมใสในอดีตศูนย์กลางอำนาจของคณะสงฆ์ (มหานิกาย) ซึ่งถูกลดทอนพลังลงไปอย่างมหาศาลภายใต้ระบบระเบียบการปกครองคณะสงฆ์แบบใหม่

รายละเอียดตรงจุดนี้จะเป็นเหมือนกรอบโครงขนาดใหญ่ ซึ่งครอบคลุมไปถึงเนื้อหาส่วนอื่นๆ ที่เหลือ

เป็นเนื้อหาที่บอกเล่าถึง “ชาวพุทธ” ที่มีแนวคิด “ขวาจัดสุดโต่ง” ทว่า ก็มิได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับศาสนาพุทธของรัฐ หรืออำนาจรัฐในยุคปัจจุบัน

 

นอกจากบุคคลต้นเรื่องของ “อัญญ-เดียรถีย์” จะพยายามจับผิดผู้คนต่างศาสนา หรือรู้สึกว่าคนเหล่านั้นเป็นสิ่งขวางหูขวางตาในทุกๆ กาลเทศะแล้ว

สถานการณ์หนึ่งที่ดูเป็นเรื่อง “ตลกร้าย” ในหนัง ก็คือ การที่เขาและเพื่อนร่วมองค์กรพยายามจะขับรถบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เพื่อถ่ายรูปสิ่งก่อสร้างใหม่ ซึ่งตนเองเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาอิสลาม

พฤติกรรมเช่นนั้นดูจะสอดคล้องกับ “ข่าวลือ-ข่าวปลอม-ทฤษฎีสมคบคิด” ที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายพอสมควร (โดยปราศจากที่มาที่ไป) ในผู้คนบางกลุ่ม ว่านายกรัฐมนตรีมีความเกี่ยวข้อง-ใกล้ชิดกับ “ศาสนาอื่น”

อาการดังกล่าวสามารถอธิบายถึง “ความเป็นขวาจัด” ของผู้ปฏิบัติงานในองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาฯ ที่ไม่ลงรอยกับ “อำนาจรัฐไทย” ณ ปัจจุบัน ได้อย่างแจ่มชัด

กล่าวคือ ด้านหนึ่ง พวกเขาก็พร้อมพิทักษ์ “ศาสนาประจำชาติ” แต่อีกด้าน พวกเขาก็ไม่ยอมรับผู้นำประเทศ (ที่เชื่อว่าตนรักชาติไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร)

เช่นเดียวกับภาพเหตุการณ์ตอนที่บุคคลต้นเรื่องเดินสายไปอบรมเผยแพร่ “ความเชื่อ” ตามวัดต่างๆ ด้วยการบรรยายประวัติศาสตร์ “ราชาชาตินิยม” ที่แปลกเพี้ยนออกไป (หมายถึงทั้งแปลกจาก “ประวัติศาสตร์ของฝ่ายอนุรักษนิยมทั่วไป” และเพี้ยนจาก “ข้อเท็จจริงต่างๆ”)

ผ่านการมองว่าปฏิบัติการของ “องค์กรศาสนาอื่น” ซึ่งสมคบคิดกับคนใน “เครือข่ายอำนาจรัฐ” บางส่วน ล้วนเป็นบ่อเกิดของทุกๆ ปัญหาในสังคมการเมืองไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สามารถสรุปรวบยอดได้ว่า พุทธศาสนิกชนกลุ่มนี้ยังยึดมั่นเคารพในอุดมการณ์ “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ดังเดิม

แต่ความรู้สึกผิดหวังต่อกระบวนการใช้อำนาจรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการพระพุทธศาสนาในตลอดหลายปีหลัง และความรู้สึกแปลกแยกจากศาสนิกชนต่างความเชื่อ

ได้ส่งผลให้ “ความรักศาสนา” และ “ความต้องการอนุรักษ์พุทธศาสนา” ของพวกเขานั้นไม่เหมือนกับแนวคิดของรัฐเสียทีเดียว

 

ภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นเรื่อง “อัญญ-เดียรถีย์” จึงกำลังนำเสนอประเด็นสำคัญสองข้อ

ประเด็นแรก หนังช่วยย้ำเตือนว่า “กลุ่มขวาจัดสุดโต่ง” ในสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย อาจไม่ได้ผนึกแน่นเป็นปึกแผ่นเดียวกัน

ดังกรณีกลุ่ม “พุทธขวาสุดโต่ง” ที่ในแง่หนึ่ง พวกเขายังยึดติดกับกรอบคิด “ขวาจัด” ในทางศาสนา แต่อีกแง่ พวกเขาก็เห็นต่างจากรัฐ ที่ใช้อำนาจอย่างไม่สอดคล้องกับอุดมคติของตน

คำถามน่าสนใจ คือ ถ้าปัญหาของ “พุทธศาสนาแบบไทยๆ” นั้นอยู่ที่การยังไม่ยอมแยก “รัฐ” ออกจาก “ศาสนา” แล้วความเชื่อ-การเคลื่อนไหวขององค์กรเอกชน ซึ่งมีแนวคิด “ขวาจัดทางศาสนา” โดยไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรัฐ ดังที่ปรากฏในหนังเรื่องนี้ จะมีตำแหน่งแห่งที่อยู่ตรงจุดไหนของโจทย์การปฏิรูปดังกล่าว?

ประการถัดมา หนังยังสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกหวั่นไหวของพุทธศาสนิกชนไทยบางกลุ่ม ภายหลังการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองคณะสงฆ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงปรากฏการณ์อื่นๆ อีกมากมาย นอกจอภาพยนตร์ด้วย (ตั้งแต่เรื่องเจ้าคณะจังหวัด สีจีวร จนถึง พส.)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
เข็นนกขึ้นเขากระโดงระวังเจ๊ง
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี