bg-single

THE TRAGEDY OF MACBETH ‘เช็กสเปียร์ในโลกภาพยนตร์’ / ภาพยนตร์ : นพมาส แววหงส์

07.02.2022

ภาพยนตร์

นพมาส แววหงส์

 

THE TRAGEDY OF MACBETH

‘เช็กสเปียร์ในโลกภาพยนตร์’

 

กำกับการแสดง

Joel Coen

นำแสดง

Denzel Washington

Frances McDormand

Brendan Gleeson

Alex Hassell

Bertie Carvel

Kathryn Hunter

 

นี่เป็นหนังที่ผู้เขียนตั้งตารอคอยมาตั้งแต่เมื่อได้ข่าวการเปิดตัวเมื่อต้นปีที่แล้ว โดยมีกำหนดออกฉายในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ผู้เขียนเพิ่งได้ดูเมื่อกลางเดือนมกราคมนี้เอง

Macbeth สร้างมาจากบทละครคลาสสิคฝีมือบรมครูแห่งบรรณพิภพของวรรณกรรมการละครสากลและละครเวทียุคพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 1 ซึ่งถือเป็นยุคทองที่ยิ่งใหญ่ในวงการละครทัดเทียมกับการละครสมัยกรีกโบราณ

และในฐานะครูสอนวิชาศิลปการละคร ผู้เขียนยังได้แปลบทละครคลาสสิคของเช็กสเปียร์เรื่องนี้และกำกับฯ เป็นละครเวทีปฐมฤกษ์เปิดศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาแล้ว

อีกทั้งโจเอล โคเอ็น ผู้กำกับหนังก็เป็นบุคคลที่มีฝีมือขั้นเทพ ซึ่งหาเทียมทานได้ยาก ในวงการภาพยนตร์

หนังเรื่อง Fargo ของพี่น้องตระกูลโคเอ็น (โจเอลและอีธาน) เป็นหนังในดวงใจเรื่องหนึ่ง และดูซ้ำได้โดยไม่เบื่อ

 

Macbeth เป็นหนังเรื่องแรกที่โจเอลแยกวงมาทำคนเดียวโดยไม่มีน้องชาย แต่มีภรรยา ฟรานซีส แม็กดอร์มันด์ ในบทบาทที่น่าจดจำที่สุดบทหนึ่งในโลกของละครเวที นั่นคือ เลดี้แม็กเบธ

เนื่องจากผู้เขียนมีภูมิหลังและประสบการณ์เกี่ยวกับละครเรื่องนี้อยู่มาก และแง่มุมให้เขียนถึงได้หลากหลายแบบไม่รู้จบ จึงจะพูดถึงได้เฉพาะบางส่วนในเนื้อที่จำกัดของคอลัมน์

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของหนังคือภาพอันน่าประทับตาของหนังขาว-ดำ ที่เล่นกับแสงเงาอย่างสวยงามได้อารมณ์

งานออกแบบฉากไม่ได้ให้รายละเอียดของความสมจริงแบบเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ดูเป็นดีไซน์ที่สร้าง “มู้ด” ด้วยการตีความที่แปลกตา

นอกจากนั้น เรายังมีตัวละคร-ซึ่งตามต้นเรื่องล้วนเป็นชาวสก๊อต-แต่ด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ของวัฒนธรรมปัจจุบัน เราจึงมีแม็กเบธ เซย์ทัน (นักเรียนการละครน่าจะจดจำชื่อนี้กันได้ เพราะแม็กเบธร้องเรียกหาอยู่เนืองๆ) แองกัส และแม็กดัฟฟ์ (ผู้ไม่ได้ “คลอดจากครรภ์สตรี”) เป็นคนผิวสีในกลุ่มนักแสดงที่หลากหลายและข้ามพรมแดนของเชื้อชาติ

 

การตีความที่น่าทึ่งและชวนฉงนยิ่ง คือ “แม่มดสามตน” เล่นโดยนักแสดงหญิงคนเดียว (แคธริน ฮันเตอร์) เหมือนจะแยกร่างออกมาได้ และกลายร่างจากอีกาสามตัวที่บินร่อนอยู่กลาง “ไอหมอกและอากาศเลวทราม” ในตอนเปิดเรื่อง และฝูงอีกาที่บินพรึบขึ้นจากพื้นดินเป็นภาพสุดท้ายของหนัง เมื่อรอสส์ขี่ม้าพาลูกชายของแบงโควบนพื้นดินสูงๆ ต่ำๆ จนลับตาไปหลังเนินในภูมิประเทศ

“แม่มด” เป็นกลไกสำคัญในการเล่าเรื่องแม็กเบธมาตั้งแต่ราว 400 ปีที่แล้ว

ที่น่าสะกิดใจอีกข้อคือ บทบาทของ “ชายชรา” ผู้วิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ประหลาดหรืออาเพศที่เกิดในคืนที่แม็กเบธสังหารดันแคน แสดงโดยนักแสดงที่เล่นเป็นแม่มดด้วย

ฉากที่แม็กเบธดั้นด้นไปหาแม่มดเพื่อถามไถ่ให้กระจ่างแก่ใจถึงเหตุการณ์ในอนาคต ก็ใช้การนำเสนอด้วยการตีความเป็นภาพที่น่าจดจำมาก อันเนื่องมาจากคำทำนายของแม่มดทั้งสามข้อในตอนต้นเรื่องล้วนกลายเป็นจริงทั้งนั้น และแม็กเบธถูกรุมเร้าด้วยสถานการณ์รอบตัวที่ทำให้รู้จักว่าสถานะความเป็นกษัตริย์ของตนง่อนแง่นไม่มั่นคง ในหนัง แม็กเบธไม่ได้เดินทางไปไหน แต่เป็นภาพนิมิตที่แม่มดแสดงให้เห็นจากเบื้องสูงให้มาเกิดเบื้องหน้าแม็กเบธซึ่งอยู่ในปราสาทตามลำพัง

“รอสส์” (อเล็กซ์ แฮสเซิล) เป็นตัวละครที่ได้รับการเสริมเติมแต่งมากขึ้นจากบทละคร แทนที่จะมีบทบาทเป็นเพียงคนเดินสารหรือคนแจ้งข่าว

ในหนัง รอสส์ปรากฏตัวเป็น “ฆาตกรคนที่สาม” ซึ่งในบทละครทิ้งไว้ให้คนอ่านคิดเองว่าเป็นใคร และหลังจากแบงโควถูกสังหารแล้ว รอสส์เป็นคนปล่อยให้ลูกชายแบงโคว (ซึ่งแม่มดทำนายไว้ว่าลูกหลานของแบงโควจะได้ครองราชย์ต่อไป) หนีรอดไปได้

และไม่ใช่เพียงเท่านั้น ในตอนท้าย หลังจากโอรสของดันแคนได้สวมมงกุฎแทนแม็กเบธแล้ว เรายังเห็นรอสส์มอบเงินให้แก่ชายชราเมื่อชายชราพาตัวลูกชายแบงโควมาให้เขา…ซึ่งเป็นการโยงเรื่องให้สืบเนื่องต่อไปด้วยบทบาทของตัวละครตัวนี้

 

คราวนี้พูดถึงสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกแปลกแปร่งและยังไม่รู้สึกอิ่มเอมกับหนังบ้างนะคะ

ข้อใหญ่ใจความคือการตีความและนำเสนอลักษณะนิสัยของตัวละครหลัก โดยเฉพาะแม็กเบธ

สำหรับผู้เขียนซึ่งเรียนบทละครเรื่องแม็กเบธทั้งเทอมเลยในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ โดยมีรองศาสตราจารย์สดใส พัมธุมโกมล เป็นผู้สอน และท่องจำข้อความในเรื่องได้หลายบทหลายตอน จนกระทั่งเกิดความบันดาลใจให้มาแปลวรรณกรรมเรื่องนี้ในเวลาต่อมา เช็กสเปียร์สร้างตัวละครเอกคือแม็กเบธ ให้เป็นตัวร้ายอย่างไม่มีอะไรเคลือบแคลงเลย ไม่ว่าจะตัดสินด้วยมาตรฐานใด แม็กเบธทะเยอทะยานใฝ่สูงจนฆ่าคนเพื่อให้ตนก้าวขึ้นสู่ความเป็นใหญ่ และยังกำจัดขวากหนามที่ขวางหน้าต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง

แต่ความสามารถของเช็กสเปียร์อยู่ที่การทำให้เราได้เห็นสภาพจิตใจของแม็กเบธไปตลอดหนทางที่เขาตัดสินใจกระทำสิ่งร้ายกาจ ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าเป็นความชั่วช้าสามานย์ ทว่าก็ห้ามใจไว้ไม่อยู่ และปัดไปให้เป็นเรื่องของโชคชะตาที่กำหนดไว้แล้ว

พูดง่ายๆ คือเราเห็นแม็กเบธคิดถึงการกำจัดดันแคนไปให้พ้นทางโดยบอกว่า “อามิสอาถรรพ์ล่อใจครั้งนี้/ไม่น่าจะเป็นเรื่องเลว ไม่น่าจะเป็นเรื่องดี/หากเลว ไยจึงมาสัญญาข้าด้วยเรื่องดี/ซึ่งเพียงเริ่มก็เป็นจริง/ข้าได้เป็นเธนแห่งคอว์ดอร์/หากดี ไยข้าจึงต้องสยบใต้แรงรบเร้า/ที่เพียงคิดก็สยองเกล้าจนขนหัวชัน/และพาให้ใจเต้นโครมครามถึงนอกทรวงจนผิดวิสัย/ความกลัวขณะนี้ยังน้อยกว่ามโนภาพสยอง/ความคิดซึ่งฆาตกรรมยังเป็นเพียงห้วงจินตนา/สั่นคลอนร่างไร้เรี่ยวแรง/จนกายกรรมถูกสะกดไว้ใต้มโนนึก/และไม่มีสิ่งใดเป็นจริง เว้นแต่สิ่งที่ไม่มีตัว”

ขอรวบรัดตัดความไปจนถึงบทพูดคนเดียวตอนท้ายของแม็กเบธ ซึ่งผู้เขียนและใครๆ หลายคนรู้สึกว่า ถ้าไม่มีบทพูดนี้ เรื่องทั้งเรื่องก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย นั่นคือ “พรุ่งนี้ และพรุ่งนี้ และพรุ่งนี้/คืบคลานเข้ามาทีละวัน ทีละวัน/จวบจนปัจฉิมกาล/และวันวานส่องแสงให้คนโง่/เห็นทางสู่ความตายเป็นภัสมธุลี/ดับไปสิ ดับเสีย เทียนแสนสั้น/ชีวิตเป็นเพียงรูปเงาโลดแล่น/เป็นนักแสดงด้อยฝีมือ/ที่เดินวางมาดและกลัดกลุ้ม/ใช้เวลาให้หมดไปบนเวที/และแล้วก็เดินลับตาอันตรธานไป/ไม่มีใครได้ยินเสียงอีก/เป็นนิทานที่เล่าโดยคนโง่บัดซบ/ดีแต่ส่งเสียงและโกรธเกรี้ยว/ไร้ความสลักสำคัญ”

ต้องบอกว่า เดนเซล วอชิงตัน เล่นบทนี้แบบที่ไม่ได้ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตัวละครสักเท่าไรเลย เรียกว่าเล่นแบบโยนออกนอกตัว ไม่ได้ใคร่ครวญตริตรองอย่างแท้จริงถึงความหมายที่ตัวละครตัวนี้มองเห็น

โดยเฉพาะการตีความ “ดับไปสิ ดับเสีย เทียนแสนสั้น” โดยให้เป็นการพูดถึงความตายของเลดี้แม็กเบธ ไม่ใช่ความเข้าใจในชีวิตที่ไร้ความหมายซึ่งเป็นการเลือกทางเดินของตัวเอง

น่าเสียดายที่บทรำพึงตรงนี้ไม่ได้สื่อความลึกซึ้งอย่างที่น่าจะเป็นเลย

เอาละ รวบรัดสรุปจบตรงนี้เลยดีกว่านะคะ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT