bg-single

คุยกับทูต : จูเว็งซียู มาร์ติงซ์ ติมอร์-เลสเต ฉลองเอกราช 20 ปี พร้อมประธานาธิบดีคนใหม่ (3)

16.05.2022

รายงานพิเศษ

ชนัดดา ชินะโยธิน

[email protected]

คุยกับทูต : จูเว็งซียู มาร์ติงซ์

ติมอร์-เลสเต ฉลองเอกราช 20 ปี

พร้อมประธานาธิบดีคนใหม่ (3)

 

ติมอร์-เลสเต ได้แสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานโครงการพระราชดำริเพื่อส่งเสริมการศึกษาแก่นักเรียนติมอร์ฯ ตั้งแต่ปี 2014

โดยได้พระราชทานความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งปรับปรุงสภาวะแวดล้อมของโรงเรียนในติมอร์-เลสเต ได้แก่ โรงเรียนประถม Escola Basica Filial Acanuno และโรงเรียนอนุบาล Ensino Pre-Escolar Acanuno ชานกรุงดิลี อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค การเกษตรเพื่ออาหารกลางวันเพื่อยกระดับภาวะโภชนาการของนักเรียน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯโปรดให้นายฟรังซิสกู กูร์แตร์รีซ ลู โอลู ประธานาธิบดีติมอร์ เลสเต เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงดิลี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนติมอร์ฯ

พระราชทานอุปกรณ์การเกษตร ยาและเวชภัณฑ์ และทรงติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการของโรงเรียนทั้งสองแห่งซึ่งใช้พื้นที่ร่วมกัน

รวมทั้งได้พระราชทานอาคารเรียนหลังใหม่ ในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนติมอร์-เลสเต วันที่ 10-13 มิถุนายน 2019

ในพิธีมอบอาคารเรียนหลังใหม่แก่โรงเรียนประถม Escola Basica Filial Acanuno มีผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา ติมอร์-เลสเต ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2021

โครงการตามพระราชดำริดังกล่าวได้ตอบสนองความต้องการเร่งด่วนต่อการพัฒนาการศึกษาควบคู่กับโภชนาการและการสาธารณสุขของติมอร์-เลสเต และมีโรงเรียนเป้าหมายที่ดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริดังกล่าวรวม 6 แห่งในติมอร์-เลสเต

นายจูเว็งซียู มาร์ติงซ์ เอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต

ไม่ว่าชนชาติไหน ต่างก็มีนิทานปรัมปรา ตำนาน เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เล่าสืบต่อกันมาจากอดีตถึงปัจจุบัน

นายจูเว็งซียู ดือ จือซุซ มาร์ติงซ์ (H.E. Mr. Juvencio de Jesus Martins) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ประจำราชอาณาจักรไทย เล่าว่า

“พวกเราชาวติมอร์ฯ พูดถึงประเทศของเราเองว่าเป็นดินแดนแห่งจระเข้ เนื่องจากลักษณะของประเทศมีรูปร่างคล้ายจระเข้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับตำนานในอดีตกาลว่ามีจระเข้ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรมาเป็นเวลาช้านาน โดยมีเด็กชายนั่งอยู่บนหลังและในที่สุดก็กลายร่างเป็นผืนแผ่นดิน”

ชาวติมอร์ตะวันออกมีวิถีชีวิตเคียงขนานไปกับสายน้ำที่ชุมไปด้วยจระเข้ใหญ่เล็ก เป็นเสมือนบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานผืนดินผืนน้ำอันอุดมสมบูรณ์แก่พวกเขา หลายพื้นที่ในติมอร์ฯ บริเวณหมู่บ้านริมน้ำจะมี ‘รูปปั้นเด็กยืนบนหลังจระเข้’ ที่คนในพื้นที่ให้ความเคารพบูชา

ตามตำนานเล่าถึงการกำเนิดประเทศว่า มีจระเข้ตัวใหญ่มหึมานามว่า Lafaek Diak เป็นจระเข้ที่เป็นมิตรกับมนุษย์ และเสียสละตัวเองให้เด็กชายในรูปปั้นได้อยู่อาศัยบนหลังของมันเสมือนเป็นบ้าน พร้อมมอบความอุดมสมบูรณ์ให้แก่เด็กชาย

ภูเขา Matebian เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของติมอร์ตะวันออก

พวกเขาเชื่อว่าลักษณะภูมิประเทศของติมอร์ที่เป็นเขาสูงหลายลูกสลับกันนั้น คือหลังของจระเข้ในตำนานที่เล่าขาน

“บางคนเรียกแผ่นดินนี้ว่า ดินแดนแห่งพระอาทิตย์อุทัย (The land of the rising sun : East Timor) ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวโปรตุเกสมอบให้กับดินแดนนี้ในฐานะเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโปรตุเกส โดยดวงอาทิตย์จะสัมผัสดินแดนแห่งนี้ก่อนในทันทีที่ปรากฏขึ้นมาบนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยภูเขา มีถนนคดเคี้ยวเชื่อมโยงทุกส่วนของประเทศ”

“นอกจากนี้ ติมอร์ฯ ยังมีชื่อเสียงมากในเรื่องกาแฟที่มีกลิ่นหอมและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว”

“Cristo Rei of Dili” รูปปั้นพระเยซูสูง 27 เมตร บนยอดเขาปลายสุดของคาบสมุทร Fatucama พระเยซูยืนอยู่บนลูกโลกและหันหน้าออกสู่ท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่เบื้องล่าง

ติมอร์-เลสเต กับการเป็นสมาชิก “อาเซียน” (ASEAN) ในอนาคต

ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติมอร์ฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นกับการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอินโดนีเซีย จะเห็นได้จากการเข้าร่วมเวทีการประชุมต่างๆ ของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

หลังจากได้รับสถานะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในปี 2002 ติมอร์-เลสเตเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค (ASEAN Regional Forum) ในปี 2005 และร่วมลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation) ในปี 2007

“ติมอร์-เลสเตได้ยื่นเอกสารสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 มีนาคม 2011 ซึ่งทุกประเทศในอาเซียนต่างยินดีรับใบสมัครในเชิงบวก เราดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อบูรณาการและเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับประชาคมอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสถาบันและกลไกการปกครองในประเทศ การตั้งสถานกงสุลหรือสถานทูตประจำในชาติอาเซียน และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนในทุกนัด รวมถึงการประชุมสุดยอดปี 2019 ที่ไทยรับหน้าที่ประธานด้วยเช่นกัน”

“ประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนติมอร์-เลสเตเข้าสู่อาเซียนอย่างเต็มที่ โดยเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของติมอร์-เลสเตเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 52 (52nd AMM) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2019, การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 26 (26th ASEAN Regional Forum – ARF) เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2019”

 

การจะได้เป็นสมาชิกอาเซียนหรือไม่นั้น ตามกฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผลบังคับใช้ได้กำหนดไว้ในมาตรา 6 ในเรื่อง “ว่าด้วยการรับสมาชิกใหม่” โดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไข 4 ประการสำคัญ คือ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อันเป็นที่ยอมรับว่าอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, การยอมรับโดยรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งปวง, การตกลงที่จะผูกพันและเคารพกฎบัตรนี้, ความสามารถและความเต็มใจที่จะปฏิบัติพันธกรณีของสมาชิกภาพ การรับสมาชิกให้ตัดสินโดยฉันทามติโดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ตามข้อเสนอแนะของคณะมนตรีประสานงานอาเซียน รัฐผู้สมัครจะได้รับเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อได้ลงนามภาคยานุวัติสารกฎบัตรนี้

ข้อที่เป็นอุปสรรคมากที่สุด คือ การยอมรับโดยรัฐสมาชิกทั้งหมด

ประเทศไทยเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่รับรองเอกราชของประเทศติมอร์-เลสเต และสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2002 ทำให้ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

นายจูเว็งซียู มาร์ติงซ์ กล่าวว่า

“ติมอร์-เลสเต ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนการเข้าร่วมอาเซียนอย่างต่อเนื่อง มีคณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community Fact-Finding Mission – APSC FFM) เยือนกรุงดิลี (Dili) เพื่อประเมินความพร้อมของติมอร์-เลสเตในการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนซึ่งขณะนี้อยู่ในการประเมินโดยประเทศสมาชิกอาเซียน”

“ผมยินดีและซาบซึ้งในความร่วมมือที่ประเทศไทยมีต่อประเทศติมอร์-เลสเต โดยมุ่งหวังในการรักษาความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งโดยเฉพาะในภาคเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่อนาคตที่เจริญรุ่งเรืองและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันตลอดไป”

ปัจจุบันมีสถานเอกอัครราชทูต 15 ประเทศตั้งอยู่ในกรุงดิลี โดยเป็นประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ

“เราหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อกำหนดและความคาดหวังของอาเซียน เพื่อติมอร์ฯ จะได้เข้าเป็นชาติสมาชิกลำดับที่ 11 ขององค์กรที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างเช่นอาเซียนอีกไม่นานนี้”

และเมื่อโอกาสนั้นมาถึง ก็จะเป็น “11 ชาติ 1 อาเซียน” ดำเนินตามวิสัยทัศน์อาเซียน ซึ่งเป็นประชาคมที่มีพลวัต มีชีวิตชีวา ที่นำไปสู่ความสำเร็จ จากความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกับสมาชิกทั้งในประชาคมและหุ้นส่วนนอกภูมิภาค •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน