หนังสือพิมพ์ สังขารรัฐ และเรือนร่างใหม่ : การก่อตัวความนิยมร่างใหม่ครั้งปลายระบอบเก่า

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง
หนังสือพิมพ์ สังขารรัฐ และเรือนร่างใหม่
: การก่อตัวความนิยมร่างใหม่ครั้งปลายระบอบเก่า
“…ร่างกายกำยำล้ำเลิศ กล้ามเนื้อก่อเกิดทุกแห่งหน แข็งแรงทรหดอดทน ว่องไวไม่ย่นระย่อใคร…”
(เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ,2478)
ไม่แต่เพียงที่ช่วงปลายระบอบเก่า หนังสือพิมพ์การเมืองมุ่งวิจารณ์รัฐบาลระบอบเก่าอย่างเผ็ดร้อนเท่านั้น
แต่ยังเปรียบเทียบรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพกับ “ร่างกายทางการเมือง” (body politics) ที่ภายในถูกรุมเร้าด้วยโรคร้ายด้วย
หนังสือพิมพ์บางกอกการเมือง (2473) นำเสนอเรือนกายใหม่ให้ชายหนุ่มที่ติดตามข่าวสารบ้านการเมืองและปรารถนาปรับปรุงเรือนกายใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเก่า
กล่าวคือ เริ่มมีการเปรียบเปรยองคาพยพของระบอบเก่าที่ไร้ประสิทธิภาพและทุจริต กับเรือนกายที่ทรุดโทรมผุกร่อนสุขภาพไม่สมบูรณ์นั่นเอง

เรือนร่างที่ทุจริต, บางกอกการเมือง (18 ธันวาคม 2466) และภาพเรือนกายใหม่, หนังสือเพาะกายศาสตร์ (2473)
หนังสือพิมพ์การเมืองครั้งปลายระบอบเก่า
ครั้งนั้นหนังสือพิมพ์การเมืองหลายฉบับวิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง เช่น จีโนสยามวารศัพท์ ยามาโต บางกอกการเมือง หนังสือพิมพ์การเมืองกลุ่มนี้เสนอข่าวสารจริงจัง พร้อมวิจารณ์การปกครองอย่างดุเดือด เช่น ปัญหาจากระบบราชการ ช่องว่างทางชนขั้น ความรู้สึกแปลกแยกทางชนชั้น การบริหารงานคลัง ปัญหาทางเศรษฐกิจที่รอรัฐแก้ไข และความชอบธรรมของการปกครอง (อัจฉราพร กมุทพิสมัย, 2532, 42)
ดังบทความในบางกอกการเมืองเรื่อง ประชาชนกับรัฐบาล (2466) รัฐธรรมนูญประเพณี (2466) สยามอยู่ได้ด้วยอะไร (2467) รัฐสภาสยามปัญหาเรื่องการปกครองสอนให้พลเมืองคิดด้วยตัวเอง (2469) วิชาการเมืองของชาติ เศรษฐกิจเศรษฐภัยจะเห็นใจกันหรือยัง (2471) คอลัมน์เสียงราษฎร ภาษีเงินเดือน เงินของประชาชน อำนาจรัฐบาล (2475) เป็นต้น (อัจฉราพร, 2532)
ตัวอย่างการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐโดยแปรียบเทียบกับสังขารแห่งระบอบเก่าของนักวาดภาพล้อการเมือง เช่น ภาพขุนนางแห่งระบอบเก่าในร่างพุงโร ก้นป่อง กับภาพสะท้อนในกระจกเป็นสุนัขในกายมนุษย์
นักวาดภาพล้อการเมืองช่วงนั้นมักเสียดสีการปกครองด้วยการเปรียบเทียบกับสังขารแห่งรัฐที่ทรุดโทรม เป็นแหล่งโรคภัยที่น่ารังเกียจ
ในขณะเดียวกันก็มีการนำเสนอเรือนร่างใหม่ที่กำยำแข็งแรงขึ้นในช่วงปลายระบอบเก่าด้วย
เฉกเช่นกระแสความนิยมการมีร่างกายที่บึกบึนแข็งแรงในหมู่คนหนุ่มต้นทศวรรษ 2470 ที่อยากมีเรือนกายดั่ง “สมชาย”
ดังนั้น เหตุผลประการสำคัญของคนหนุ่มเข้าฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงกำยำคือ พวกเขาไม่ต้องการร่างที่อ่อนแอ ปวกเปียก ไร้ประสิทธิภาพ ไม่แข็งแกร่ง ไม่สมชาย (ทวีวงศ์, 17)

การ์ตูนล้อการเมือง เกราะเหล็ก 11 ตุลาคม 2468, สยามรีวิว 25 กันยายน 2470
ตำราสร้าง “สมชาย”
ภายหลังการปฏิวัติ 2475 แล้ว คนหนุ่มสมัยปฏิวัติให้ความสนใจกายบริหาร ดัง พล.ต.ท.พิชิต มีปรีชา เล่าว่า ครั้งวัยเยาว์ซื้อตำราเพาะกายของโพยม บุญยศาสตร์ โชว์กล้ามเป็นมัดๆ จึงอยากมีร่างกายที่สวยงามเช่นนั้นบ้าง
จึงดั้นด้นไปที่สถานกายบริหารที่จดจำวิธีการฝึกฝนและสร้างอุปกรณ์ยกน้ำหนักขึ้นเองด้วยปูนซีเมนต์ และแอบไปดูท่าการฝึกฝนมาฝึกเอง ความนิยมในร่างกายบึกบึนด้วยการออกกำลังกาย และในช่วง 2480 ปรากฏว่า บางบ้านถึงขนาดมีเครื่องยกน้ำหนัก เครื่องออกกำลังกายครบชุด เพื่อใช้ออกกำลังกายประจำบ้านเลยทีเดียว (ต่วน เยาวประภาษ, 2526, 32)
ตำรา “เพาะกายศาสตร์” (2473) ของโพยม บุญยะศาสตร์ ก่อนถูกพิมพ์เป็นเล่มนั้น ปรากฏเป็นคอลัมน์พิมพ์เป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์บางกอกการเมืองช่วงต้นทศวรรษ 2470 ก่อน ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว (2466-2475) วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลระบอบเก่าอย่างรุนแรง โดยผู้ถือหุ้นสำคัญเป็นอดีตสมาชิกคณะ ร.ศ.130 คือ นายอุทัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา (อัจฉราพร, 50) และกุหลาบ สายประดิษฐ์ นักหนังสือพิมพ์ปากกาคมเคยรับหน้าที่บรรณาธิการให้ด้วย

เรือนร่างของชนชั้นปกครอง, บางกอกการเมือง (4 ธันวาคม 2466) และชายหนุ่มกับเรือนกายใหม่
ด้วยเหตุที่คอลัมน์เพาะกายของเขาได้รับความสนใจจากผู้อ่านมาก มีจดหมายเข้ามาสอบถามจนต้องเปิดแผนกตอบคำถามขึ้น ต่อมารวมพิมพ์เป็นเล่มขึ้น
นอกจากโพยมเป็นคอลัมนิสต์ในบางกอกการเมืองแล้ว เขายังเป็นสมาชิกฟิตเนสที่แยกนพวงศ์รุ่นแรกๆ ด้วย ด้วยเหตุที่คอลัมน์เพาะกายศาสตร์ ในหนังสือพิมพ์บางกอกการเมืองเป็นที่นิยมมาก โดยหนังสือพิมพ์ฉบับนี้วิพากษ์วิจารณ์ระบอบเก่าอย่างเผ็ดร้อน จึงเป็นไปได้ที่ชายหนุ่มผู้นิยมความ “สมชาย” ทั้งหลายย่อมซื้อและอ่านเรื่องราวและบทความวิพากษ์วิจารณ์การเมืองครั้งนั้นด้วย
ดังนั้น หากเปรียบไปแล้ว สถานฟิตเนสที่แยกนพวงศ์แห่งนี้จึงเป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะที่รวมเหล่าชายฉกรรจ์ผู้เป็นแฟนคลับคอลัมน์เพาะกายศาสตร์จากบางกอกการเมืองและใส่ใจการบ้านการเมืองมาชุมนุมกัน
ฟิตเนสนี้ก่อตั้งขึ้นด้วยสมาชิกหลายคนแต่ปรากฏชื่อ จรูญ สืบแสง กรรมการผู้ร่วมก่อตั้งด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ จรูญเป็นสมาชิกคณะราษฎรที่เข้าร่วมการปฏิวัติ 2475 ด้วย หากวิเคราะห์ไปแล้วจึงเป็นไปได้ที่ฟิตเนสแห่งนี้จึงอาจเป็นที่รวมของชายหนุ่มที่มีหัวสนใจการบ้านการเมือง ที่อาจมีบทสนทนาพูดคุยถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลระบอบเก่าระหว่างออกกำลังกายด้วย
ในหนังสือของโพยม มี 22 บท เริ่มจาก ชีวิตกับความสุข สุขภาพบริหารคืออะไร บริหารร่างกายเพื่ออะไร การประมาณตน อุปสรรคความสำเร็จ อำนาจใจและการบังคับใจ จะออกกำลังกายอย่างใด การหายใจยาว ผักผ่อนกับการอาบน้ำ ลักษณะอันงามของร่างกาย คออันงามผึ่งผายและวิธีบริหาร ผดุงบ่าไหล่ให้งดงาม

ตำราเพาะกายศาสตร์ พิมพ์ครั้งแรก 2473
หลังอันสมบูรณ์และวิธีบริหาร อกอันบึกบึนจะสร้างสมอย่างไร แขนอันงามกับการสร้างสมขึ้น อนามัยของท่านอยู่ที่ท้อง ตะโพกอันแข็งแรงผึ่งผาย ต้นขาอันงามสมบูรณ์และวิธีบริหาร น่องอันงามยวนใจ นัยน์ตา ผมและฟันของท่าน การลดและเพิ่มน้ำหนัก และยาอายุวัฒนะของท่าน ทั้งนี้ หนังสือเล่มดังกล่าว พิมพ์หลายครั้งนับแต่ปลายระบอบเก่า (2473) พิมพ์ครั้งที่ 3 (2481)
“ตำราญูญิตสู” (2476) หรือยูโดนี้เรียบเรียงโดย นิยม ทองชิตร์ ครูโรงเรียนสวนกุหลาบฯ
เขาเป็นศิษย์ยูโดของ ม.จ.วิบูลพงศ์ เป็นผู้นำวิชานี้เข้ามาในไทยคนแรก (2456) และหลวงพิพัฒน์พลกาย
เขาได้เรียน ฝึกฝนและสอนยูโดเป็นเวลาหลายปีจึงเรียบเรียงตำรานี้ขึ้น (นิยม ทองชิตร์, 2476, คำนำ)
ตำราดังกล่าวเป็นคำบรรยายท่วงท่าการต่อสู้ประกอบภาพ เช่นหัวข้อ การทำให้ล้ม ปัดหัวเข่า กรรไกรด้วยขา การจับรั้งและการจับมัด เป็นต้น
“คู่มือกายบริหาร” (2479) เรียบเรียงโดย ฮิม พงส์สุวรรณ ครูโรงเรียนพลศึกษากลาง เขาเล่าว่า แรงดลใจในการเขียนเกิดจากเหตุที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการพลศึกษาให้เทียบเท่าประเทศอารยะ เห็นได้จากการตั้งกรมพลศึกษาขึ้น เขาจึงเขียนตำราเล่มนี้ขึ้น (คำนำ)

ตำรา มวยญูญิตสู (2476) เครดิตภาพ คุณสุรศักดิ์ บล็อก โอเคเนชั่น
ในหนังสือการบริหารเบื้องต้น มี 15 บท เริ่มจากการบริหารสำหรับชาย หญิง การบริหารสำหรับประชาชนทั่วไป วัตถุประสงค์ของการบริหารต้องการให้ร่างกายสมบูรณ์ มีกล้ามเนื้อ กระตุ้นอวัยะภายใน ขยายออกให้กว้าง ให้ปอดทำงานอย่างเต็มที่ กระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ เพิ่มสมรรถนะของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีรูปร่างสวยงาม จิตใจแจ่มใส สร้างการสอดประสานสมองกับร่างกายส่วนต่างๆ เป็นต้น
สำหรับตำรา “ตำรามวยปล้ำ” (2485) มวยปล้ำ แบบแคทช์แอสแคทช์แคน นี้ เขียนโดย ร.ต.อ.จำลอง วัจนะพุกกะ จัดพิมพ์โดยกรมตำรวจ
เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย ภาคที่ 1 กำเนิดมวยปล้ำ มวยปล้ำที่เหมาะกับคนไทย วิชามวยปล้ำสำคัญกับตำรวจอย่างไร กติกามวยปล้ำ สังเวียนและการแข่งขัน การเตรียมตัวเพื่อฝึกมวยปล้ำ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการล้มแบบต่างๆ การทุ่มและจับมัด การทุ่มแบบต่างๆ การต่อสุ้บนพื้นด้วยท่าจับมัด ท่าฟุบและท่าสอดแขนแบบต่างๆ ท่ากด
ผู้เขียนเห็นว่า วิชามวยปล้ำนอกจากจะเพาะกายให้แข็งแรงแล้วยังช่วยเราให้สามารถต่อสู้เบื้องต้น “พี่น้องชาวไทยของเราซึ่งเคยถูกคนต่างชาติหรือคนอันธพาลรังแกเอาแล้ว เมื่อไรเกิดต่อสู้กันขึ้นผลที่ได้ก็คือต้องเป็นฝ่ายปราชัยบอบช้ำไปทั้งตัว” วิชามวยปล้ำเหมาะแก่คนไทยและตำรวจ
กล่าวได้ว่า หนังสือพิมพ์การเมืองปลายระบอบเก่าวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบรัฐบาลราชาธิปไตยที่ไร้ประสิทธิภาพและทุจริตเข้ากับสังขารที่อมโรค พร้อมนำเสนอการสร้างเรือนร่างใหม่ที่กำยำแข็งแรงที่กลายเป็นกระแสนิยมในสังคมนับแต่ก่อนการปฏิวัติ 2475

ตำรามวยปล้ำ ของกรมตำรวจ 2485
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
