bg-single

รากฐาน มูลเชื้อ แห่ง เมดอิน USA สุจิตต์ วงษ์เทศ

16.11.2023

บทความพิเศษ

 

รากฐาน มูลเชื้อ

แห่ง เมดอิน USA

สุจิตต์ วงษ์เทศ

 

สุจิตต์ วงษ์เทศ เริ่มต้น “เมด อิน U.S.A.” ของเขาด้วยประโยค ก็ยังไม่รู้จนกระทั่งบัดเดี๋ยวนี้ (ขณะเดินทำโก้อยู่ท่าเรือบินดอนเมือง) ว่า

ผมจะไปอเมริกาทำไม

รู้แต่เพียงว่าต้องไปและไปให้ถึงอเมริกา จะตายโหงตายห่าเสียกลางทางก็ช่างหัวมัน ถ้าแม้ว่าเครื่องบินจะไปถูกจี้กลางหาวแล้วพาไปลงละแวกเทือกเขาหิมาลัยก็ช่างหัวมัน

ดีเสียอีก จะได้เดินทางไปนอกฟ้าป่าหิมพานต์

ญาติสนิทมิตรสหายหลายคนทักถามเมื่อสองสามวันก่อนว่าไปเรียนต่อทำปริญญามหาบัณฑิต หรือว่าไปดูงานการทำน้ำพริกกะปิแห้ง ผมตอบไปตามประสาว่า

สุดแท้แต่พระเดชพระคุณจะคิดเอาเถิดว่าจะไปทำอะไร

 

ทองปน บางระจัน

หนุ่มหน่ายคัมภีร์

น่าสังเกตว่าเมื่อแรกที่เขียน “คำตอบ” ของ “คำถาม” ที่ว่า ทำไมจึงเดินทางไปสหรัฐอเมริกา สุจิตต์ วงษ์เทศ ดำเนินไปในท่วงทำนองแบบ ทองปน บางระจัน

นั่นก็คือ “ตัวเกล้ากระผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปทำไม”

“รู้แน่ก็แต่เพียงว่า เมื่อกลับจากอเมริกาแล้วนั่นแหละ รังสีรัศมีสวยสดงามตามันแวววับจับโครงกระดูกมากขึ้นกว่าเดิม

เกล้ากระผมเป็นคนกระดูกใหญ่และไฝฝ้าจับดำมาแต่กำเนิด

อยากจะแลเห็นกระดูกตัวเองระยับกับมนุษย์เขาบ้าง—นี่แล เป็นเหตุที่คิดบั้นแรก

จะเอาจริงเอาจังอะไรนักหนากับคำตอบของมนุษย์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์อย่างผมซึ่งเป็นไทยเดิมตั้งโด่มาแต่ไหนแต่ไร ถ้าใครถามว่าไปไหนมาก็ตอบว่า สามวาสามศอกเสียก็สิ้นเรื่องสิ้นราว ถือเสียว่าตอบแล้ว

ส่วนจะถูกจะผิดนั้นขอให้ผู้ได้รับคำตอบนำไปพินิจพิจารณากันเอาเอง”

 

เงาสะท้อน นิราศ

เหินฟ้า สู่อเมริกา

จากนั้น, รายละเอียดของการเดินทางก็ค่อยปรากฏ เป็นรายละเอียดที่แม้มิได้บ่งบอกถึงเป้าประสงค์ของการเดินทาง

กระนั้นก็เป็นสิ่งที่ล้วนเคยปรากฏผ่าน “นิราศ” มาแล้วใน “วงวรรณคดี”

หยิบตั๋วเครื่องบินออกมาพิจารณาเพราะตัวเขียนที่ผ่านกระดาษคาร์บอนสีแดงทำให้ตั๋วหนังสือเป็นสีแดงเลือดนกคล้ายตั๋วจำนำของโรงจำนำแถวพรานนก

ตั๋วเรือบินของผมแปลกกว่าคนอื่นที่แบ่งออกเป็น 2 ท่อน

ท่อนแรกเขียนว่า บางกอก-แฟรงก์เฟิร์ต เที่ยวบิน ที.ดับลิว 741 ลงวันที่ 22 เมษายน 2514 จำได้ว่าท่อนนี้ผู้การเล็กแห่งหน่วยรถถังปฏิวัติกับผู้ (อำนวย) การกระจกฝ้า “นักเขียนหนุ่มผู้ไม่อื้อฉาว” แห่งสายปนัดดามอบให้ไว้

ท่อนหลังเป็นตั๋วต่อจากแฟรงก์เฟิร์ตถึงนิวยอร์ก ราคา 268 ดอลลาร์อเมริกัน

ซึ่งจำได้แน่นอนว่าจัดหามาด้วยเช็คเงินสดธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนตะนาว ในบัญชีของผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์สยามรัฐและโต้โผโขนคณะธรรมศาสตร์

ดูพลางก็นั่งวิปัสสนาเพ่งกสิณรำลึกถึง

เก็บตั๋วเครื่องบินใส่กระเป๋าตามเดิมแล้วนึกว่า วันนี้วันที่ 22 พรุ่งนี้ก็เป็นวันที่ 23 ซึ่งเป็นวันเกิดของผมตามทะเบียนสำมะโนครัว

แล้วรายละเอียดอันคล้ายกับ “รหัส” ก็ได้รับการคลี่คลายในภายหลัง

เมื่อ “เมด อิน U.S.A.” พิมพ์เป็นเล่ม ผ่าน “คำนำ” โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ เอง

 

คำนำ นำเสนอ

ไปในนาม สยามรัฐ

ปลายเมษายนปี 2514 ผมขอลางานกับบรรณาธิการสยามรัฐรายวัน-นพพร บุณยฤทธิ์ เพื่อเดินทางไปสหรัฐอเมริกา

(โดยให้ ขรรค์ชัย บุนปาน ซึ่งมีหน้าที่ตระเวนเหนือตระเวนใต้เข้าประจำการในกองบรรณาธิการแทน)

ด้วยตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต

ซึ่งได้รับความอุปการะจาก พ.อ.เล็ก สุนทรศร และ พ.ต.อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา แห่งสถานีวิทยุยานเกราะ

และเมื่อรายงานต่อ ผู้อำนวยการ “สยามรัฐ” อาจารย์ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านก็อุปการะด้วยการจ่ายเงินซื้อตั๋วจากแฟรงก์เฟิร์ตถึงนิวยอร์กให้อีกทอดหนึ่ง

ผมขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ ตรงนี้

 

ปักหลัก ณ อิทะกะ

ปักหลัก คอร์แนล

ที่อเมริกา-เวลาส่วนใหญ่นั้นผมอยู่ที่เมืองอิทะกะอันเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มีมหาวิทยาลัยคอร์แนลตั้งอยู่เป็นสำคัญ

และที่นี่เองที่ผมดีดต้นฉบับส่งมาให้ ขรรค์ชัย บุนปาน เพื่อนำลงในสยามรัฐรายวัน และบางครั้งก็ส่งให้ สุทธิชัย หยุ่น เพื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษ (เพราะผมเขียนภาษาอังกฤษไม่ได้) ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น

จากบทความที่ผมส่งมาให้สยามรัฐและเดอะเนชั่นนั่นเอง ผมก็คัดอย่างสะเปะสะปะครั้งหนึ่งและเขียนเพิ่มเติมอย่างสะเปะสะปะอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะพิมพ์ออกมาให้เป็น “เมด อิน U.S.A.”

ผมเขียนทำไม และพิมพ์ออกมาเพื่ออะไร

คำถามข้อแรกดูเหมือนจะไม่ต้องตอบ เพราะผมชอบที่จะเขียนลายสือไทย และยิ่งตอนนั้นผมไปในฐานะผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ก็ยิ่งต้องเป็นหน้าที่ที่จะต้องเขียนเพิ่มขึ้นไปอีก

แน่นอน เป้าหมายลึกๆ ของการเขียนอาจจะเพื่อบอกข่าวหรือเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่บังเอิญไปพบไปเห็นมาด้วยผมก็ถือคติว่า “จะรู้ลึกรู้ตื้นนั้นไม่สำคัญ” ข้อสำคัญอยู่ที่ว่ากันเป็นสัจจะเอาไว้ก่อน

ส่วนคำถามข้อหลังก็คงไม่ต้องตอบอีก เพราะหนังสือที่ผมเขียนนั้นพิมพ์ออกมาเป็นเล่มกว่า 10 เล่มแล้ว ถ้าจะตอบก็เห็นจะต้องตอบว่าเพื่อขายให้แก่สำนักพิมพ์

ผมจะได้มีเงินไปเลี้ยงเหล้าเพื่อนฝูงนะซีครับ

สุจิตต์ วงษ์เทศ อาจไม่ตอบหรือหากถือว่าเป็นคำตอบก็เป็นการตอบที่ยียวนด้วยท่วงทำนองแบบ ทองปน บางระจัน

คำตอบจึงอยู่ที่ เมด อิน ไทยแลนด์ ของ ขรรค์ชัย บุนปาน มากกว่า

 

ตัวตน สุจิตต์ วงษ์เทศ

จาก ขรรค์ชัย บุนปาน

หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกและเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่งเพราะตัวผู้เขียนคือ สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นผู้ที่รู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ขณะนี้คันตรงไหน

รสชาติของตัวหนังสือที่ออกมาเป็นเรื่องราวก็จัดแจงเกาตรงนั้น

ประการสำคัญ สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นผู้เขียนหนังสือเป็น

ใคร่ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า การเขียนหนังสือได้ กับ การเขียนหนังสือเป็นนั้น ไม่เหมือนกัน

ตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็น คือ ในวงการหนังสือพิมพ์บ้านเราแม้ผู้ที่เขียนย้ำถึงสรรพสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวว่าตกอยู่ในอาการน้ำเน่า หากพิจารณาให้แท้จริงลงไปข้อเขียนนั้นๆ เองก็เป็นน้ำเน่าชนิดหนึ่ง

เพราะเต็มไปด้วยถ้อยคำซ้ำซาก ความคิดจำเจ น่าเบื่อหน่าย

ผลที่ปรากฏออกมาแสดงให้เห็นว่า ผู้เขียนเป็นเพียงผู้เขียนหนังสือได้ไม่ใช่เขียนหนังสือเป็น เหตุที่เขียนหนังสือได้ก็ด้วยวิถีชีวิตบังเอิญพลัดเข้าไปอยู่ในเส้นทางของการขีดๆ เขียนๆ

ทางแก้ในเรื่องนี้ง่ายมาก เบื้องแรกคือ ต้องเป็นผู้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยการอ่านหนังสืออยู่เสมอ ต่อมาต้องเป็นผู้มีหลักการในหัวใจมั่นคง

ขณะเดียวกัน ก็ต้องเป็นผู้มีใจกว้างขวาง มองโลกด้วยสายตาของนักเรียนที่ใคร่เรียนรู้ ไม่ใช่ประพฤติตนเป็นศาสดาไปเสียทุกเรื่องทุกอย่าง ทั้งๆ ที่บางเรื่องหรือทุกเรื่องตัวผู้เขียนหนังสือได้ก็ทำงานได้แค่เปลือกหรือกระพี้

คนหนุ่มในประเทศด้อยพัฒนานี้มิค่อยมีเวลามากนัก ไหนจะต้องหมดเปลืองเวลากับการโต้เถียงอันไร้สาระ ไหนจะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกความควร ซึ่งในชั่วชีวิตน้อยๆ ของเราพบแต่สิ่งไม่ถูกไม่ควร

ไหนจะต้องอดทนกับเสียงของผู้ที่ไม่ยอมเผชิญหน้า

เรามิได้ปรารถนาอะไรมากไปกว่าการเกิดมาเพื่อทำงานในสิ่งที่เราเห็นว่าเราต้องทำ และปรารถนาเหลือเกินที่จะเห็นเพื่อนหนุ่มสาวได้ทำงานด้วยความถนัดตามธรรมชาติอันใฝ่ดีของเขาและหล่อน

การกระทำของเราทั้งอดีต ปัจจุบัน ตลอดจนอนาคตที่จะมาถึงจะทำให้ตัวเองและเพื่อนฝูงเป็นฝ่ายเจ็บปวดบ้าง เราก็ยินดีบอกว่าเราจะทำต่อและไม่สิ้นเพียร

แม้จะเป็นอะไรไปก็ตามเรายังเชื่อว่าคนทำงานอย่างเราทั้งที่เกิดมาก่อนและที่จะเกิดตามมาย่อมมีอยู่ในแผ่นดินนี้

และทวีจำนวนมากขึ้นทุกวัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก
Songs in the Key of Life
‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’ ถอดบทเรียน จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ สะกิดปม ‘ภาษีบาป-ไทยพีบีเอส’ ต้องถกบนหลักฐาน ไม่งั้น ‘สังคมไทยเสียโอกาส’
เสือป่า เข้มข้น 3 ตท.26 ‘จุ๊ฟ-เอี่ยว-เอก’ ชิงดำ จับกระแส ผบ.สูงสุด ทูบี ‘เสธ.ตั้ง-ซีรีส์ 3’ จ่อ ‘เสธ.แจ๊ค’ เต็ง ผบ.ทอ.? จับตา ‘ม้ามืด’ ปรากฏตัว?
E-DUANG | การเมือง ที่ขาด ความเสถียร การเมือง ใน ระบอบสีน้ำเงิน
“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้