bg-single

ทางแพร่งปฏิรูปตำรวจ จะกินเงินศักดิ์ศรี หรือส่วยหัวส่าย

17.06.2024

ระบบตำรวจควรจะต้องสร้างตำรวจให้เข้าใจระบบความคิดของสังคม

สังคมไทยเป็น “เสรีประชาธิปไตย”

ในประเทศเสรีประชาธิปไตย ตำรวจจะเข้าใจระบบกฎหมายและจุดประสงค์ของกฎหมายว่า ถึงแม้องค์กรตำรวจจะเป็นกลไกของรัฐ แต่ก็ไม่สามารถใช้เป็น “เครื่องมือ” แสดงความอำนาจบาตรใหญ่เฉกเช่นที่รัฐบาลจากรัฐประหารเคยกระทำ

ตรงกันข้าม ในฐานะผู้รักษากฎหมาย ตำรวจจะเข้าใจสิทธิของพลเมือง เสรีภาพ และความเสมอกันทางกฎหมาย

ดังเช่นที่ปรมาจารย์ด้านกฎหมาย “คณิต ณ นคร” อดีตอัยการสูงสุด เคยบรรยายเอาไว้ว่า “ความเป็นเสรีนิยม” ของกฎหมายดูได้จากประมวลวิธีพิจารณาความอาญา อาทิ

มาตรา 11 “การสอบสวน หมายถึงการรวบรวมพยานหลักฐาน และการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำความผิดมาฟ้องลงโทษ”

กับอีกมาตรา “ป.วิอาญา มาตรา 130” ให้เริ่มสอบสวนโดยมิชักช้า จะทำการในที่ใด เวลาใด แล้วแต่จะเห็นสมควร โดยผู้ต้องหาไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วย

หลัก “รวดเร็ว” ตามที่กฎหมายบัญญัตินี้เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน ไม่ให้ชีวิตประสบกับความยุ่งยากลำบากจาก “ความชักช้า” ของผู้ประกอบวิชาชีพตำรวจจนเกินควร

มิพักต้องกล่าวถึงพฤติการณ์อืดอาดล่าช้าถ้าขาดน้ำมันหล่อลื่น

หลายๆ พฤติการณ์ อาทิ การตั้งด่านเรียกรถ ตรวจจับ รีดไถ รับเงินแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมาย รับเงินแก๊งค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ รับเงินร้านของเก่ารับซื้อของโจร คุมแก๊งรีดไถต่างด้าว ทั้งหมดล้ำเส้นเข้าไปอยู่ในพรมแดนของความเป็นโจรทั้งสิ้น

แล้วผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับชั้นทำอะไร!?

ถ้าหากว่านายบางคน “รับ” ด้วย จนเลยเถิดทำกันอย่างเป็นขบวนการก็ล้ำถึงขั้น “กองโจร”!

จะปฏิรูปอย่างไรไหว!?

 

ทวนความหลังย้อนไปเมื่อ 30-40 ปีก่อน

ที่โรงพักนั่น เคยรับ “เงินเดือน+ซอง” หนาบางต่างกันที่ทำเล

ช่วงเวลาที่ล่วงผ่าน มีปรับปรุงโครงสร้างตำรวจหลายครั้ง เพิ่มอัตราตำแหน่งนายพันนายพลล้นไม่มีงานทำ ที่ยกระดับชั้นกันก็หลายคราว เช่น จาก “สารวัตรใหญ่” ที่เคยเป็นหัวหน้าโรงพัก ทุกวันนี้ใช้ “ผู้กำกับการ” ยศพันตำรวจเอกเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจ

30-40 ปีผ่านไป มีที่ไหนบ้างที่เปลี่ยน มีแต่ “ซองเงินเดือน”

ระบบตำรวจยังคงเหมือนเดิม ต่างกันที่ปัจจุบันมีระบบชัดเจนแน่นอน ไม่อ้อมค้อม ในบางหน่วยหนักหน่วงกว่าแต่ก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว “นายใหญ่” หลายๆ คนคงไม่สามารถจะมั่งคั่งกันเป็นร้อยเป็นพันล้าน

“เงินศักดิ์ศรี” แทบไม่มีความหมาย!

ตำรวจจึงได้เดินทางมาถึงจุดที่เชื่อกันว่า “จริยธรรมตำรวจมีไว้ให้ท่องจำ” และมีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำงานด้วยอุดมคติตามที่อบรมสั่งสอนกันมา

ทำเพื่อประชาชนก็แค่นั้น ถ้าไม่มีเงินส่งนายอย่าหมายจะเจริญก้าวหน้า ความเป็นจริงสะท้อนชัดตามที่ พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร นายกสมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เคยกล่าวเอาไว้ทุกประการว่า “ตำรวจเก็บส่วยเติบโตในหน้าที่ ส่วนตำรวจที่ตั้งใจทำงานกลับไม่โต”

จะปฏิรูปอย่างไรไหว!?

 

ระบบส่วยกลายเป็นความปกติของตำรวจจนไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกอาย ไม่เกรงกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีอาญา และต้องโทษวินัยถึงขั้นให้ออก ปลดออก ไล่ออกเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล

คำถามที่น่าจะถามตำรวจแต่ละคนแต่ละชั้นยศเพื่อเก็บข้อมูลมาใช้กับการปฏิรูปก็คือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะพอ” กับคุณภาพชีวิต

หลังจากนั้นอาจจะถามต่อไปได้อีกว่า “กรณีเงินไม่พอใช้” ที่ผ่านมาคุณเคยเลือกทางออกใด

ในความเป็นจริง ทางหนึ่ง “ตำรวจจำนวนหนึ่ง” ย้ำว่า “จำนวนหนึ่ง” ใช้ทุกโอกาสจากตำแหน่งหน้าที่ผู้รักษากฎหมายข่มขู่คุกคาม กรรโชก รีดไถ ถ้าได้ทำสำนวนสอบสวนก็บิดเบือน ทำลายพยานหลักฐาน ช่วยเหลือผู้กระทำผิดแลกกับผลประโยชน์ หากเป็นฝ่ายสืบสวน จับผู้ต้องหามาได้ก็ซักเค้นกันเคร่งเครียดขึงขังพอสังเขป ถึงจุดที่ต่อรองผลประโยชน์ลงตัวเปลี่ยนใจปล่อยไปทันที

ผิดกฎหมาย มีโทษวินัยร้ายแรง เสี่ยงคุกตะราง เสี่ยงถูกไล่ออกจากราชการทั้งนั้น แต่ก็ปฏิบัติกันจนเป็นจารีต ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีตัวอย่าง ตัวเป็นๆ ให้เห็นไม่เว้นเล็กใหญ่ชั้นประทวนนายร้อยนายพันหรือนายพล

แต่อีกทางหนึ่งก็ยังคงมีตำรวจที่ไม่ทำ ไม่เสี่ยง ไม่นำความเสื่อมมาให้กับความเป็นตำรวจ ถ้าจะใช้เวลานอกราชการหารายได้เสริมก็ทำในวิถีทางสุจริต

ตำรวจควรจะต้องเข้าใจ “ตัวเอง” ให้ถูกต้องว่าไม่ได้มี “อาชีพ” หาเช้ากินค่ำ ทำมาหาเลี้ยงชีพเพียงเพื่อตัวเองและครอบครัวเหมือนผู้คนทั่วไป

ตำรวจจะร่ำรวยจากการทำผิดกฎหมายไม่ได้!

 

วิชาชีพตำรวจต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ต้องไม่ลืมว่า “ผล” จากการทำความผิดหรือประพฤติชั่วของตำรวจนั้นไม่ได้กระทบแค่นาย ก. นาย ข. แต่จะกระทบทั้งสังคม และกระเทือนต่อ “ระบบยุติธรรม” ซึ่งถ้าถึงขั้นที่คน “ไม่เชื่อมั่น” สังคมแห่งนั้นก็สามารถจะโกลาหล ผู้คนจะลงมือจัดการกันเอง แอบยิงกันเอง ชำระแค้นกันเอง ทวงหนี้สินกันเอง ใครชดใช้ด้วยเงินไม่ได้ก็ให้ชดใช้ด้วยเลือดและชีวิต

ทุกสังคมจึงมีตำรวจไว้ทำหน้าที่ทั้งในด้านระงับยับยั้งไม่ให้ก่อคดี และปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิด

ทุกสังคมจะเรียกร้องถึงระดับจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ คาดหวังให้ตำรวจทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อสุจริตชนจะได้ดำเนินชีวิตและทำกิจกรรมขับเคลื่อนสังคมให้เจริญรุดหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้สังคมเสื่อมโทรมบ้านเมืองเต็มไปด้วยโจรผู้ร้าย เลี้ยงนักเลงอันธพาล เป็นสมุนรับใช้เจ้าพ่อมาเฟียผู้มีอิทธิพล ค้ายาเสพติดและทำผิดกฎหมายเสียเองจนกลายเป็น “อุปสรรค” การพัฒนาประเทศ

ตำรวจเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ

รัฐจะต้องปรับ “ค่าตอบแทน” ตำรวจให้เป็นธรรม พร้อมกับต้อง “กำจัด” ระบบส่งส่วยนายที่มีมาอย่างยาวนานให้จริงจัง กวาดล้าง “นักบิน” ทั้งในและนอกเครื่องแบบให้สิ้นซาก

ไม่เช่นนั้นการปฏิรูปตำรวจจะมีความหมายแค่การปะผุเคาะพ่นสีรถบุโรทั่งคันหนึ่ง!?!!!

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกันตน
ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
คาร์ล – เจนนี่ด้วยรักและอุดมการณ์มาร์กซ์ – เองเกลส์สหายรัก – ร่วมอุดมการณ์
อสังหาฯ กลางปี 2569
MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตในไทย-ใส่ออปชั่นเต็มเหนี่ยว
719 ทัพไทยสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ เป้าหมาย 12 ทองวัดระบบที่ยั่งยืน
มะระแม้ว ของดีเพื่อชาวโลก
กำกับและตัดต่อ
ข้าวหมูทอดทงคัตสึ
‘บราซิล’ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 เซอร์ไพรส์ใหญ่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง!