bg-single

มะระแม้ว ของดีเพื่อชาวโลก

20.06.2026

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

ขอบอกก่อนว่าการเรียกชื่อ มะระแม้ว เป็นการเรียกตามภาษาชาวบ้าน ไม่ได้หมายถึงชาติพันธุ์ที่ครั้งหนึ่งเรียกกันว่า “แม้ว” ที่ให้ความรู้สึกไม่เคารพต่อชาติพันธุ์ ปัจจุบันเราเรียกชาติพันธุ์นี้ว่า ม้ง และมะระแม้วที่กำลังพูดถึงนี้ก็ไม่ใช่เมนูอาหารที่เราไปเที่ยวถิ่นเมืองเหนือกินผัดมะระแม้วหรือผัดฟักแม้ว ซึ่งพืชนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sicyos edulis Jacq. และไม่ใช่มะระขี้นก ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Momordica charantia L.

มะระแม้ว ที่นำมาเสนอนี้ชื่อสากลเรียกว่า ไคกัว (Caigua) หรืออโคชา (Achocha) เป็นพืชในตระกูลแตง (Cucurbitaceae) ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าสนใจมาก ไม่ทราบได้ว่าเหตุใดคนไทยจึงเรียกไคกัว ว่า มะระแม้ว ทำให้ชวนสับสนกับมะระขี้นกและฟักแม้ว

มะระแม้วมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cyclanthera pedata (L.) Schrad. มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านรูปลักษณ์ รสชาติ และสรรพคุณทางยาที่โดดเด่น จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “Superfood” แห่งอเมริกาใต้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในภูมิภาคเทือกเขาแอนดีส (Andes) ในทวีปอเมริกาใต้ ในพื้นที่ประเทศเปรู โบลิเวีย เอกวาดอร์ และโคลอมเบีย

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่ามะระแม้วเพาะปลูกมานานนับพันปี ดังเช่นปรากฏหลักฐานบนเครื่องปั้นดินเผาของชาวเผ่า Moche (โมเช่) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1-8 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามะระแม้วเป็นแหล่งอาหารสำคัญของอารยธรรมโบราณในแถบนั้น

เมื่อพืชท้องถิ่นในพื้นที่สูงของอเมริกาใต้แพร่กระจายยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตร้อนและเขตกึ่งร้อนที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล (Highlands) ปัจจุบันจึงพบการปลูกมะระแม้วเป็นผักสวนครัวตั้งแต่อเมริกากลางและเม็กซิโก มาสู่เอเชียที่พบมากในแถบเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล ภูฏาน และทางตอนเหนือของอินเดีย

ในประเทศไทยเริ่มมีการปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ในกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงก็นำไปปลูกกันพอสมควร

มะระแม้ว เป็นพืชล้มลุกปีเดียว ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ลำต้นเป็นเถาเลื้อยยาวได้ถึง 5-10 เมตร มีมือเกาะ (Tendrils) ที่แตกแขนงเพื่อใช้ยึดเกาะกับค้างหรือต้นไม้อื่น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ผิวใบเรียบ ขอบใบหยักลึกแยกออกเป็น 5-7 แฉก คล้ายใบตำลึงแต่มีขนาดใหญ่กว่าและแฉกชัดเจนกว่า เป็นพืชที่มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันแต่อยู่บนต้นเดียวกัน (Monoecious) ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวอมเขียวหรือสีเหลืองอ่อน ผลทรงรีหรือรูปไข่ปลายแหลม ผิวเรียบหรือมีหนามอ่อนๆ นุ่มๆ กระจายอยู่ทั่วไป ผลมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม เมื่อแก่จัดเป็นสีเหลืองอ่อน ภายในผลมีลักษณะกลวงเมื่อโตเต็มที่ (คล้ายพริกหยวก) เมล็ดสีดำหรือน้ำตาลเข้มรูปร่างแบนและขรุขระคล้ายตัวเต่า

การใช้ประโยชน์ด้านอาหาร ชุมชนในแถบเทือกเขาแอนดีสนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น ผลดิบมีความกรอบ รสชาติเย็นคล้ายแตงกวาผสมพริกหยวก (แต่ไม่มีความเผ็ด) และมีความขมน้อยมากเมื่อเทียบกับมะระชนิดอื่น ผลอ่อนที่มีเมล็ดอ่อนนำมากินสดในเมนูสลัดให้สัมผัสกรอบและสดชื่น ผลแก่นิยมปรุงสุกทำเมนู “ยัดไส้” (Stuffing) เนื่องจากผลที่โตเต็มที่จะมีความกลวงตรงกลาง ชาวเปรูนิยมนำเนื้อสัตว์สับปรุงรสเครื่องเทศแล้วทำเป็นไส้ในผล นำไปอบหรือนึ่ง เรียกเมนูนี้ว่า Caigua Rellena

ในประเทศไทยและอินเดีย นิยมนำมาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ ผัดกับไข่ หรือใส่ในแกงเผ็ดและแกงจืด รสอ่อนละมุนเข้ากับเครื่องปรุงได้ง่าย ยอดและใบอ่อนนำมาลวกจิ้มน้ำพริกหรือผัดน้ำมันหอยได้เช่นเดียวกับยอดฟักแม้ว

สรรพคุณทางสมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้าน (Ethnomedicinal Uses) ในตำรายาพื้นบ้านเปรู ใช้ผลมะระแม้ว นำมาบุบพอแหลกพอกบริเวณที่อักเสบ หรือใช้รากต้มเพื่อทำความสะอาดเหงือกและฟัน และในประเทศต่างๆ อีกหลายประเทศกล่าวถึงและยอมรับมะระแม้วช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพของชาวโลกในปัจจุบัน เช่น กินแล้วช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ ช่วยขยายหลอดเลือด ปัจจุบันเริ่มมีการศึกษาวิจัยที่อาจกล่าวว่าสรรพคุณโดดเด่นที่สุด คือ พบงานวิจัยทางคลินิกหลายชิ้นระบุว่า การบริโภคมะระแม้วช่วยลดระดับ LDL (ไขมันเลว) และเพิ่ม HDL (ไขมันดี) ได้อย่างมีนัยสำคัญ และการศึกษาบางชิ้นกล่าวถึงสารสกัดจากผลและเมล็ดมีฤทธิ์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

มะระแม้ว มีกากใยอาหารหรือไฟเบอร์สูงและแคลอรีต่ำ รวมถึงความสามารถในการปรับสมดุลไขมัน ปัจจุบันมีผู้ผลิตนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เพื่อการลดน้ำหนักด้วย

ในความโดดเด่นก็ควรคำนึงถึงข้อควรระวังด้วย แม้ว่ามะระแม้วมีความปลอดภัยสูง และไม่มีรายงานความเป็นพิษที่รุนแรงสำหรับการบริโภคเป็นอาหาร แต่ก็ควรรับรู้ข้อมูลข้อควรระวัง ได้แก่ เมล็ดแก่จัดแข็งมากจะมีสารประกอบบางชนิดที่ทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร จึงควรนำเมล็ดออกให้หมดก่อนนำผลแก่ไปปรุงอาหาร และถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานผลกระทบที่ชัดเจนในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร แต่เนื่องจากมีฤทธิ์ปรับสมดุลฮอร์โมนและระบบเผาผลาญในร่างกายสูง จึงควรบริโภคแต่น้อยหรือปรึกษาแพทย์ และผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ ควรกินแต่น้อยหรือหลีกเลี่ยงเนื่องจากมะระแม้วมีสรรพคุณลดความดันโลหิต

ผักพื้นบ้านจากแนวเขาที่สืบต่อมาจากอารยธรรมโบราณสู่โลกวันนี้ มะระแม้วนับเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่เรียกได้ว่า ขุมทรัพย์ทางชีวภาพ ที่วิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะตอบโจทย์ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของคนยุคนี้ มะระแม้วปลูกง่าย โตไว ให้ผลผลิตสูง ปรุงอาหารรสอร่อย บ้านใครปลูกได้ อย่ารอช้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกันตน
ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
คาร์ล – เจนนี่ด้วยรักและอุดมการณ์มาร์กซ์ – เองเกลส์สหายรัก – ร่วมอุดมการณ์
อสังหาฯ กลางปี 2569
MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตในไทย-ใส่ออปชั่นเต็มเหนี่ยว
719 ทัพไทยสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ เป้าหมาย 12 ทองวัดระบบที่ยั่งยืน
มะระแม้ว ของดีเพื่อชาวโลก
กำกับและตัดต่อ
ข้าวหมูทอดทงคัตสึ
‘บราซิล’ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 เซอร์ไพรส์ใหญ่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง!