bg-single

อุดมการณ์ที่ไม่มีวันตาย ของวง Manic Street Preachers ในวันที่ก้าวไกลถูกยุบพรรค

20.08.2024

บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์

 

อุดมการณ์ที่ไม่มีวันตาย

ของวง Manic Street Preachers

ในวันที่ก้าวไกลถูกยุบพรรค

 

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นผู้ร้อง ได้นำหลักฐานอันควรเชื่อว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, เข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้มีคำวินิจฉัยยุบพรรคตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)

คำวินิจฉัยนี้ได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อประชาชนในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาประชาชนจำนวนถึง 14 ล้านคนโหวตให้กับพรรคก้าวไกล และทำให้มีสมาชกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตต่างๆ ทั่วประเทศได้เข้าทำหน้าที่แทนประชาชนถึง 151 ที่นั่ง แต่ชาวไทยก็มองเห็นความหวังได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น

เพราะจากเกมการเมืองที่ค้านสายตาประชาชนทำให้ก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้งต้องกระเด็นไปเป็นฝ่ายค้านที่ถึงแม้ว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมากที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของประเทศ แต่พรรคก้าวไกลก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้อย่างดีจนสั่นคลอนอำนาจของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

ก้าวไกลจึงถือเป็นอุปสรรคในการเดินหมากบริหารประเทศตามเกมการเมืองของฝ่ายอนุรักษนิยมที่นำโยบายหลักในการหาเสียงเลือกตั้งของก้าวไกลคือการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 มาใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีว่าก้าวไกลเป็นพรรคที่มีแนวคิดล้มล้างการปกครอง

โลโก้พรรคประชาชน

ไทยเป็นประเทศที่มีการมองว่ามีวัฒนธรรมส่งเสริมแนวคิดเผด็จการ (Authoritarian Culture)

การที่รัฐมีอำนาจล้นเกินนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึงเพลง If You Tolerate Your Children Will Be Next ของ Manic Street Preachers วงดนตรีจากเวลส์ที่ทำเพลงที่สะท้อนปัญหาสังคม, การเมืองและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน

เนื้อหาของเพลงเพลงนี้อ้างอิงมาจากสงครามกลางเมืองสเปนที่เกิดขึ้นในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษที่ 30 ซึ่งเป็นการขัดแย้งกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านสาธารณะรัฐสเปนที่ 2 ฝ่ายแรกคือฝ่ายนิยมสาธารณรัฐซึ่งเป็นกลุ่มสังคมนิยม และกลุ่มรักชาติที่เป็นฝ่ายขวาที่นิยมกษัตริย์

การสู้รบทางอุมการณ์ทางการเมืองระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในสงครามกลางเมืองสเปนค่อนข้างซับซ้อนและเป็นสงครามตัวแทนระหว่างคอมมิวนิสต์และเผด็จการ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงสู่ความขัดแย้งทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความโกรธแค้นที่ประชาชนมีต่อรัฐด้วยเช่นกัน

เนื่องจากในสงครามสเปนโซเวียตและเม็กซิโกได้ส่งกองกำลังมาช่วยกลุ่มนิยมสาธารณรัฐรบ

ส่วนกบฏฝ่ายขวาได้รับการช่วยเหลือจากอิตาลีและนาซีเยอรมันซึ่งเป็นกลุ่มฟาสซิสต์ที่เป็นระบอบเผด็จการที่ได้รับการสนับสนุนจากทหาร

มีท่อนหนึ่งของเพลง If You Tolerate Your Children Will Be Next ที่เขียนว่า “So if I can shoot rabbits then I can shoot fascists” ซึ่งสื่อให้เห็นถึงอุดมการณ์ในการเข้าร่วมกองพลน้อยนานาชาติ (International Brigades ) ของอาสาสมัครชาวเวลส์ที่ถูกส่งไปรบที่สเปนเพื่อต่อสู้กับกองกำลังชาตินิยมซึ่งนำโดยนายพลฟรานซิสโก ฟรังโก

เนื้อเพลงในท่อนดังกล่าวเป็นการเปรียบเปรยให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่ไร้ซึ่งอำนาจแต่อัดแน่นไปด้วยอุดมการณ์ที่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเพียงแค่ปืนเก่าๆ ที่ยิงกระต่ายเพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารยังชีพได้ พวกเขาก็สามารถใช้ปืนกระบอกเดียวกันนี้ยิงกลุ่มฟาสซิสต์เพื่ออุดมการณ์ทางการเมืองของตัวเองได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าโครงสร้างความขัดแย้งทางการเมืองและการปกครองระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์และเผด็จการทหารแบบฟาสซิสต์ที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองสเปนจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการใช้อำนาจ ถูกมองว่าไม่ชอบธรรมจนนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกล แต่ในเชิงบริบทนั้นกลับมีความเชื่อมโยงกันอยู่

และดูเหมือนว่าปัญหาทางการเมืองนี้จะหาทางออกไม่ได้เลยถ้าหากว่าอำนาจอธิปไตยในการบริหารประเทศยังคงอยู่ในกำมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช้ประชาชน

เมื่อเกิดการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างชนชั้นนำและชนชั้นปกครอง ประชาชนจะเกิดความสิ้นหวังดังเช่นท่อนแรกของเพลงที่เขียนว่า “The future teaches you to be alone, the present to be afraid and cold” ซึ่งตีความได้ว่า “ใครเล่าจะยืนเคียงข้างเราในอนาคต ส่วนปัจจุบันนั้นหรือก็น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงจนเหน็บหนาวเจียนตาย”

“Gravity keeps my head down. Or is it maybe shame. At being so young and being so vain? เป็นเนื้อเพลงอีกท่อนหนึ่งในเพลงนี้ที่มีการตีความกันไปหลากหลาย

แต่โดยส่วนตัวมองว่าเนื้อเพลงท่อนนี้กล่าวโดยนัยถึงประชาชนที่ไม่เพียงแต่ถูกสั่งให้ไปอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยดงกระสุนเท่านั้น

แต่พวกเขาก็ยังถูกสงครามโฆษณาชวนเชื่อเข้าโจมตีจนทำให้สูญเสียเจตจำนงที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ต่างไปจากวัยรุ่นที่ทะนงตนและโง่เขลา

วง Manic Street Preachers

ในปัจจุบันลัทธิคอมมิวนิสต์ได้สูญสลายไปแล้ว แต่การยึดมั่นในความเสมอภาคและเท่าเทียมกันยังคงอยู่ ซึ่งนั่นนำไปสู่อุดมการณ์ในการต่อสู้กับความอยุติธรรมเพื่อสร้างสังคมในอุดมคติขึ้นมาใหม่

เมื่อมองกลับมายังการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างประชาชนและรัฐไทยในปัจจุบันที่มีอำนาจล้นเกินจนทำให้สิ่งผิดเป็นถูกและทำให้สิ่งถูกเป็นผิดได้ คนไทยที่สนับสนุนประชาธิปไตยในตอนนี้ก็ไม่ต่างไปจากชนชั้นแรงงานชาวเวลส์ที่มีความเชื่อมั่นว่าเขาจะใช้แรงกายแรงใจเท่าที่มีในตอนนี้ในการต่อสู้กับอำนาจรัฐอันฉ้อฉลที่อยู่ในเงื้อมมือรัฐเผด็จการให้ได้

ชื่อเพลง If you Tolerate This Your Children Will Be Next นำมาจากข้อความบนโปสเตอร์ของกลุ่มนิยมสาธารณรัฐที่ต่อต้านกลุ่มแห่งชาติที่นำโดยนายพลจอมเผด็จการ ฟรานซิสโก ฟรังโก ซึ่งเป็นฝ่ายก่อกบฏในช่วงเวลานั้น มันหมายความตรงตามทุกตัวอักษรของมันว่า “ถ้าหากคุณยอมจำนนต่ออำนาจอันไม่ชอบธรรมนี้ ความอยุติธรรมที่น่ารังเกียจก็จะส่งผลสืบต่อไปตราบจนชั่วลูกชั่วหลาน”

ท่อนหนึ่งของเพลงที่เขียนว่า “And on the street tonight an old man plays. With newspaper cuttings of his glory days” ถ้าหากคุณปล่อยให้ชนชั้นนำไดโนเสาร์ยังคงลุแก่อำนาจที่ล้นเกินเช่นนี้ต่อไป เช่นนั้นแล้วความรุ่งเรืองและรุ่งโรจน์ของชนชั้นปกครองผู้ฉ้อฉลนี้ก็จะยังคงอยู่ต่อไปอีกนานแล้วนาน คำถามก็คือ “เราจะยินยอมให้มันเกิดขึ้นหรือ?”

คำตอบที่เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วสำหรับคนจำนวนมากในเวลานี้ก็คือ “ไม่ยอม” การถูกยุบพรรคไม่มีความหมายใดๆ เพราะพรรคเป็นเพียงแค่ชื่อ แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพรรคจริงๆ คือประชาชน และไม่ว่าชนชั้นนำ, ชนชั้นปกครองหรือกลุ่มทุนใดๆ ก็ไม่สามารถยุบประชาชนออกจากสมการทางการเมืองได้เลย เพราะอำนาจอธิปไตยย่อมเป็นของประชาชนตามหลักประชาธิปไตย

และนั่นเป็นที่มาของพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกลในร่างใหม่ที่มีชื่อว่าพรรคประชาชน

การถูกยุบพรรค, การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองโดยไม่ชอบธรรม, การที่ผู้เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพกลายเป็นนักโทษทางการเมืองทำให้ความหมายของเพลงเพลงนี้โดยวง Manic Street Preachers กลับตาลปัตรไปจากเดิมเสียแล้ว

และถึงเวลาแล้วที่เราควรจะตั้งชื่อเพลงเสียใหม่ว่า “We Can’t Take It Anymore and Our Children Will Fight to the Death”

“เราจะไม่ทนอีกต่อไป และลูกหลานของเราจะขอยืนหยัดต่อสู้ด้วยชีวิต”

วันพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (จบ)
ผีนัต ทำไมต้องเป็นผีตายโหง?
จับตา การบริหาร สกสค.-องค์การค้าฯ ยุคครูไก่-ประเสริฐ ดูแลคุณภาพชีวิตครู
WICKED : FOR GOOD | ‘ชั่วร้ายชั่วนิรันดร์’
ครบรอบ 30 ปี Everything Must Go อัลบั้มที่งดงามที่สุด ของวง Manic Street Preachers
Alive : ความเป็นชาย กับวิกฤตวัยกลางคน
คำถามถึงทีวีไทย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (12)
โผทหาร ไม่ลงตัว คิวชื่อ ‘เสธ.ปูด้วง’ คุมตึกแดง ตท.26 ส่งชิง เลขาฯ สมช. จับตา ‘ฉก.คอแดง’ เปลี่ยนแผน ‘แม่ทัพไก่’ ขยับ 5 เสือ
ระเบิดปั๊มอีกแล้ว ‘วิกฤตชายแดนใต้’ : บททดสอบนักธุรกิจท้องถิ่น ท่ามกลางความล้มเหลวด้านความมั่นคง
ครั้งหนึ่งในชีวิต-ฝันที่เป็นจริง ไปดูฟุตบอลโลก โชกฝน ที่สนามฟิลาเดลเฟีย
คนกรุงไม่เปลี่ยน ‘ผู้นำ’ ร.อ. ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ วิเคราะห์ ‘เซอร์ไพรส์’ ในผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ ‘มัลลิกา’ รุ่ง-‘ส้ม’ ร่วง