bg-single

อนาคต ‘เมียนมา’ ยังซับซ้อน-สับสนและนองเลือด

03.03.2025

บทความต่างประเทศ

 

อนาคต ‘เมียนมา’

ยังซับซ้อน-สับสนและนองเลือด

 

สถานการณ์ในเมียนมาในเวลานี้ กำลังเลวร้ายลงในทุกๆ ด้าน สำหรับรัฐบาลทหารภายใต้การนำของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ลาย อำนาจที่เคยมีดูเหมือนหดแคบลงเรื่อยๆ ตามลำดับ

ฐานที่มั่นทางทหารระดับกองบัญชาการในภูมิภาคฐานแล้วฐานเล่า ตกอยู่ในความควบคุมของฝ่ายตรงกันข้าม

จำนวนทหารหนีทัพและแปรพักตร์ทวีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขนาดต้องใช้กฎหมายบังคับเกณฑ์ทหารใหม่เข้ามาสมทบ

ในขณะที่กองกำลังฝ่ายต่อต้าน ก็ตัดเส้นทางเข้าถึงแหล่งทรัพยากรมีค่า ทั้งในตอนเหนือ ตะวันออก และตะวันตกไปจนหมดสิ้น

ในสมรภูมิ ชัยชนะที่เคยยึดถือว่าเป็นของตาย ด้วยเหตุที่มีสรรพาวุธที่เหนือกว่า มีกำลังพลมากกว่า กลายเป็นเรื่องเอาแน่นอนไม่ได้ เพราะกลยุทธ์ที่ผสมผสานทั้งเก่าและใหม่ของกลุ่มต่อต้าน ที่ยิ่งนับวันยิ่งแทรกซึมกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาศัยยุทธวิธีสงครามกองโจร บวกกับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งการใช้โดรนเพื่อการนี้

ภายใต้สภาพการณ์แบบนี้ เศรษฐกิจของประเทศทรุดตัวลงอย่างฮวบฮาบ ค่าเงินจ๊าต หลงเหลือไม่ถึง 1 ใน 4 ของมูลค่าก่อนหน้าการระบาดของโควิด ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งกระฉูด แม้ว่ารัฐบาลทหารจะใช้มาตรการควบคุมราคาสินค้าอย่างข้าว น้ำมันปรุงอาหาร ไข่ ปลาและเนื้อสัตว์ก็ตามที ส่งผลกระทบไปทุกหย่อมหญ้า ชนิดที่ว่าแม้แต่ครอบครัวที่เคยอยู่ในระดับชนชั้นกลางยังต้องดิ้นรนเอาตัวรอด

ผู้อพยพยังคงหลั่งไหลเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง

 

แม้สงครามกลางเมือง และการลุกฮือขึ้นต่อต้านระบอบเผด็จการทหารในเมียนมาในเวลานี้ จะได้รับความสนใจจากภายนอกน้อยลงเรื่อยๆ แต่สภาพการณ์ที่เป็นจริงในพื้นที่ได้เกิดการพลิกผันไปในทิศทางที่ไม่ได้เป็นคุณต่อรัฐบาลทหารมากขึ้นและชัดเจนขึ้นทุกที สั่นคลอนตัดทอนอำนาจและอิทธิพลของบรรดานายพลทั้งหลายในกรุงเนปิดอว์ลงมหาศาล

กระนั้นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่ผ่านมาก็สอนว่า เป็นไปได้สูงยิ่งที่อำนาจรัฐเผด็จการเช่นนี้จะดื้อแพ่งไปเช่นนี้ต่อไป แม้จะในสภาพโซซัดโซเซก็ตามที และจะยังคงพยายามทำทุกอย่าง เพื่อรังสรรค์อำนาจและความชอบธรรมของตัวเองขึ้นมาใหม่

อย่างเช่น การเสนอให้จัดการเลือกตั้งขึ้นภายในปีนี้หรือในปี 2026 ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า การเลือกตั้งภายใต้อำนาจเผด็จการเช่นนั้น ในที่สุดก็จะลงเอยด้วยการถูกตีตราว่าผิดพลาดบกพร่องและไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ดี

ปัญหาใหญ่ของประชาชนชาวเมียนมาก็คือ ในขณะที่อำนาจและอิทธิพลของระบอบเผด็จการทหารเรียวลงตามลำดับเช่นนี้ อนาคตของเมียนมาหลังการล่มสลายของระบอบนายพลกลับไม่ได้สดใสเรืองรองอย่างที่คาดหวัง

ทุกอย่างไม่เพียงจะยังซับซ้อนและสับสน แตกแยกต่อไปเท่านั้น หากยังสามารถเกิดสถานการณ์นองเลือดขึ้นต่อไปได้อีกด้วย เพราะไม่มีใครที่มีความสามารถและได้รับการยอมรับจากกลุ่มต่อต้านที่หลากหลายอย่างยิ่งทุกกลุ่มได้

ในยามที่คนอย่าง ออง ซาน ซูจี ไม่เพียงชราภาพ สุขภาพอ่อนแอเท่านั้น ยังตกอยู่ในการควบคุมของกองทัพอีกด้วย

 

สิ่งที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ชัดเจนก็คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อาทิ ในรัฐยะไข่ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอาระกันแทบจะทุกหย่อมหญ้า หรือในกรณีของพื้นที่ตอนเหนือสุดของประเทศ ซึ่งยิ่งนับวัน กองกำลัง กองทัพคะฉิ่นอิสระ ยิ่งมีอำนาจอิทธิพลมากขึ้นทุกที

กระนั้น ภายใต้เขตอิทธิพล 2 พื้นที่นี้ ก็ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น กองกำลังอื่น ที่รู้สึกว่าพวกตนสามารถอ้างสิทธิอันชอบธรรมเหนือส่วนหนึ่งส่วนใดของพื้นที่อยู่พร้อมกันไปด้วย

สถานการณ์ทำนองเดียวกันนี้ เกิดขึ้นทั่วไปโดยเฉพาะในยามนี้

คำถามก็คือ ความซับซ้อนสับสนเช่นนี้สามารถนำไปสู่การแบ่งแยกเมียนมาเป็นส่วนๆ ในอนาคตได้หรือไม่

ผู้สันทัดกรณีบางคนเชื่อว่า ต่อให้มีการเจรจาเพื่อรวบรวมความหลากหลายซับซ้อนนี้ขึ้นมาให้อยู่ภายใต้ระบบสหพันธรัฐ บรรดากองกำลังติดอาวุธทั้งหลายก็ไม่มีวันที่จะส่งมอบอำนาจในการตัดสินใจด้านความมั่นคงและการตัดสินใจด้านเศรษฐกิจในพื้นที่อิทธิพลของตนให้กับรัฐบาลกลางโดยง่ายดายแน่

พวกเขาจะยังคงต้องการอาวุธอยู่ในมือ พวกกับอำนาจในการควบคุมทรัพยากรและอื่นๆ ในท้องถิ่นต่อไป

 

หลายคนคาดหวังว่าอิทธิพลจากภายนอกอาจเปลี่ยนแปลงอนาคตเช่นนี้ของเมียนมาได้ คำถามก็คือ อิทธิพลเหล่านั้นจะเข้าถึงและได้รับการยอมรับหรือไม่ ตัวอย่างเช่นกรณีของอาเซียน องค์กรสำคัญของภูมิภาค ที่แม้จะกังวลต่อสถานการณ์ภายในเมียนมาอย่างลึกซึ้ง แต่ฉันทามติ 5 ประการที่ผ่านมาก็เหลวเปล่าโดยสิ้นเชิงและไม่มีทีท่าอะไรชัดเจนอีกหลังจากนั้น

จีนอาจสูญเสียผลประโยชน์ไปมหาศาลหากในเมียนมากลายเป็นกลียุค แต่ไม่มีทางที่ประเทศอย่างอินเดีย ญี่ปุ่น หรือออสเตรเลีย จะยอมให้จีนเข้าไปกำกับทุกอย่างในการฟื้นฟูบูรณะเมียนมาเพียงลำพัง และแม้เมียนมาไม่อยู่ในความสนใจใดๆ ของโดนัลด์ ทรัมป์ แต่การปล่อยให้จีนออกแบบอนาคตเมียนมาเพียงลำพัง

ไม่ใช่สิ่งที่ทรัมป์และนักการเมืองจากรีพับลิกัน ซึ่งกังวลกับการขยายอำนาจอิทธิพลจากปักกิ่งจะยินยอมให้เกิดขึ้น

อนาคตของเมียนมา เมื่อมองอย่างพินิจพิเคราะห์ จึงยังคงหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนโกลาหลและนองเลือดไปไม่พ้น ได้แต่คาดหวังว่า บรรดามหาอำนาจโลกทั้งหลายจะสามารถเสาะหาจุดร่วมที่เหมาะสมได้

และเปิดทางให้ประชาชนเมียนมา ตัดสินชะตาตัวเองใหม่ได้อีกครั้ง เท่านั้นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘50 ปี 6 ตุลา ‘เท้ง’ ชี้ รำลึกอดีตเพื่อมองไปข้างหน้า เดินหน้าแก้กติกาไม่ให้เผด็จการใช้อำนาจเข่นฆ่าประชาชนซ้ำ
คิดต่อจาก 6 ตุลา (8) : ร่างเพื่อนล้มลง เรายังอยู่
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (23)
50 ปี 6 ตุลา (5) ความรุนแรงในบริบททางภูมิรัฐศาสตร์
เทศกาล ‘เดาผล’ : The Nobel Prize in Literature 2026
สร้างพื้นฐานอาชีพยาก ด้วยจอยเกม
E-DUANG | “อนิจจัง” แห่ง “อำนาจ” ศึกษา ถนอม กิตติขจร
รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ อ.สามโคก ติดตามน้ำ-วางแผนรับฝน พร้อมเปิดข้อมูลเยียวยาเกษตรกร-ประมงที่ได้รับความเสียหายแล้ว – แนะเร่งเก็บผลผลิต-ย้ายสัตว์เลี้ยงป้องกันได้ทันที
ปลัด มท. สนองข้อสั่งการนายกฯ อนุทิน สั่งผู้ว่าฯ – นายอำเภอ – โยธาฯ จังหวัด สนับสนุนท้องถิ่น – ท้องที่ ปูพรมเร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยรายครัวเรือนโดยทันที ไม่ต้องรอ
ความก้าวหน้า ของระบบนิเวศโดรนของยูเครน อาจทำให้สงครามขยายตัวแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ชาว ราชปรารภ ท่ามกลาง เสียงปืน กึกก้อง
มีเหตุอันควรให้เชื่อ…