bg-single

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (7)

05.06.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ

: แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (7)

แฟชั่นการคลุมผมสมัยจอมพล ป.

เมื่อกล่าวถึงแฟชั่นในช่วงสงครามแล้ว คนมักจะนึกถึงแต่แฟชั่นการสวมหมวกสมัยรัฐบาลจอมพล ป. ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นสตรีในช่วงสงคราม แต่อีกแฟชั่นหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงน้อยในฐานะแฟชั่นช่วงนั้น คือ แฟชั่นคลุมศีรษะด้วยผ้าคลุมผม ซึ่งกำเนิดขึ้นในช่วงก่อนการรณรงค์ให้สวมหมวกเล็กน้อย หรืออาจเกิดร่วมสมัยกัน

บนหน้าปกนิตยสารโวค ฉบับปี 1942 (2485) ได้นำแฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมมาขึ้นปก แฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมเป็นเครื่องประดับศีรษะนั้น ผู้หญิงในครั้งนั้นแต่งเติมความทันสมัยด้วยพับครึ่งผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนใหญ่ตามแนวทแยงเพื่อสร้างรูปทรงสามเหลี่ยม จากนั้นนำมาพันรอบศีรษะ และมัดปลายผ้าเข้าด้วยกันที่ด้านหลังบริเวณท้ายทอย หากต้องการให้ผ้าโพกผมแน่น ไม่หลุดเลื่อนได้ง่ายๆ ด้วยการหากิ๊บมาหนีบผ้าคลุมติดเข้ากับผมของตนเอง ผู้หญิงสามารถใช้แฟชั่นผ้าคลุมผมให้เข้าชุดได้กับหลายแบบการแต่งกายได้ทำให้การแต่งกายนั้นดูน่ารักและสวยเก๋ขึ้นมาได้อย่างง่ายๆ ในช่วงเวลานั้นหญิงไทยนิยมใช้ผ้าคลุมผม ในสังคมไทยปรากฏภาพอยู่ไม่น้อยบนหน้าปกนิตยสารชั้นนำและภาพถ่ายส่วนตัวร่วมสมัยของไทยในครั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม แฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมกลับมีชีวิตยาวนานกว่าการสวมหมวก ด้วยพลันที่จอมพล ป.สิ้นอำนาจลงในช่วงปลายสงครามนั้น ความนิยมสวมหมวกก็ดูจะเลือนหายไป

แต่แฟชั่นการใช้ผ้าคลุมผมนั้นยังสืบต่อในช่วงหลังสงครามหรือตลอดทศวรรษ 2490 ดังภาพ น.ส.วรรณา รัตนไชยพันธุ์ คุณแม่ของข้าพเจ้าใช้ผ้าคลุมผมของเธอในวัยสาวเมื่อต้นทศวรรษ 2490

แฟชั่นใช้ผ้าคลุมจากโวค ฉบับ 1942 และ น.ส.วรรณา รัตนไชยพันธุ์ กับแฟชั่นคลุมผม

แฟชั่นสวมหมวกสมัยสงคราม

ภายหลังที่จอมพล ป.กำชัยชนะในการปฏิวัติการแต่งกายของชายไทยให้เลิกนุ่งกางเกงแพรออกนอกบ้านมานุ่งกางเกงขายาวออกนอกบ้านแทน รวมทั้งการชักชวนให้ชาย-หญิงสวมรองเท้ากันอย่างแพร่หลายผ่านรายการวิทยุชื่อ “นายมั่น-นายคง” สังข์ พัธโนทัย หรือ “นายมั่น” เล่าว่า ต่อมาเขาและพระราชธรรมนิเทศ รับคำสั่งใหม่จากจอมพล ป. ให้ใช้วิทยุเปลี่ยนการแต่งกายของหญิงไทยที่ส่วนใหญ่นุ่งโจงกระเบน บ้างนุ่งซิ่นหรือผ้าถุง ให้นุ่งกระโปรงแบบฝรั่งแทน

ต้นปี 2485 จอมพล ป.เขียนบทความชื่อ “มาลานำไทยเปนมหาอำนาด” (2485) แจงประโยชน์ที่เกิดจากการสวมหมวกว่า “เราจะได้ประโยชน์อะไรจากการมีผู้ชมว่า ไทยเปนชาติที่นิยมการสวมหมวกทั่วถึงทุกคนจนเปนที่หนึ่งในโลกนี้ ขอตอบว่า เราได้ประโยชน์ในการทำให้ชาวต่างประเทสนับถือไนความเปนระเบียบและความสามัคคีของชาติเราและเปนชาติที่มีเกียรติยิ่งกว่าชาติใดๆ ทั้งนี้ก็เท่ากับเราช่วยกันยกย่องหมวกให้เปนเกราะป้องกันเอกราช เปนกำลังหนุนไห้ชาติของเราก้าวสู่การเปนชาติใหย่เร็วยิ่งขึ้น” (สามัคคีไทย, 2486, 10)

เขาเห็นว่า ที่ผ่านมาหมวกในสังคมไทยเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้สวมศีรษะป้องกันแดด กันฝุ่น กันละออง กันฝน กันผมยุ่ง หรืออาจช่วยป้องกันศีรษะล้านได้เท่านั้น คนไทยสวมหมวกมานานแล้ว แต่ “หมวกไม่มีส่วนได้เคยช่วยชาติเลย…แต่บัดนี้เองหมวกจะเข้ามาช่วยส่งเสิมให้ชาติไทยสูงเด่นมีเกียรติและจะเปนสิ่งที่ช่วยให้ชาติไทยเปนมหาอำนาดก็ได้ ถ้าเปนไปได้ พี่น้องชาวไทยทุกคนทั้งเหยิงชายและทุกวัย ควนได้สวมหมวกกันหย่างไม่มียกเว้น ไม่ว่าจะมองไปทิสทางใด ไนที่สาธารณะก็พบแต่คนสวมหมวกและสวมกันหย่างเรียบร้อยเหมาะสมแก่หน้าตา ไม่สักแต่ว่าหยิบหมวกได้ก็สวมสีสะซึ่งจะเปนหย่างไรก็ช่าง ถ้าทำได้ดังนี้ ในสายตาของชาวโลกหรือชาวต่างประเทส ไทยก็จะได้รับความชมเชยว่า เปนชาติที่นิยมการสวมหมวกเรียบร้อยตามคำวิวอนของนายกรัถมนตรีเป็นที่หนึ่งของโลก ไม่มีชาติใดสู้ เปนการสแดงและความเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเราชาวไทยอีกด้วย”

(สามัคคีไทย, 9-10)

แฟชั่นผ้าคลุมผมต้นปี 2484

สวมหมวกสร้างชาติให้อารยะและผดุงเอกราช

จอมพล ป.เห็นว่า เมื่อประชาชนแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยอย่างพร้อมเพียงแล้วย่อมสร้างการยอมรับจากมหาอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยแห่งสงครามนี้ “ถ้าพูดถึงงานส้างวงไพบูลย์ของมหาเอเชียในเวลานี้ซึ่งมียี่ปุ่นเปนผู้นำหยู่นั้น ถ้าพี่น้องชาวไทยได้ช่วยผู้นำของท่านโดยสวมหมวกกันให้พร้อมเพรียง เหยิงก็สวมหมวกทุกคนโดยเรียบร้อยด้วย สวยด้วย ประกอบกับกระโปรงก็เหมาะเจาะดี จะแลไปทางใดก็พบแต่ชายแต่งตัวดี มีหมวก เสื้อนอก กางเกง รองเท้า เหยิงก็มีหมวก กระโปรง รองเท้าดังนี้แล้ว ท่านนึกไหมว่า ยี่ปุ่นมหามิตรของไทยจะชมเชยเราเพียงใด และจะยกย่องชาติไทยให้เปนตัวหย่างในในมหาเอเชียนี้เพียงใด

เชื่อว่ายี่ปุ่นอาดยอมให้เราเปนชาติตัวหย่างไนการแต่งกาย ไนการสวมหมวกแก่ชาติอื่นๆ ก็ได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เราคงจะได้แต้มเต็มสิบสองแต้มนั่นเอง ถ้าการเปนหย่างนี้ ท่านเชื่อไหมว่า หมวกหรือจะพูดไห้หมดก็คือ การแต่งกายไห้ถูกต้องตามวัธนธัมนั้น เปนการส้างชาติไห้สูงเด่นยิ่ง อาดถึงกับผดุงเอกราชของชาติได้หย่างดีด้วย” (สามัคคีไทย, 2486, 11)

ในช่วงสมัยสงคราม การปฏิวัติแฟชั่นใหม่ของทั้งชายและหญิงตั้งแต่ด้วยการแต่งกายแบบสมัยใหม่ สวมกางเกง นุ่งกระโปรง สวมรองเท้าและสวมหมวก เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้เกิดขึ้น ถือเป็นการสร้างชาติให้เป็นอารยะและช่วยรักษาเอกราชของไทย

นิตยสารโวค ฉบับ 1942 และแฟชั่นสวมหมวกในกรุงเทพวารศัพท์ 1 กันยายน 2484

ผู้หญิงไทยกับแฟชั่นการสวมหมวก

แฟชั่นสวมหมวกในญี่ปุ่นและในไทยช่วงสงคราม

ประชาชนมารับเอกสารเผยแพร่ทางวัฒนธรรมของหน่วยโฆษณาเคลื่อนที่ตามที่ว่าการอำเภอช่วงสงคราม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

7 ศาสตราจารย์จี้อธิการบดี มช. ทบทวนสอบงานวิจัยเมืองฮอด หลังพบเนื้อหา-ข้อมูลภาคสนาม-คำผิดซ้ำในหนังสืออีกชุด
หล่มสงครามกัมพูชา ! | สุรชาติ บำรุงสุข
พาไปรู้จัก สะพานซ่อม 3ปี ยังไม่เสร็จ คนเดือดร้อนทั้งจังหวัด ล่าสุดคนขับรถตกพังยับเยิน
E-DUANG | บทบาท รัฐบาล ภูมิใจไทย การปกป้อง “กล่องดวงใจ”
“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve