E-DUANG
สภาพรุก สภาพรับ ในทางการเมือง ดำรงอยู่อย่างสัมพัทธ์ ภายใต้พลวัตรอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่
จะมองอย่างตัดตอนเป็นท่อนๆแยกขาดจากกันไม่ได้
ยิ่งเมื่อสถานการณ์เข้าสู่บรรยากาศแห่งการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ยิ่งสะท้อนให้เห็นการพลิกผัน แปรเปลี่ยนระหว่างการรุกและรับอยู่ตลอดเวลา
เหมือนกับการกำหนดรายชื่อ 18 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยในการนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็นการรุก
รุกและโดดเดี่ยวพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคเพื่อไทย
แต่เมื่อเห็นการปล่อยภาพการนัดพบระหว่างหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกับผู้นำพรรคกล้าธรรมที่ห้องอาหารอินเดียในย่านสีลมที่คิดว่าพรรคภูมิใจไทยโดดเดี่ยวมิใช่แล้ว
ยิ่งเมื่อมีการประเมินว่าเป็นการสื่อไปยังพรรคเพื่อไทยโดยตรง
ยิ่งทำให้กระสุนจากฝ่ายค้านกลายเป็นกระสุน”ด้าน”
ขณะเดียวกัน การไม่สามารถตกลงในเรื่องเวลาของการอภิปรายเด่นชัดว่ารัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทยต่างหากที่ดำรงอยู่ในสถานะเป็นฝ่ายรุกและรุกอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้อาจมาจากปัจจัยที่เหนือกว่าในด้านคณิตศาสตร์การเมือง
การผนวกจำนวน 193 ของพรรคภูมิใจไทยก็มากและเหนือกว่าฝ่ายค้านอยู่แล้ว การดึงเอา 58 ของพรรคกล้าธรรมเมื่อนับรวมกับ 74 ของพรรคเพื่อไทย
ก็ยิ่งมหึมามหาศาล พรรคภูมิใจไทยยึดกุมพื้นที่ทั้งในฐานะอันเป็นรัฐบาล บริหารราชการแผ่นดิน และในฐานะประธานรัฐสภา
อำนาจในการต่อรองของฝ่ายค้านจึงเหลือน้อยกว่าและมีโอกาสที่จะถูกกำหนดโดยรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม
กระนั้น การตกเป็นฝ่ายรับก็ทำให้อำนาจในการต่อรองของฝ่ายค้านทะยานไปอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าในทางการเมือง
อำนาจทางการเมืองของรัฐบาลอันประกอบส่วนขึ้นจากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย รวมถึงจากพรรคกล้าธรรม อาจเป็นเรื่อง ในทางปริมาณ
เมื่อยึดครองทั้งอำนาจบริหาร และทั้งอำนาจนิติบัญญัติ มาได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ในอีกด้านก็สร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายค้านเมื่อต่อรอง
ทุกอย่างดำเนินไปตามบทสรุปของ ลอร์ด แอ็คตัน แห่งสหราชอาณาจักรที่ว่า อำนาจมีความชั่วร้ายอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว อำนาจเบ็ดเสร็จก็ยิ่งเป็นความชั่วร้ายอันเบ็ดเสร็จ
ยิ่งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย ไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดิน
ยิ่งทำให้ความชอบธรรมในทางการเมืองมีน้อยลง
ความเชื่อมั่น ความศรัทธา ต่อการบริหารจัดการในทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือแม้กระทั่งในทางการเมือง ก็ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมาย
บทบาทในการตรวจสอบและควบคุมรัฐบาลจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบและควบคุมการบริหารราช การแผ่นดินนั้นเองทำให้ความชอบธรรมเป็นของฝ่ายค้าน
การรุกของรัฐบาลจึงพลิกเปลี่ยนเป็นการตั้งรับ
ความเห็นอกเห็นใจของสังคมเทไปทางด้านฝ่ายค้านมากกว่าทางด้านรัฐบาล
กระแสสังคมจึงเรียกร้องให้รีบหาหนทางออกร่วมกัน
