ยุทธการทุบกล่องดวงใจกัมพูชา ปราบแหล่งอาชญากรรมไซเบอร์โลก ตำรวจไทยดึงองค์กรสากลร่วมลุย
บทความโล่เงิน
ยุทธการทุบกล่องดวงใจกัมพูชา
ปราบแหล่งอาชญากรรมไซเบอร์โลก
ตำรวจไทยดึงองค์กรสากลร่วมลุย
ในที่สุดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไทย กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ส่งผลทำลายล้างในสนามรบที่ไร้ควันปืนแล้ว
ทำให้นายกฯ ไทยต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จากคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ตามการยื่นคำร้องของประธานสภาสูง ที่มี 36 ส.ว.ลงนาม จากกรณีคลิปเสียงดังกล่าว
หลายคนนึกถึงคำที่สมเด็จฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไทยจะเปลี่ยนตัวนายกฯ ภายใน 3 เดือน และรู้ด้วยว่าใครจะเป็นนายกฯ คนใหม่ แต่ไม่บอก
เรียกว่าเขย่าให้เกิดความหวั่นไหวกันตลอด
แม้มองว่าเป็นแค่เล่ห์เขมรที่ตีปลาหน้าไซ แต่หลายคนก็แอบคิดไม่ได้ว่าหรือท่าจะจริง?
ทั้งหมดประมวลว่ารัฐบาลไทยอ่อนด้อยทางยุทธศาสตร์ ปล่อยให้ 2 พ่อลูกตระกูล “ฮุน” ทำสงครามโซเชียลจนไทยสะบักสะบอม

หลังจาก “ฮุน เซน” ปล่อยคลิปสนทนา รัฐบาลไทยตั้งหลักแก้ลำด้วยการประชุมติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ นั่นคือแหล่งอาชญากรรมไซเบอร์โลกที่สร้างรายได้สูงถึง 60% ของจีดีพีกัมพูชา
โดยมี น.ส.แพทองธาร นั่งหัวโต๊ะ แวดล้อมด้วยรัฐมนตรี หน่วยงานความมั่นคง
ในส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เข้าร่วม
นายกฯ ระบุสหประชาชาติมีข้อสรุปว่า กัมพูชาเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จึงต้องเพิ่มมาตรการให้หนักแน่นยิ่งขึ้น เพราะเป็นศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลก ที่มีคดีมากมาย ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนไทย
จึงต้องเน้นย้ำว่า ชายแดนที่มีปัญหาจะต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด
ที่ผ่านมารัฐบาลปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาระยะหนึ่ง ทำให้คดีฟ้องร้องถูกหลอกจากแก๊งคอลฯ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด กัมพูชาเสียรายได้โดยรวม 30,000 ล้านบาท
จึงขอให้ทำการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ไม่หยุดอยู่แค่นี้
“เพราะการที่เขาเสียรายได้มากเท่าไหร่ แปลว่าประชาชนของเราจะปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น” น.ส.แพทองธารระบุ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงตอกย้ำ จากรายงานฉบับล่าสุดขององค์การนิรโทษกรรมสากลหรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในศูนย์คอลเซ็นเตอร์ผิดกฎหมายในกัมพูชา มีลักษณะบังคับใช้แรงงานในรูปแบบการค้ามนุษย์ การเป็นทาสยุคใหม่ ใช้แรงงานเด็ก การทรมานที่มีการทำอย่างเป็นระบบ ภายใต้การเพิกเฉยของรัฐบาลกัมพูชา มีศูนย์คอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ อย่างน้อย 53 แห่งกระจายอยู่ทั่วกัมพูชา
โดยศูนย์เหล่านี้จะดัดแปลงจากโรงแรมหรือกาสิโนเก่าที่เริ่มไม่มีผู้เข้าไปใช้บริการ
ผู้หลบหนีออกจากศูนย์เหล่านี้เป็นคนจีน ไทย มาเลเซีย บังกลาเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเอธิโอเปีย และอีกหลากหลายประเทศ
โดยเหยื่อให้ข้อมูลกับแอมเนสตี้ตรงกันว่า ถูกหลอกมาทำงานผ่านโฆษณางานบนแพลตฟอร์มทางโซเชียลมีเดีย เมื่อเข้าไปทำงานจะถูกยึดพาสปอร์ต โดนกักขัง ทำร้ายร่างกาย หากไม่ทำงานหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ
พบว่าขบวนการเหล่านี้เชื่อมโยงกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และมีระบบอุปถัมภ์จากเจ้าหน้าที่กัมพูชา
ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ระบุว่า พบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างการพนันออนไลน์ในประเทศและเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับบริษัทในต่างประเทศที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการฟอกเงิน
การสอบสวนเครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) สหรัฐ เปิดเผยว่า ฮุยวันกรุ๊ป (Huione Group) ทำหน้าที่เป็นช่องทางทางการเงินที่สำคัญสำหรับเงินที่ได้มาโดยมิชอบจากการโจรกรรมทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ และการหลอกลวงขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “pig butchering” คือการหลอกให้เหยื่อลงทุนก่อนที่จะยักย้ายเงินออกไป ระหว่างเดือนสิงหาคม 2564 ถึงมกราคมที่ผ่านมา Huione Group ฟอกเงินจำนวนมหาศาลถึง 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการโจมตีทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ และ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉ้อโกงทางไซเบอร์รูปแบบอื่นๆ
รัฐบาลสหรัฐได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายนี้ โดยห้ามสถาบันการเงินสหรัฐทั้งหมดทำธุรกรรมกับ Huione Group นอกจากนี้ เทเลแกรมยังได้ลบช่องทางหลายพันช่องทางที่เชื่อมโยงกับ Huione Guarantee ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในเครือที่ถูกกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกแก่กิจกรรมทางอาญา และธนาคารแห่งชาติกัมพูชาได้เพิกถอนใบอนุญาต Huione Pay ด้วยเหตุผลการละเมิดกฎระเบียบ
จากสถานการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลไทยไม่ควรอนุญาตให้กัมพูชานำข้อพิพาทพรมแดนกับไทยขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเพียงลำพัง แต่ควรนำปัญหาที่กัมพูชาปิดบังไว้ ที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น ธุรกิจสีเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ศูนย์กลางการฉ้อโกงออนไลน์ระดับโลก ไปเสนอต่อสหประชาชาติด้วย เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนทั่วโลก ขณะที่ผู้ทรงอิทธิพลในกัมพูชายังคงกอบโกยผลกำไรมหาศาล
ต่อมาไทยได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการเปิด-ปิดชายแดน แต่ยึดหลักสิทธิมนุษยชน อนุญาตให้ผู้ป่วย และนักเรียนเข้ามาศึกษาได้ แต่พนักงานกาสิโนและนักเล่นทั้งหลายห้ามข้ามไป
จึงเสมือนกับการทุบหม้อข้าวเขมรอย่างจัง
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัยเผยว่า หลังจากรัฐบาลเพิ่มมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนชายแดนไทย-กัมพูชา และมีคำสั่งห้ามไม่ให้คนไทยไปทำงานบ่อนการพนัน พบว่าสถานการณ์การถูกหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนเรื่องการคัดกรองบุคคลที่เดินทางกลับเข้ามาในไทยมีการดำเนินการอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เดินทางกลับมาจะเป็นเหยื่อแก๊งอาชญากรรม โดยไทยเน้นการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ ทั้งเรื่องคน สัญญาณอินเตอร์เน็ต สัญญาณโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร เพื่อไม่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้ในฝั่งปอยเปต กัมพูชา
ทั้งนี้ ตร.จะเสนอให้บังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปราบแก๊งคอลฯ ฝั่งกัมพูชา เนื่องจากทั้งไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และองค์กรตำรวจระหว่างประเทศ โดยกำลังพิจารณาว่า บริษัท ฮุยวันมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ ต้องอาศัยพยานหลักฐานเรื่องเส้นเงิน และความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลเป็นหลัก
เมื่อรัฐบาลไฟเขียวให้อำนาจ ตำรวจต้องรุกรบปราบจริงจัง ให้คนไทยตื่นจากฝันร้ายไม่ต้องหวาดกลัวตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลฯ อีกต่อไป
