bg-single

บางสิ่งเข้ามา | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง

19.06.2026

สรรค์พจี

ฉันชื่อ สรรค์พจี ความจริงมันไม่ใช่ชื่อในบัตรประชาชน แต่จะแปลกอะไรในโลกที่เราสามารถปลอมแปลงเป็นใคร หรือสร้างชีวิตรูปแบบไหนก็ได้เท่าที่แรงปรารถนาพอจะไต่ไปถึง ในความหมายตามพจนานุกรม สรรค์ แปลว่าสร้าง พจีแปลว่าถ้อยคำ เมื่อทั้งสองรวมกันจึงเกิดเป็นเสน่หาเฉพาะตัว คล้ายมันมีแรงดึงดูดให้กับคนที่มีวิถีชีวิตแบบฉันพึงใจ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียว อีกเหตุผลคือฉันติดใจตัวละครหนึ่งในหนังสือชื่อ นักเข้าฝัน ของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ สรรค์พจีในเรื่อง เป็นกวีหนุ่มนักสันโดษผู้ห่มคลุมตนเองไว้ด้วยอาภรณ์สีดำ เขาเคี่ยวกรำชีวิตผ่านบทกวี ผ่านความสมถะเรียบง่ายของเหล่าชีวิตผู้คน ธรรมชาติ นกกา หมา แมว ในสังคมชนบท จนนำพาตนเองกระโจนลงสู่ความปรารถนานั้น จนได้กลืนหายชีวิตไปในความปรารถนานั้น เสน่ห์ของนวนิยายอาจอยู่ตรงนี้ก็ได้ ตรงความเคลือบแคลงระหว่างความจริง ความฝัน ความเพ้อครวญ ซึ่งนานา มันทำให้ฉันตกหลุมหล่มอย่างล้ำลึก

นอกจากกวีสรรค์พจี ยังมีตัวละครหนุ่มอีกคนที่ชื่อ ปราณ ชายหนุ่มของปัจจุบันผู้สละทิ้งชีวิตในเมืองหลวง ออกสืบเสาะค้นหาชิ้นส่วนความลับสูญของกวีสรรค์พจี เขาเทียวท่องขุดค้นเข้าไปตามรอยทางต่างๆ ที่กวีสรรค์พจีเคยเยี่ยมย่าง ท่องทวนทุกวรรควลีในบทกวีราวกับว่ามันเป็นลายแทงสมบัติแห่งจิตวิญญาณจริงแท้ของมนุษย์ และในการสืบเสาะค้นหานั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัยระคน อันมีแรงดึงดูดอย่างแรงกล้า บางช่วงบางตอน เขาถึงกับกระโดดเข้าร่วมดื่มร่ำ เมามาย โบยบิน และกลับมาดิ่งลึก ล่มหัวจมท้ายไปกับความจริงเสมือนที่ก่อรูปร่างขึ้นมาเป็นเนื้อหนังมังสาของกวีหนุ่มที่ตายดับแล้ว

บทสรุปของเรื่องแม้จนหน้าสุดท้าย คล้ายผู้เขียนจงใจให้ผู้อ่านแยกย้ายกันไปค้นหาคำตอบตามความหมายการรับรู้ของใครของมัน หรือบางทีผู้เขียนอาจไม่ได้จงใจใดๆ เลย ความหมายของมันอาจหล่นอยู่ตามรายทางระหว่างบรรทัด ระหว่างการทอดท่องของความคิดผสานกับตัวอักษร พยัญชนะ วรรควลี ฯลฯ

ความสับสนมึนงงเหล่านี้เอง ทำให้ฉันไล่ทวนอ่านนวนิยายอยู่หลายต่อหลายหน มันติดหนึบในสมองตั้งแต่การอ่านครั้งแรก อันที่จริงมันเป็นความบังเอิญมากกว่า ตอนที่ฉันหยิบหนังสือเล่มนี้จากชั้นเรียงของเพื่อนคนหนึ่ง รายละเอียดขอยกไปไม่กล่าวถึง

ประเด็นใหญ่มันติดอยู่ตรงที่ว่า หากฉันต้องปลอมแปลงตัวเองเป็นใครสักคน ชื่อสรรค์พจี คือความปรารถนานั้น

โรคร้าย

ตั้งแต่ที่ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปากมดลูก กำลังใจต่อการมีชีวิตเหมือนถูกสูบหายไปกับโพรงมดลูกก้อนนั้น โพรงมดลูกที่ผ่านร้อน ฝน หนาวมาสามสิบห้าฤดูกาลโดยไม่เคยมีสิ่งใดผ่านล่วงเข้าไปนอกจากนิ้วมือของฉันเอง สาเหตุของมะเร็งอาจไม่ได้เกิดจากเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว ปัจจัยเสี่ยงมีร้อยแปดพันเก้า ทั้งการติดเชื้อจากภาวะร่างกายในช่วงภูมิคุ้มกันต่ำ ทั้งกรรมพันธุ์ ทั้งการสูบบุหรี่จัด ซึ่งฉันเองก็ไม่มั่นใจ สาเหตุอาจเกิดจากอย่างหลัง ก็ฉันน่ะติดบุหรี่มาตั้งแต่อายุยังไม่ทันยี่สิบจนถึงปัจจุบัน ทั้งการใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง ปาร์ตี้ ยา กับการทอดท่องราตรี ราวกับว่ามันเป็นแสงสว่างนำทางให้ชีวิต แต่ถึงจะเกกมะเหรกเกเร แต่อย่างที่บอก นอกจากนิ้วของตัวเอง โพรงมดลูกของฉันก็ไม่เคยมีสิ่งใดผ่านล่วงเข้าไป

ฉันรู้จักกับเขาผ่านเฟซบุ๊กมาได้ราว 3 ปี ความเหงาของยุคสมัย หรือความเบาหวิวของชีวิตก็ยากคาดเดา โดยปกติโลกส่วนตัวในเฟซฯ ของฉัน ไม่อนุญาตให้ใครย่างกรายเข้ามาง่ายดาย หลังคำขอเป็นเพื่อนของเขาเด้งเข้ามา ฉันใช้เวลาไม่เกินสิบนาทีสอดส่องไปในโลกส่วนตัว (ซึ่งฉันไม่มั่นใจ มันเป็นโลกจริงแท้ของเขาหรือไม่ แม้กระทั่งชื่อของเขาเองก็ตาม) แต่อย่างน้อยโปรไฟล์ชื่อ ปราณ ก็ทำให้สะดุด ฉันยังพบอีกว่า โลกของเขาวนเวียนอยู่กับบรรดานักเขียน ทั้งบิ๊กเนม โนเนม หรือแม้ตัวเขาเอง ในสถานะนักเขียน แม้ยังไม่โด่งดัง แต่ก็พอมีผลงานเผยแพร่อยู่บ้าง แวบแรก ฉันนึกสงสัยว่าเขาหลงใหลต่อชื่อนี้ในนวนิยายนักเข้าฝันเหมือนอย่างฉันไหมนะ แต่มันก็เป็นเพียงความสงสัย ซึ่งเอาเข้าจริงมันอาจไม่มีแรงจูงใจใดๆ เลยก็ได้ จากนั้นด้วยแรงดึงดูดบางชนิด ประวิงเวลาไว้เพียงสามสัปดาห์ แล้วฉันก็ตอบรับความเป็นเพื่อน

ฉันตั้งข้อสังเกตที่ดูเหมือนจะเข้าข้างตัวเอง ทุกครั้งยามฉันโพสต์สิ่งใดลงในโลกเสมือนขนาดมหึมา อิโมจิรูปหัวใจดวงเล็กๆ และถ้อยคำกะทัดรัดจากเขามักเดินทางมาพร้อมๆ กัน หรืออย่างช้าสุดก็ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงหลังจากฉันโพสต์ ซึ่งมันเป็นเสมือนสายน้ำชุ่มเย็นชโลมใจอันกำลังเหี่ยวเฉาได้เป็นอย่างดี จากกลีบดอกไม้วัยสาวที่ใกล้จะร่วงโรย คล้ายเบ่งบานขึ้นอย่างพยายามยั่วล้อต่อแมลงหนุ่มแปลกหน้า ในโลกความจริงฉันไม่อาจแบกเอาความฝันตั้งมากมายเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้ มีก็แต่โลกเสมือนใบนี้เองยังพอได้ปลอบโยนหัวใจพ่ายพัง

หลังผ่านการทำคีโมครั้งที่เท่าไรฉันก็ไม่อยากจะจำเสียแล้ว ผลข้างเคียงจากเคยรับรู้เริ่มปรากฏแก่หญิงสาวแปลกหน้าเมื่อยามอยู่หน้ากระจก เส้นผมนั้นหลุดร่วงมาทุกครั้งที่ใช้หวี หรือใช้นิ้วมือสาง จนเริ่มเบาบางเห็นหนังศีรษะ คนเคยผอมยิ่งแปรสภาพเป็นซูบโทรม ผิวหนังอ่อนแอ และผื่นขึ้นแดง คุณอาจสงสัยก็ได้ ทำไมฉันไม่เคยลงรูปตัวเอง หรือหากลงก็เป็นไปแบบคลุมเครือเจือจาง จนคุณเองอาจเหมาเอาว่ามันเป็นสไตล์เฉพาะ อย่างพวกศิลปินที่ชอบสร้างตัวตนบนความพยายามจะซ่อนตัวตนเป็นกัน

แต่ไม่ใช่หรอก ธรรมชาติของดอกไม้ที่ไหนจะอยากอวดส่วนที่แหว่งเว้าให้กับหมู่แมลง

จากขวบปีแรกของความสัมพันธ์จนเข้าขวบปีที่สาม ระยะห่างระหว่างเรา ไม่ห่างเหิน แต่ก็ไม่ใกล้ชิดกันเกินกว่านี้ สิ่งที่เขยิบใกล้ฉันเข้ามาอย่างเดียวคือ เวลาในชีวิตที่ลดน้อยถอยลง

ต่อเรื่องความสัมพันธ์ของเรา ฉันยังนึกสงสัย

ความสัมพันธ์แบบไหนกันที่ทำให้เรารู้สึกถึงความเบาบาง รอคอย และไม่มั่นคง ใครบางคนเดินเข้ามาเพียงเพื่อเป็นเศษซากความทรงจำ ทั้งไร้รสชาติ กลิ่น เสียง สัมผัส สิ่งเดียวที่เราได้รับรู้คือสิ่งที่คุณอยากให้เราได้รู้ หรือเอาเข้าจริง คำว่าเราในที่นี้ยังดูเป็นความล้นเกิน ทั้งหมดอาจเป็นฉันฝ่ายเดียวที่ตระหนักถึงมัน

นักเขียนปราณ

อย่างที่บอก นับตั้งแต่อ่านนวนิยายเล่มนั้น นอกจากสรรค์พจีแล้ว ชื่อปราณยังเป็นอีกหนึ่งที่ลักลอบเข้ามาในความครุ่นคำนึงของฉัน ไม่แปลก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน ที่ฉันจะเกิดอาการเหมือนโดนกระตุกกระตุ้นจากชื่อนี้ หลังจากคุณส่งคำขอเป็นเพื่อน จริงอยู่ แม้ในระยะเวลาสามปีที่เรารู้จักกันในช่องทางที่ทั้งหละหลวม ไม่มั่นคงถาวร และอาจดูเป็นความหลงใหลฉาบฉวย แต่ทั้งหมดฉันกลับปฏิเสธหัวใจของตัวเองไม่ได้

หลายหนหลายสถานที่ ทั้งยามฟังเพลง ดูภาพยนตร์ซีรีส์ นอนเอกเขนก หรือแม้แต่ในโรงพยาบาลขณะที่ต้องรับคีโม ฉันมักตั้งขอสงสัยเอาว่า ถ้าฉันเป็นสรรค์พจีอย่างในนวนิยาย คุณที่ชื่อปราณ จะยอมทิ้งส่วนเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเพื่อออกตามหาฉันหรือไม่ เชื่อสิ ถ้าความจริงเป็นเช่นนั้น ฉันจะยอมแหกกฎการรักษาโรคร้าย เพื่อทอดท่องไปกับคุณ ดื่มกิน ค้นหาความหมายชีวิต ไม่ว่าจะเถื่อนทุ่งชนบท สวรรค์ หรือนรก ฉันจะโบยบินไปเฉกเช่นนกที่แสวงหาขอบฟ้าใหม่ ขอเพียงให้มีคุณอยู่ข้างๆ

ก็อย่างในนวนิยายนั่นยังไง

โอ้! พอเลย นี่ฉันคงเพ้อครวญไปแน่ๆ ก็ฤทธิ์ยามันแรงอย่างกับอะไรดี

แน่ละ ต้องยอมรับว่าช่วงสองปีหลังจากที่ฉันเป็นมนุษย์มะเร็ง ฉันพยายามดึงตัวเองออกจากวัตรปฏิบัติเดิมๆ สถานที่อโคจร แหล่งบันเทิงยามราตรี ควันบุหรี่ เหล้ารสร้อนแรง

จากภายนอกแม้ใครจะมองว่าฉันแกร่ง แต่ข้างในนั้นตรงกันข้าม หลายครั้งฉันตั้งข้อสังเกต ทั้งหมดอาจเป็นเพราะก้อนหัวใจในแบบที่มนุษย์อย่างที่ฉันเป็น อ่อนไหว และเปราะบาง เร่งเร้า ในขณะบางครากลับเอื่อยไหล งอกงามขึ้นจากเศษเสี้ยวบิ่นหัก พร้อมจะปะทะกับทุกแรงที่เข้ามากระทบ อาจด้วยเหตุนี้เอง ภายในฉันจึงแตกสลายได้ง่ายๆ แม้แค่การกระทบกระทั่งเพียงแผ่วเบา และโดยธรรมชาติ ปฏิกิริยาภายนอกจะทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มภัย

กลับมาที่คุณปราณคนที่มีชีวิตอยู่ในโลกเสมือน ไม่ใช่ในนวนิยาย นักเขียนหนุ่มวัยกลางคนผู้ที่กำลังไขว่คว้าความสำเร็จต่อการเขียน ฉันยังคงติดตามผลงานของคุณทุกชิ้น ทุกโพสต์ ข่าวว่าคุณกำลังตระเตรียมออกผลงานเล่มใหม่อย่างเงียบงัน ฉันได้แต่ส่งใจ และพลอยยินดีไปกับคุณ

ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณจะทันได้สังเกตไหม ว่าหลายเดือนมานี้ฉันได้หายไปเสียเฉยๆ หายไปจากโลกในทุกแอพพลิเคชั่น หายไปแม้แต่ในโลกของคุณ โลกที่ก่อนหน้านี้เราต่างสัมผัสสัมพันธ์กันฉันมิตร

ก็ชีวิตผู้ป่วยระยะสุดท้ายในโรงพยาบาลมันน่ารื่นรมย์เสียที่ไหน ใช่แล้วปราณ เกือบหนึ่งปีที่ฉันนอนต่อสู้กับไอ้โรคบ้านี่อยู่ลำพังคนเดียวในฐานะผู้ป่วยอนาถา แต่จะว่าอนาถาก็ไม่ถูกนัก ฉันยังพอมีญาติห่างๆ คนหนึ่งคอยมาเยี่ยมเยียน และเป็นธุระเรื่องต่างๆ ให้อยู่บ้าง

แน่นอนแหละว่าคุณไม่เคยรู้ ว่าฉันมีชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีพี่น้อง พ่อแม่ตายไปตั้งแต่เด็ก นั่นก็เพราะเรายังไม่เคยพูดคุยกันอย่างถึงแก่นสารใดๆ เลยน่ะสิปราณ หรือบางทีผู้คนแห่งยุคสมัยอีกจำนวนนับแสนล้านคนก็เป็นเช่นนี้ ภายใต้โลกกว้างใหญ่ไพศาล และยังรวดเร็วเกินไป มันจึงทำให้เราต่างไม่มีเวลามากพอจะทำความรู้จักกันได้อย่างจริงแท้

ดูอย่างฉันสิ หญิงสาวที่ใครต่างก็มองว่าโฉบเฉี่ยว ขบถ ไม่สนใครๆ หรืออะไร แต่ก็อีกนั่นแหละ เรื่องนี้ฉันยังแปลกใจตัวเอง ที่ในภายในหัวของฉันมันมีแต่ชื่อของคุณวนเวียนอยู่ตลอดเวลา เหมือนคนเพ้อคร่ำครวญ เหมือนคุณเป็นสายลมแปลกหน้าที่พัดผ่านมา ครั้นเมื่อผ่านไป ฉันก็ยังคงรอคอยการกลับมาอีกครั้ง และอีกครั้ง

…เพียงสามสิบห้าฤดูกาล ที่ฉันย่ำเดินอยู่บนความฝันอันทั้งหอมหวาน และปวดร้าว

มีดอกไม้ดอกหนึ่งได้ผลิบานขึ้นอย่างเงียบงันภายใต้ความจริงอันหละหลวม

แม้มันจะเป็นเป็นดอกไม้ดอกเดียวกันกับเมื่อสามสิบห้าฤดูกาลที่ผ่านมา

ถึงวันนี้ ฉันเริ่มไม่มั่นใจ ว่าดอกไม้ดอกนี้จะยังยืนหยัดทนทานไปได้อีกกี่ฤดู…

ค่ำวันหนึ่งในความสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยา หรือความบดเบลอของสติสัมปชัญญะก็สุดคาดเดา ฉันพิมพ์บทกวีสั้นๆ ชิ้นนี้ลงเฟซบุ๊ก และนั่นน่าจะเป็นความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ครั้งสุดท้ายของฉันบนโลกใบนี้

บางสิ่งเข้ามา

ตลอดระยะเวลาราวสามปีที่เราทำความรู้จัก อันที่จริงอาจเป็นฉันฝ่ายเดียวก็ได้ที่ให้ค่าความสัมพันธ์ แต่ในหมุดหมายทางความรู้สึกของฉัน ก็อยากขอเหมาเอาแล้วกันว่าเราคือคนที่รู้จักรู้ใจกันในระดับหนึ่ง

หลังจากกดส่งโพสต์สุดท้าย ฉันก็ตัดขาดกับโลกโดยสิ้นเชิง แต่ละวันที่ก้าวเท้าคืบคลานเข้ามาต่อจากนี้ คล้ายเข็มวินาทีที่เดินอ่อนแรงลงทุกวัน บางขณะฉันเหลือบขึ้นมองนาฬิกาบนผนังสีเปลือกไข่ไก่ซีดๆ ในห้องรวมผู้ป่วยหญิง เข็มวินาทีที่เดินของมันอยู่ดีๆ กลับหยุดค้างเอาดื้อๆ และบางจังหวะอีกเช่นกัน เหมือนมันหมุนทวนไปทางซ้ายของหน้าปัด ในเวลาเช่นนี้ฉันจะทำอะไรได้อีกเล่า อย่างดีก็เพียงแค่นอนฟังเสียงมันเดินไปอย่างเงียบงันภายใต้ความเงียบงันอีกชั้นหนึ่งที่สถิตอยู่ภายใน

…แต๊ก แต๊ก แต๊ก แต๊ก… เสียงแผ่วเบา และค่อยๆ จางหายไปอย่างไม่รู้ตัว

ช่วงสุดท้ายในหนึ่งชีวิตของมนุษย์เป็นเช่นไรอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัย และสถานการณ์การเผชิญหน้าของแต่ละคน สำหรับฉัน แขนขาที่เรียกว่าพอจะขยับได้ก่อนหน้านี้มีอันหนักอึ้งจนรู้สึกถึงความเบาโหวง และหายวับ ลำคอนั้นแห้งผากเหมือนแอ่งเก็บกักฝุ่นทรายร้อนระอุ และไม่มีแม้สุ้มเสียงที่หัวใจปรารถนาจะเปล่งมันออกมา กลางคืนและกลางวันหมุนวนไปอย่างไม่มีกาละ บางขณะฉันก็ฝันไปถึงเรื่องราวชีวิตครั้งเก่าก่อน ใบหน้าพ่อแม่ที่เคยเลือนรางกลับปรากฏชัด ใบหน้าเพื่อนฝูง คนรู้จักคนแล้วคนเล่าในหลากหลายช่วงตอนของชีวิตผุดโผล่มาให้น้ำตาซึม ภายใต้เปลือกตาอันมีสีสันทั้งมืดดำ เทา ส้ม ฟ้า ชมพู ขาวโพลน ฯลฯ ได้ยินเสียงพยาบาลเรียกชื่ออยู่เบาๆ หลายหน แต่ฉันก็ไร้การตอบสนองใดๆ

อาจเป็นในวินาทีสุดท้ายที่ทิ้งลมหายใจไว้ให้โลกใบนี้ พลันฉันกลับเห็นใบหน้าของคุณ ใบหน้าซึ่งถอดแบบมาจากจินตภาพของฉันที่มีต่อปราณในนวนิยาย เราสองคนคล้ายกำลังเดินกอดคอกันไปด้วยความรู้สึกสุขอย่างเต็มเปี่ยม เดินเข้าไปในหน้าหนังสือนวนิยายเล่มเล็กๆ ที่ชื่อ “นักเข้าฝัน”…

บางสิ่งเข้ามา* เป็นเรื่องราวอีกฝั่งด้านของเรื่องสั้นที่ชื่อ “บางสิ่งที่สูญหาย” (ตีพิมพ์ครั้งแรก มติชนสุดสัปดาห์ 22-28 ตุลาคม 2567)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เสียง
บางสิ่งเข้ามา | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
เวลา | กวีกระวาด : ธาร ธรรมโฆษณ์
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา : ยั่วยุและเพิ่มกำลังรบ
เมื่อหนุ่มสาวลุกฮือ : จาก ‘แมลงสาบ’ อินเดีย ถึง ‘ล้มละลาย’ ที่อินโดฯ
ดีลสหรัฐ-อิหร่าน หน้าสุดท้ายของสงคราม กับรอยยับที่ไม่คลาย
ฝ่ายค้าน ‘ขยับ-เขย่า’ ทุกแนว ท้าชน ระบอบบ้านใหญ่ ท้าท้าย รัฐน้ำเงินพันลึก?
เข้าสู่โค้งสุดท้ายสนาม กทม. ชัชชาติยังนำโด่ง ‘นอนมา’ ส้มลุ้น ส.ก. เกินครึ่ง อนุรักษนิยม เทคะแนน มัลลิกา
ดีล มะกัน-อิหร่าน กับกลุ่มประเทศอาเซียน
ทำไมดีลอิหร่านถึงถูกวิจารณ์หนัก ถึงขั้นถูกปรามาสว่าคือการ ‘ยอมแพ้’
ภาระหน้าที่ อภิรัฐมนตรี และองคมนตรี
‘เพื่อไทย’ ลุยต่อ ยื่นร่างแก้ รธน. หลังถูกภูมิใจไทย ‘เท’ ยอมปรับเนื้อหา หวังได้เสียงหนุนลุ้นรับ ‘หลักการ’