เจ้าฟ้าและสามัญชน | สองนักเรียนไทยเริ่มหวั่นไหวกับสาวรัสเซีย
คอลัมน์ Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit
เจ้าฟ้าและสามัญชน (3)
สองนักเรียนไทยเริ่มหวั่นไหวกับสาวรัสเซีย
หลังจากที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ และนายพุ่ม สองนักเรียนทุนชาวไทยรุ่นแรกที่ดั้นด้นไปเรียนวิชาการทหารในรัสเซียเมื่อ 128 ปีก่อน ได้ผ่านด่านหินในช่วงของการปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้แล้ว สถานการณ์ต่างๆของทั้งคู่ก็ดีขึ้นตามลำดับ
โดยเริ่มต้นจากการฝึกฝนภาษาใหม่จากครูสองคนตั้งแต่ยังอยู่ที่อังกฤษ
สามเดือนแรกเรียนกับครูอาร์ดาเชฟซึ่งเน้นด้านไวยากรณ์เป็นหลัก
ถัดมาคือครูเปตรอฟซึ่งช่วยให้ทั้งคู่พัฒนาภาษารัสเซียจนสามารถใช้การจริงๆ ในชีวิตประจำวันได้
เมื่อผ่านการเตรียมภาษาขั้นต้นไปแล้ว เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มจึงออกเดินทางจากอังกฤษไปยังรัสเซียผ่านภาคพื้นทวีปยุโรป โดยมีพระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) อัครราชทูตไทยประจำรัสเซีย และพระยามหิบาลบริรักษ์ร่วมทางไปด้วย
สำหรับชีวิตในโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กของรัสเซียนั้น แม้ต้องเรียนตั้งแต่เช้าจรดค่ำด้วยภาษารัสเซียล้วนๆ ทั้งในห้องเรียนและภาคสนาม แต่ทั้งคู่ก็ผ่านด่านต่างๆ มาได้ จนกระทั่งได้รับผลสัมฤทธิ์อย่างดีเยี่ยม
โดยหลังจากผ่านไป 2 ปี ผลการเรียนของทั้งคู่ก็ขยับขึ้นมาอยู่หัวแถวได้สำเร็จ
ในการสอบไล่ประจำปี เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2443 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็สอบไล่ได้เป็นที่ 2 ส่วนนายพุ่มได้ที่ 4
พอผ่านเวลามาอีก 3 ปีก็ถึงการสอบไล่ขั้นสุดท้ายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2545 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็สอบไล่ได้เป็นที่ 1 ด้วยคะแนน 11.75 จากคะแนนเต็ม 12 ส่วนนายพุ่มได้ที่ 2 ได้คะแนน 11.50
ทั้งนี้ คะแนน 11.75 ที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯทำได้นั้นถือเป็นสถิติของโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก จึงได้รับเกียรติสลักชื่อลงไปบนแผ่นศิลาอันติดอยู่ที่ข้างฝาของห้องประชุมโรงเรียนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคู่จะมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่สมาธิก็เริ่มเสีย เพราะหวั่นไหวไปกับเพศตรงข้าม ตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม
บัดนี้เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มไม่ใช่เด็กน้อย 13 ขวบที่ไม่ประสีประสาอะไรกับอิสตรีเหมือนเมื่อครั้งเดินทางมารัสเซียวันแรก เนื่องจากวันเวลาได้ล่วงผ่านมาถึง 5 ปีแล้ว ทั้งคู่จึงเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว อันเปี่ยมไปด้วยฮอร์โมนพลุ่งพล่านในวัย 18
ประกอบกับสังคมรอบตัวที่หาได้มีสาวไทยให้ใกล้ชิด แต่รายล้อมไปด้วยสาวรัสเซียเท่านั้น ดังนั้น จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ทั้งคู่จะต้องตาต้องใจสาวไทย ในขณะที่เริ่มอ่อนไหวไปกับหญิงรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ
นายพุ่มนั้นตกหลุมรักแม่หม้ายเปี่ยมเสน่ห์ชื่อว่า “คราโปวิตสกี” คหบดีที่มั่งคั่งและมีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ
บ้านของเธอเป็นศูนย์รวมผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาพบปะสังสรรค์กันอย่างคึกคัก
ซึ่งในบรรดาผู้คนมากมายที่มักแวะมาเยี่ยมเยียนที่นี่ก็มีบรรดานายทหารของรัสเซียรวมทั้งเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มด้วย
สาเหตุที่พวกทหารชอบแวะเวียนมาเที่ยวเตร่ที่บ้านของนางคราโปวิตสกี ก็เนื่องจากอดีตสามีของเธอเป็นนายทหารในกรมทหารม้าฮุสซาร์ของรัสเซียนั่นเอง เพราะฉะนั้นคราโปวิตสกีจึงสนิทสนมคุ้นเคยกับทหารเป็นปกติ
ณ ที่แห่งนี้เองที่นายพุ่มได้พบกับความรักอันปั่นป่วนรบกวนจิตใจ แต่ก็ต้องเก็บอาการให้อยู่กับร่องกับรอย
ดังความที่ปรากฏในหนังสือ “แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม” ซึ่งประพันธ์โดยหม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ และไอลีน ฮันเตอร์ บทที่ 2 ตอน “จากสยามสู่เซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก” ได้บรรยายเอาไว้ว่า
“ในช่วงเวลาดังกล่าว นายทหารหนุ่มทั้งสองยังคงไปที่แมคาวายาอูลิตชาเสมอ แต่ในตอนนี้บางครั้งนายพุ่มอาจไปคนเดียวตามลำพัง เพราะกำลังหลงรักแม่หม้ายรูปงามเจ้าของบ้านอยู่ ซึ่งก็มีทีท่าว่าจะชอบพอนายพุ่มด้วยเช่นกัน ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปกปิดและดำเนินไปอย่างเงียบๆ ด้วยอยู่ในฐานะของนายทหาร แต่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็ทรงทราบ แม้ว่าพระองค์เองจะไม่โชคดีในเรื่องของความรัก เพราะในขณะที่พระองค์ใช่ว่าจะไม่เคยข้องแวะกับหญิงสาว แต่พระองค์ก็ยังไม่มีที่หมายรักใดที่มีพระทัยแน่วแน่จริงจังด้วย”
ส่วนเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็ทรงมีใจให้กับสาวรัสเซียอีกคนหนึ่งชื่อ “นาตาชา” ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะมีอิทธิพลต่อจิตใจของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ มากพอสมควร แต่ก็ไม่ได้สานสัมพันธ์ไปจนถึงขั้นลงเอยครองคู่กัน อันปรากฏอยู่ในหนังสือแคทยาและเจ้าฟ้าสยาม ดังความที่บรรยายว่า
“หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งสนพระทัยนั้นมีนามว่านาตาชา (Nathasha) ซึ่งเคยส่งสายตาอ่อนหวานทอดสะพานให้พระองค์ จับพระหัตถ์พระองค์บีบไว้แน่นเพื่อแสดงถึงความชื่นชมรักใคร่ ซึ่งพระองค์ก็ทรงมีทีท่าสนองตอบบ้างยามพบกันตามงานเลี้ยงต่างๆ ครั้นเมื่อทรงสอบได้คะแนนสูงสุดในวิชากฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร ทรงบันทึกในสมุดบันทึกประจำวันว่า — ฉันไม่มีทางที่จะได้คะแนนต่ำไปกว่านี้ เพราะนาตาชาบอกว่าจะคิดถึงฉันตลอดเวลาระหว่างที่เรียนวิชานี้”
ถัดจากนาตาชา คนต่อมาที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงมีใจให้ก็คือ “มาธิลดา” ซึ่งเป็นดาราบัลเลต์ชื่อดังของรัสเซีย เธอเป็นสาวสวยดั่งนางฟ้า มีเสน่ห์รัดรึงใจบุรุษเพศ อีกทั้งยังมีประวัติชีวิตโลดโผนไม่ธรรมดา เธอเคยเป็นสนมลับของจักรพรรดิซาร์ในช่วงหนุ่มก่อนการอภิเษกสมรส
มาธิลดาเรียนจบจากโรงเรียนบัลเลต์หลวงของราชสำนักรัสเซีย ฉะนั้น จึงมีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกับเหล่าขุนนางและพระบรมวงศานุวงศ์มากมาย อันก่อให้เกิดเรื่องซุบซิบอื้อฉาวมากพอสมควร
โดยเนื้อความในหนังสือแคทยาและเจ้าฟ้าสยามได้บอกเล่าในส่วนนี้ว่า
“เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ยังสนพระทัยระบำปลายเท้าอย่างยิ่ง โดยที่ทรงใฝ่พระทัยหลงใหลในตัวมาธิลเด คเชสซินสกายา (Mathilde Kchessinskaya) (๒๔๑๕-๒๕๑๕) ดาราบัลเลต์ชื่อดัง ซึ่งคาร์ซาวินา (Karsavina) เคยเขียนไว้ใน Theatre Street ว่า ทั้งเธอและโอลกา เปรโอบราเจนสกายา (Olga Preobrajenskaya) (๒๔๑๔-๒๕๐๕) – เป็นดาวดวงเด่นของโรงเรียนบัลเลต์หลวง”
และอีกย่อหน้าหนึ่งซึ่งระบุว่า “คเชสซินสกายาเคยเป็นสนมลับของจักรพรรดิซาร์ก่อนที่จะทรงอภิเษกสมรส และต่อมามีความสัมพันธ์กับเจ้านายเชื้อพระวงศ์ระดับแกรนด์บุ๊กอีกหลายพระองค์ ภายหลังจึงแต่งงานกับแกรนด์บุ๊กอังเดร วลาดิมิโรวิช (Grand Duke Andrei Vladimirovitch) (๒๔๒๒-๒๔๙๗)”
สำหรับรูปร่าง หน้าตา ลักษณะนิสัย ตลอดจนบุคลิกภาพของมาธิลดาเป็นอย่างไรนั้น ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ และไอลีน ฮันเตอร์ ได้บรรยายไว้โดยอ้างอิงจากหนังสือของคาร์ซาวินามาอีกต่อหนึ่งว่า “รูปร่างบอบบางงดงาม มีชีวิตชีวา อารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส เป็นคนชอบสนุกสนาน เธอสามารถที่จะอยู่ในงานปาร์ตี้ได้ดึกดื่นค่อนคืน ด้วยความสดชื่นรื่นเริง ไม่แสดงท่าทีเบื่อหน่ายหรือหงุดหงิด เธอไม่เพียงแต่มีความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างน่ามหัศจรรย์เท่านั้น แต่ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจสูงเต็มไปด้วยพลัง ช่วง 9 เดือนก่อนหน้ากำหนดการแสดง เธอจะงดรับเชิญไปออกงานใดๆ แต่จะใช้เวลาเพื่อฝึกซ้อมวันละหลายชั่วโมง เข้านอน 4 ทุ่ม และควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ไม่ดื่มแม้แต่น้ำตลอดทั้งวันก่อนการแสดง”
(อ่านต่อฉบับหน้า)
