บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกญี่ปุ่น (参院選挙) ปี 2025
วันที่ 3 กรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประกาศตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก (参院選挙) ซึ่งจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วประเทศวันที่ 20 กรกฎาคม 2025 ครั้งนี้ ผู้สมัครมีเวลาตระเวนหาเสียงเพียง 17 วันเท่านั้น
วุฒิสมาชิกญี่ปุ่นอยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี กำหนดให้ทุกๆ 3 ปี สมาชิกกึ่งหนึ่งต้องออกตามวาระเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ การเลือกตั้งวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ นับเป็นครั้งที่ 27 ต่อจากครั้งที่แล้ว เดือนกรกฎาคม ปี 2022 ซึ่งอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายฟูมิโอะ คิชิดะ ภายหลังเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม ปี 2021
วุฒิสมาชิกญี่ปุ่นมีจำนวนรวม 248 คน แบ่งเป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกแบบแบ่งเขต 選挙区 45 เขตทั่วประเทศ รวม 75 คน และระบบสัดส่วน 比例代表 50 คน ในครั้งนี้มีวุฒิสมาชิกหน้าใหม่ 125 คน
ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกต้องมีอายุ 30 ปีขึ้นไปและเลือกลงสมัครแบบแบ่งเขต หรือแบบสัดส่วนได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่เหมือนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนที่ต้องมีอายุ 25 ปีขึ้นไป และมีสิทธิ์ลงสมัครได้ทั้ง 2 แบบในคราวเดียว
ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เหมือนกันทั้งการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ผู้มีสิทธิ์หนึ่งคนมีสิทธิ์กาบัตร 2 ใบ คือเลือกคนและเลือกพรรค (หรือบัญชีรายชื่อ)
ในครั้งนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรวม 522 คน ลดลงจากครั้งที่แล้ว 27 คน แบ่งเป็นแบบแบ่งเขต 350 คน สำหรับ 75 ที่นั่ง และแบบสัดส่วน 172 คน สำหรับ 50 ที่นั่ง
ในจำนวนนี้เป็นผู้สมัครหญิงเกือบ 30% รวม 152 คน
พรรครัฐบาล คือ พรรคแอลดีพี 自民党 และพรรคร่วม คือพรรคโคเม 公明党 มีจำนวนวุฒิสมาชิกที่ยังคงอยู่ในวาระต่อไป 非改選 รวมกัน 75 ที่นั่ง (62 + 13 ตามลำดับ) ดังนั้น เป้าหมายคือ 50 ที่นั่งเป็นอย่างต่ำ เพื่อให้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งให้ได้
ส่วนพรรคฝ่ายค้านทั้งพรรคใหญ่และเล็ก มีวุฒิสมาชิกที่ยังคงอยู่ในวาระรวมกัน 48 ที่นั่ง เป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ คือ 77 ที่นั่ง
พรรครัฐบาลภายใต้การนำของนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรี รวมกับพรรคโคเม มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคม 2024 ไม่เกินกึ่งหนึ่งอย่างเด็ดขาด เป็นรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง พรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย 立憲民主党 มีเสียงเพิ่มขึ้น มีความเข้มแข็งมาก ภายใต้การนำของนายโยชิฮิโกะ โนดะ 野田佳彦 ดังนั้น การประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งปิดสมัยประชุมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ร่างกฎหมายหลายฉบับผ่านไปได้ด้วยเสียงส่วนหนึ่งของพรรคฝ่ายค้าน
จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งนี้ พรรครัฐบาลไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง การบริหารงานคงยิ่งยากขึ้นไปอีกสำหรับนายอิชิบะ และอาจนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองญี่ปุ่นได้
การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งที่แล้ว เดือนกรกฎาคม ปี 2022 นายคิชิดะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคแอลดีพีในขณะนั้น สามารถคว้าชัยชนะมาอย่างลอยลำ พรรคแอลดีพีเพียงพรรคเดียวก็ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 63 ที่นั่งแล้ว เมื่อรวมกับวุฒิสมาชิกที่ยังอยู่ในวาระ 56 ที่นั่ง เท่ากับ 119 ที่นั่ง ได้เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนหน้า 8 ที่นั่ง
ยิ่งเมื่อรวมจำนวนของพรรคร่วม คือ พรรคโคเม อีก 27 ที่นั่ง จึงมีวุฒิสมาชิก 146 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2019 จำนวน 7 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคฝ่ายค้านที่มีรวมกัน 102 ที่นั่ง
ทำให้รัฐบาลนายคิชิดะคุมเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จทั้ง 2 สภา สามารถบริหารงานได้อย่างมั่นใจตั้งแต่นั้นมา
จนต้องมาเผชิญกับปัญหาสั่นคลอนอย่างหนัก เรื่อง “เงินทอน” และการลงบัญชีรายรับ-รายจ่ายภายในพรรคแอลดีพีอย่างไม่โปร่งใส
(อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “เรื่อง ‘เงินทอน’ ของพรรครัฐบาลญี่ปุ่น” มติชนสุดสัปดาห์ 9 กุมภาพันธ์ 2567)
ในครั้งนี้ นโยบายหลักสำคัญในการหาเสียงของแต่ละพรรคหนีไม่พ้นเรื่องปากท้องของประชาชน ข้าวสารแพงขึ้นกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า ค่าไฟฟ้า ราคาพลังงานสูงขึ้น รายได้วิ่งตามไม่ทันค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก
พรรคฝ่ายค้านชูนโยบายลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าจำพวกอาหาร เหลือ 0% มีวงเงินคนละ 2 หมื่นเยน เป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เมษายน 2026 เป็นต้นไป และลดภาษีอื่นๆ อีก
นายอิชิบะ นายกรัฐมนตรี ติงนโยบายนี้ว่า จะนำเงินงบประมาณก้อนใหญ่จากส่วนใดมาชดเชย พรรครัฐบาลเสนอ “แจกเงิน” 2 หมื่นเยนให้แก่ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ถึงเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้ ให้เงินช่วยเหลือครอบครัวที่มีบุตร เป็นต้น ซึ่งเป็นการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนกว่า
อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์ว่า ล้วนเป็นการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หวังผลระยะสั้นเฉพาะหน้า ควรคิดนโยบายระยะยาวที่เป็นรูปธรรมด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะสังคมผู้สูงวัยและเด็กเกิดน้อย กำลังเป็นปัญหาใหญ่และเป็นภาระหนักสำหรับคนวัยทำงานขณะนี้
นอกจากนี้ ผู้คนยังละทิ้งชนบทพากันมุ่งหน้าสู่โตเกียว ชนบทกำลังอ่อนแรงกลายเป็นชุมชนร้าง
นอกจากนี้ ผลการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกา ที่จะสิ้นสุดระยะผ่อนผันในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ย่อมมีผลอย่างมากต่อสินค้าอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน สหรัฐอเมริกาจะยอมปรับลดภาษีนำเข้าลงตามที่ญี่ปุ่นร้องขอหรือไม่
พรรคฝ่ายค้านนำประเด็นนี้มาโจมตีความสามารถในการเจรจาของรัฐบาลด้วย
คาดการณ์กันว่า การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งนี้ เขตที่มีสมาชิกได้ 1 คน มีจำนวนรวม 32 เขตทั่วประเทศ มีความเป็นไปได้สูงที่พรรคฝ่ายค้านจะได้ชัยชนะ หากเป็นพันธมิตรกันและไม่แย่งคะแนนกันเอง
พรรครัฐบาลยังมีจุดอ่อนที่แสดงถึงความอ่อนแอ คะแนนนิยมตกต่ำอีก คือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาโตเกียว 東京都議選 เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พรรคแอลดีพีก็พ่ายแพ้ ได้ที่นั่งลดลงจากเดิม มิหนำซ้ำ การสำรวจคะแนนนิยมพรรครัฐบาลครั้งล่าสุด ประจำเดือนมิถุนายน คะแนนสนับสนุนรัฐบาล 37% ไม่สนับสนุน 57% คะแนนตกต่ำลงอย่างมาก
สื่อญี่ปุ่นหลายสำนักชี้ว่า การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งนี้จะเป็นการให้โอกาสประชาชนได้เลือกข้างระหว่างพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านที่เข้มแข็งขึ้น
รัฐบาลที่มีเสียง ส.ส.ปริ่มน้ำ…
แล้วเสียงวุฒิสมาชิกจะเป็นเช่นไร?
