บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
คนญี่ปุ่น “รุ่นยุคธารน้ำแข็ง”(氷河期世代)หมายถึง คนที่จบการศึกษาทั้งระดับมัธยมปลาย อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย ฯลฯ ที่ต้องหางานทำในช่วงหลังยุคฟองสบู่แตก(バブル崩壊)คือหลังปี 1985 เป็นต้นมา
วิกฤตเศรษฐกิจญี่ปุ่นรุนแรงและยาวนาน เมื่อฟองสบู่แตก บริษัทต่างๆ เผชิญปัญหาทางการเงิน จ้างงานลดลงมาก เมื่อจำเป็นต้องจ้างงาน ก็ให้เงินเดือน ค่าตอบแทนต่ำ หรือเลี่ยงด้วยการจ้างเป็นพนักงานชั่วคราวไปเรื่อยๆ แทนการจ้างเป็นพนักงานประจำที่บริษัทต้องมีสวัสดิการต่างๆ ให้ตามกฎหมาย
คนรุ่นนี้ ปัจจุบันอายุประมาณ 40-55 ปี ใกล้จะถึงวัยเกษียณกันแล้ว และมีจำนวนมากที่ยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ ไม่มั่นคงด้านการงานและการเงิน คาดว่ามีประมาณ 1.7 ล้านคน
ตามรายงานของกระทรวงศึกษาและวิทยาศาสตร์(文部科学省)ของญี่ปุ่น อัตราการมีงานทำของนักศึกษาจบมหาวิทยาลัย ในช่วงหลังฟองสบู่แตกหลังปี 1985 เป็นต้นมา มีอัตราลดลงทุกปี ในปี 1998 ลดฮวบลงเหลือเพียง 60.1% ปีถัดมาก็ลดลงอีก เหลือ 55.8% ถึงปี 2002 หนักที่สุด ลงสู่จุดต่ำสุดที่ 55.1%
หมายความว่า ผู้จบการศึกษา 100 คน มีเพียง 55 คนเท่านั้นที่ได้งานประจำทำ
สถานการณ์ค่อยกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยในปี 2004 แต่ก็ยังคงต่ำกว่า 60% ในปี 2005-2006 ค่อยๆ เขยิบขึ้น 63-68%
ถ้ายังหางานทำไม่ได้ คงมีคนคิดเรียนต่อปริญญาโท เพื่อรอให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้าง ค่อยกลับไปหางานทำกระมัง?
จากสถิติ มีนักศึกษาเรียนต่อปริญญาโทในปี 1999-2003 เพียง 10-11%
หมายความว่า ในช่วงเวลาสิบกว่าปีหลังฟองสบู่ญี่ปุ่นแตก มีนักศึกษาจบใหม่ราว 30% ที่ไม่มีงานทำและไม่ได้เรียนต่อ หรืออีกนัยหนึ่ง “เดินเตะฝุ่นไปวันๆ”
นักศึกษาที่ต้องหางานโดยเฉพาะในช่วงระหว่างปี 1993-2004 ซึ่งมีอัตราการจ้างงานต่ำมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เกิดในช่วงปี 1974-1983 ขณะนี้อยู่ในวัยกลางคนของการทำงาน
รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกผู้อยู่ในช่วงวัยนี้ว่า “รุ่นยุคธารน้ำแข็ง”(氷河期世代)ต้องฟันฝ่าความยากลำบากในการหางานทำเลี้ยงชีพ
มีสถิติเพิ่มเติมว่า คนรุ่นนี้ขณะที่มีอายุ 20 ปี ผู้ชายที่ได้งานทำมีอัตราต่ำกว่าคนที่เกิดก่อนหน้านั้น 2 ช่วงวัย คือ คนที่เกิดระหว่างปี 1954-1963 และปี 1964-1973 ราว 6-8% หากพิจารณาจากอัตราการได้เป็นพนักงานประจำของคนรุ่นนี้เมื่ออายุราว 30 ปี ก็ต่ำกว่าคน 2 รุ่นก่อนประมาณ 10% จนอายุราว 40 ปี จึงมีอัตราพอๆ กันกับคนรุ่นก่อน
อธิบายได้ว่า หากพลาดโอกาสได้งานทำเป็นพนักงานประจำในตอนหนุ่มขณะนั้นไปเสียแล้ว โอกาสที่กว่าจะได้เป็นพนักงานประจำต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียว ต้องเป็นพนักงานชั่วคราวไปเรื่อยๆ รอวันเวลาได้เป็นพนักงานประจำที่มีเงินเดือนและสวัสดิการเต็มจำนวน หรืออาจไม่ได้เป็นเลยก็ได้ อายุเพิ่มขึ้น ไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไม่ต้องคิดไปถึงวัยชราที่อ่อนแรง เงินเก็บไม่พออยู่รอด หนาวเหน็บดุจอยู่ในธารน้ำแข็ง!
คนที่ได้งานทำในช่วงเวลานั้น ได้รับเงินเดือนไม่สูง เงินเดือนอาจจะขึ้นบ้างแต่ก็ช้าเหลือเกิน ก้มหน้าก้มตาทำงานมาอย่างอดทน กอดงานไว้อย่างเหนียวแน่น ใช้จ่ายอย่างกระเหม็ดกระแหม่ เงินเก็บก็มีน้อยนิด
ผ่านพ้นช่วงวิกฤตทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น จนบัดนี้เข้าสู่วัยกลางคนแล้ว สิ่งที่ทุกคนต่างก็วิตกกังวลอย่างมากคือ ชีวิตหลังเกษียณเมื่อไม่ได้ทำงานแล้ว จะยังชีพต่อไปได้อย่างไรจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ที่ยังไม่ตายง่ายๆ เพราะอายุยืนกว่าเดิม
มีตัวเลขที่เปิดเผยว่า คนรุ่นนี้ที่เริ่มไม่มีงานทำแล้ว หรือทำเพียงงานพาร์ตไทม์ มีรายได้ไม่พอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือมีอยู่ถึง 8 แสนกว่าคน
นักเศรษฐศาสตร์ โทชิฮิโร นางาฮามา แห่งสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์ไดอิชิ เซเม(第一生命経済研究所) ผู้เป็นหนึ่งในคนรุ่นยุคธารน้ำแข็ง สามารถฝ่าด่านหิน หางานทำได้ในปี 1995 ยอมรับว่าตนเองเป็นรุ่นที่ได้รับผลกระทบหนักมาก การเรียนให้จบมหาวิทยาลัยเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตอย่างหนึ่ง เมื่อทำสำเร็จแล้วยังต้องต่อสู้แย่งชิงงานที่มีอยู่เพียง 60% เท่านั้น
แม้ว่ารัฐบาลไม่ลืมความยากลำบากของคนรุ่นนี้ เริ่มมีโครงการให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่กลางปี 2019 โดยกระตุ้นให้บริษัทจัดหางานเร่งแนะนำงานที่เหมาะสม ช่วยอบรมและเพิ่มความสามารถด้านต่างๆ ที่ทันสมัยให้แก่คนรุ่นนี้ ซึ่งกำลังย่างเข้าสู่วัยกลางคน ความรู้ความชำนาญต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่ทันกับยุคสมัยเสียแล้ว
แต่ความช่วยเหลือก็ยังไม่เห็นผลชัดเจน
เดือนเมษายน ปี 2025 นายชิเงรุ อิชิบะ(石破茂)นายกรัฐมนตรี แถลงในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือแก่คนรุ่นนี้ มีนโยบายสำคัญ 3 ประการ คือ พิจารณาความช่วยเหลืออย่างจริงจังเพื่อเตรียมคนรุ่นนี้สู่วัยชราในอนาคต เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เพื่อได้รับค่าจ้างและสวัสดิการเพิ่มขึ้น และส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคม
นายอิชิบะกล่าวว่า เป็นความช่วยเหลือเร่งด่วนและจะพยายามทำอย่างเต็มกำลัง ครอบคลุมถึงความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ ความช่วยเหลือให้มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม การมีรายได้ต่อเนื่อง มีเงินเก็บออมเพื่อวัยชรา เป็นต้น
แน่นอนว่า นอกจากนโยบายการให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่มีบุตร ช่วยค่าครองชีพแก่ครอบครัวรายได้น้อยแล้ว พรรคแอลดีพี?????ของรัฐบาลต้องชูนโยบายให้ความช่วยเหลือแก่คนรุ่นนี้อย่างจริงจัง ในการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในวันที่ 20 กรกฎาคม 2025 นี้
ทุกข์ของคนญี่ปุ่น “รุ่นยุคธารน้ำแข็ง”(氷河期世代)จะคลายลงบ้างหรือไม่?
