บทความพิเศษ สุภา ปัทมานันท์
พรรคฝ่ายค้าน(野党)ญี่ปุ่น
มีชัยเหนือพรรครัฐบาล(与党)
การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกญี่ปุ่น วันที่ 20 กรกฎาคม 2025 ผ่านพ้นไปแล้ว จำนวนวุฒิสมาชิกกึ่งหนึ่งที่ครบวาระ 125 คน พรรคแอลดีพี(自民党)ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และพรรคโคเม(公明党)พรรคเล็กร่วมรัฐบาล มีวุฒิสมาชิกที่ยังอยู่ในวาระ(非改選)รวมกัน 75 ที่นั่ง ในครั้งนี้จำเป็นต้องทำให้ได้อย่างน้อย 50 ที่นั่งจึงจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง (อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกญี่ปุ่น” มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 11-17 กรกฎาคม 2025)
ก่อนการเลือกตั้ง มีการคาดการณ์กันแล้วว่าพรรคแอลดีพี คงทำไม่ได้
ผลที่ออกมา ไม่ผิดจากที่หลายฝ่ายคาดกันไว้!
พรรคแอลดีพี ภายใต้การนำของ นายชิเงรุ อิชิบะ(石破茂)นายกรัฐมนตรี ทำได้ 39 ที่นั่ง พรรคโคเม 8 ที่นั่ง รวมกัน 47 ที่นั่ง ไม่ถึงเป้าหมายอย่างน้อย 50 ที่นั่ง เมื่อรวมกับ 75 ที่นั่งเดิม เท่ากับ 122 ที่นั่ง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของวุฒิสภาคือ 125 ที่นั่ง ต้องพ่ายแพ้ต่อพรรคฝ่ายค้านหลายพรรคและผู้สมัครที่ไม่สังกัดพรรค ซึ่งรวมกันได้ 126 ที่นั่ง เกินกึ่งหนึ่ง เสียงในวุฒิสภาจึงตกไปอยู่ในมือของฝ่ายค้านเสียแล้ว
ก่อนการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาโตเกียว(都議選)เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาหรือเพิ่งหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ พรรคแอลดีพีก็พ่ายแพ้อีก ได้เสียงน้อยลงกว่าเดิมมาก
ทั้งนี้ รัฐบาลของนายอิชิบะ เป็นรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำรวม 215 ที่นั่งในรัฐสภา ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง (233 ที่นั่ง) จากการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2024 คะแนนส่วนใหญ่เทไปที่พรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง คือ พรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย(立憲民主党)ได้มากถึง 148 ที่นั่ง
แพ้ครั้งที่หนึ่ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน แพ้ครั้งที่สอง การเลือกสมาชิกสภาโตเกียว และแพ้ครั้งที่สาม การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แสดงถึงความไม่เชื่อมั่นในพรรครัฐบาลแล้วอย่างชัดเจน
“แพ้แล้ว แพ้อีก และแพ้ซ้ำอีก” ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
น่าผิดหวังกับพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง พรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย ได้มาเพียง 22 ที่นั่ง เสียที่นั่งให้กับพรรคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(国民民主党) ได้ 17 ที่นั่ง และพรรคน้องใหม่ดาวรุ่งมาแรงคือ พรรคซันเซ 参政党 ได้ 14 ที่นั่ง มีสมาชิกที่อยู่ในวาระอีก 1 ที่นั่ง รวม 15 ที่นั่ง แซงหน้าพรรครุ่นพี่อื่นๆ สามารถผงาดขึ้นเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับสาม และเสนอร่างกฎหมายได้
นายโซเฮ คามิยา(神谷宗幣)วัย 48 ปี หัวหน้าพรรค ก่อตั้งพรรคซันเซ เดือนเมษายน ปี 2020 ได้ 2 ที่นั่งในการเลือกวุฒิสมาชิกในปี 2022 และได้ 3 ส.ส.แบบสัดส่วนในการเลือกตั้งทั่วไป เดือนตุลาคม 2024 ที่ผ่านมานี้เอง
นายคามิยา จุดกระแสอนุรักษนิยมให้คนญี่ปุ่น “คนญี่ปุ่นมาก่อน”(日本人ファースト)หรือ “Japanese First” ชูประเด็นการหาเสียง ปัญหาจากคนต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ คนญี่ปุ่นกว่า 68% เห็นด้วยว่าควรเข้มงวดกับคนต่างชาติตั้งแต่การเข้าเมือง การอยู่เกินกำหนด นักท่องเที่ยวมาก่อความเดือดร้อน คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นก่ออาชญากรรมเป็นภัยต่อคนญี่ปุ่น การถือครองอสังหาริมทรัพย์ คนญี่ปุ่นต้องทำงานร่วมกับแรงงานต่างชาติ งบประมาณก้อนใหญ่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาต่างชาติ ขณะที่นักศึกษาญี่ปุ่นต้องทำงานหาเงินเรียนเอง หรือกู้หนี้เพื่อการศึกษาและใช้คืนเมื่อทำงานได้แล้ว เป็นความเหลื่อมล้ำอย่างยิ่ง ฯลฯ
ได้ใจคนหนุ่มสาววัย 20-30 ปี เทคะแนนเพิ่มให้พรรคในการเลือกแบบสัดส่วนหรือเลือกพรรค(比例代表)อีกด้วย
นายอิชิบะแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้นเมื่อทราบผลอย่างเป็นทางการ ยอมรับผลการเลือกตั้งแม้จะทำไม่ได้เกินกึ่งหนึ่ง แต่พรรคแอลดีพียังเป็นพรรคที่ได้รับคะแนนอันดับหนึ่ง (39 เสียง) จะไม่ยอมให้การบริหารงานของรัฐบาลต้องสะดุดหยุดชะงักอย่างเด็ดขาด ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่กำลังเจรจาภาษีนำเข้ากับสหรัฐอเมริกา จะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป แม้ว่าจะมีเสียงข้างน้อยทั้งสองสภาก็ตาม
เมื่อนายอิชิบะยืนยันจะ “ไปต่อ” ไม่ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งผิดไปจากธรรมเนียมปฏิบัติ จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านต่างก็ตำหนิว่า นายอิชิบะด้อยค่าเสียงของประชาชน จากการประชุมทางไกลของ ส.ส.รุ่นหนุ่มสาวของพรรคแอลดีพี 46 จังหวัดทั่วประเทศ ได้ยื่นบันทึกเรียกร้องให้นายอิชิบะแสดงความรับผิดชอบ
นายอิชิบะทนฟังเสียงวิจารณ์ได้ 2 วัน เช้าวันที่ 23 กรกฎาคม ก็มีข่าวดีข่าวใหญ่มาช่วย คือ ผลการเจรจาภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกาตกลงกันได้ที่ 15% และภาษีนำเข้ารถยนต์ 15% โดยญี่ปุ่นต้องลงทุนในสหรัฐอเมริกา 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้าข้าวจากสหรัฐอเมริกา ปีละ 77,000 ตัน ฯลฯ ตลาดหุ้นนิกเคอิพุ่งขึ้นรับข่าวนี้ถึง 1,396 จุด นายอิชิบะหายใจโล่งอกได้ในช่วงเช้านี้ สาธารณชนคาดว่าข่าวนี้ทำให้นายอิชิบะหมดข้อแก้ตัวที่จะ “ไปต่อ” แล้ว
ช่วงบ่ายวันที่ 23 กรกฎาคม มีการประชุมร่วมระหว่างนายอิชิบะ กับอดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคแอลดีพี 3 คน คือ นายฟุมิโอะ คิชิดะ นายโยชิฮิเดะ สุงะ และนายทาโร อาโสะ นับเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมระดับผู้นำถึง 4 คนเช่นนี้ เป็นสัญญาณว่าคงเป็นการกดดันนายอิชิบะ
แต่…นายอิชิบะให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีการพูดถึงการลาออกเลย เพียงแต่ร่วมกันพิจารณาถึงผลการเลือกตั้ง (จริงหรือ?)
กระแสการกดดันให้นายอิชิบะลาออกไม่เบาลง คาดว่าอาจต้องยืดเวลาออกไปก่อนอีกไม่เกินหนึ่งเดือน เนื่องจากในวันที่ 6 วันที่ 9 และวันที่ 15 สิงหาคม รัฐบาลจัดพิธีรำลึกวันที่ญี่ปุ่นถูกทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ และวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธี
ต่อจากนั้น ปลายเดือน พรรคแอลดีมีกำหนดการประชุมพิจารณาผลการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าเป็นจังหวะเหมาะกดดันให้นายอิชิบะลาออกจากตำแหน่ง หรือหากไม่ยอมอีก อาจต้องใช้ระเบียบข้อบังคับของพรรคมาบีบ
ลุ้นกันหนักว่า หัวหน้าพรรคแอลพีคนต่อไปจะเป็นใคร? และพรรคแอลดีพีที่อ่อนแรง จะเป็นพรรครัฐบาลได้อีกหรือไม่?
การเมืองญี่ปุ่นมาถึงจุดพลิกผันแล้ว! …
หมายเหตุ : บทความนี้เขียนขึ้น ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2568
