bg-single

80 ปีญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2(戦後80年): เจ้าสาวสงคราม(戦争花嫁)

11.08.2025

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

เดือนสิงหาคม 2025 เป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นรำลึกถึงการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง(戦後)ครบ 80 ปี

หากนับจำนวนคนญี่ปุ่นที่เคยมีประสบการณ์ผ่านสงครามโลกและยังมีชีวิตอยู่จนบัดนี้ น่าจะมีเหลือจำนวนไม่ถึง 10% คนส่วนใหญ่ของประเทศอีกกว่า 90% ไม่มีประสบการณ์ตรงถึงความโหดร้ายของสงคราม ได้แต่ฟังคำบอกเล่า อ่านบันทึก ดูภาพถ่าย ฯลฯ

สื่อต่างๆ จึงมีความพยายามที่จะทำหน้าที่เชื่อมต่อประสบการณ์เหล่านั้นให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ ได้ตระหนักถึงสันติภาพ ไม่มีสงครามอีกต่อไป

ในการนี้ทำหน้าที่นี้ จำเป็นต้องค้นหาผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่มาถ่ายทอดความทรงจำ ตลอดจนเป็นตัวอย่างของการก้าวข้ามความยากลำบากทั้งด้านวัตถุและความรู้สึกเกลียดชัง เหยียดหยาม อันเป็นผลจากสงคราม ต้องพยายามมีชีวิตอยู่ให้ได้

ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นผู้สูงวัยอายุเกิน 90-100 ปีกันแล้ว

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีตัวเลขของสาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับทหารอเมริกันที่มาประจำที่ญี่ปุ่นในช่วงสงคราม แล้วไปอาศัยอยู่สหรัฐอเมริกามากกว่า 45,000 คน เป็น “เจ้าสาวสงคราม”(戦争花嫁)

คุณยาย เคียวโกะ ฮาน วัย 94 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น สาวญี่ปุ่นวัย 20 ปี ผู้พบรักและแต่งงานกับทหารอเมริกัน แฟรงก์ ฮาน ที่มาประจำการที่ญี่ปุ่น แล้วพากันเดินทางไปสหรัฐอเมริกาพักอาศัยที่โอไฮโอ

เมื่อเดือนธันวาคม 2022 สถานีโทรทัศน์ทีบีเอสได้ทำสารคดีเกี่ยวกับ “เจ้าสาวสงคราม วัย 91 ปี” คือเรื่องราวของคุณยาย เคียวโกะ

มาครั้งนี้ได้ทำเป็นภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้น นำแสดงโดย นาโอะ(奈緒)นางแบบ ดารา พรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง วัย 30 ปี รับบทคุณยาย เคียวโกะ

เธอเดินทางไปสหรัฐ พร้อมกับผู้กำกับฯ ริวทาโร คาวาชิมา(川嶋龍太郎)ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ของคุณยาย เพื่อพูดคุยรับฟังประสบการณ์ที่ถ่ายทอดโดยตรงจากคุณยายก่อนการถ่ายทำ

ได้เข้าใจความรู้สึกที่ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกรังเกียจ และการมีอคติของผู้คนในเวลานั้นต่อสาวญี่ปุ่นประเทศศัตรูคู่ขัดแย้งที่แต่งงานกับชายอเมริกัน

ปี 1945 ผ่านมา 80 ปีแล้ว ขณะนั้นคุณยาย เคียวโกะ อายุ 14 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ที่มีการโจมตีรุนแรง บ้านเมืองเสียหายหนัก ไม่เหลืออะไรเลย งุนงงไปหมดราวกับชีวิตต้องจบลงตรงนั้น รู้สึกเกลียดสงครามมาก

คุณยายทำงานในฐานทัพสหรัฐ จึงได้รู้จักกับทหารหนุ่มฮานซึ่งขอให้เธอพาเที่ยวนอกฐานทัพ

เธอปฏิเสธหลายครั้ง ไม่ได้ๆ เพราะว่าขณะนั้นผู้หญิงญี่ปุ่นที่เดินกับทหารอเมริกันถูกมองว่าเป็น “โสเภณี” แต่ความดีของทหารหนุ่มชนะใจจนเธอยอมแต่งงานและตามไปสหรัฐ

ที่สหรัฐ เธอก็ต้องพบกับการดูถูก รังเกียจ คนญี่ปุ่น คนเอเชีย สาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ ที่แต่งงานกับทหารอเมริกันผิวสี ต้องพบความรู้สึกรุนแรงกว่านี้มาก เมื่อเธอมีลูกชายคนแรกที่มีผมสีดำ ญาติสามีรังเกียจว่าช่างไม่มีเชื้อสายอเมริกันเลย!

คุณยาย เคียวโกะ มีความภูมิใจในตัวเอง หยิ่งในศักดิ์ศรีของคนญี่ปุ่น และเข้มแข็งมาก สามารถก้าวข้ามอคติในชาติพันธุ์ และชนชาติแพ้สงคราม สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับคนต่างเชื้อชาติในขณะนั้นมาได้

เธอบอกว่า ฉันต้องเป็นผู้หญิงญี่ปุ่นที่คนอเมริกันภูมิใจให้ได้ อุทิศตัวทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีของคนสองชาติตั้งแต่นั้นมาจนปัจจุบัน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายให้ชมเป็นครั้งแรกปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่โรงเรียนมัธยมเดิมที่คุณยายเคยเรียน นักเรียนหญิงคนหนึ่งบอกว่า คุณยายสามารถเอาชนะความเกลียดชัง เหยียดหยามของคนรอบข้างมาได้ เป็นตัวอย่างคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต รู้สึกประทับใจมาก

ภาพยนตร์มีกำหนดฉายในเดือนสิงหาคมหลายแห่งในโตเกียว เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

คุณทวด เซน เก็นชิทสึ(千玄室)วัย 102 ปี อดีตทหารเรือในสงครามมหาเอเชียบูรพา เล่าทั้งน้ำตา ด้วยเสียงสั่นเครือ เมื่อรำลึกถึงความหลังว่า “ทหารหนุ่มหลายชีวิต เพื่อนร่วมรบต้องสละชีพไปในวันนั้น ไม่มีใครแล้ว เหลือเพียงผมคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่รอดมาถึงวันนี้”

ช่วงปี 1943 ญี่ปุ่นเริ่มเพลี่ยงพล้ำ จำเป็นต้องเพิ่มกำลังทหารจำนวนมากโดยเร่งด่วน ต้องเกณฑ์นักศึกษาเข้าเป็นทหารบกและทหารเรือ คุณทวดเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น เข้าประจำการกองทัพเรือ ผ่านไปถึงเดือนมีนาคม 1945 ได้อาสาเข้าสังกัดกองบินจู่โจมพิเศษ ภาพของเครื่องบินรบบรรทุกระเบิดมุ่งเป้าไปที่เรือรบ ความโหดร้ายของสงครามยังติดตาจนวันนี้

คุณทวด เซน เก็นชิทสึ เป็นทายาทรุ่นที่ 15 ของ เซนโนะริคิว(千利休)(1522-1591) ปรมาจารย์ด้านการชงชาญี่ปุ่น????ผู้ถูกโชกุน โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ สั่งให้ทำการคว้านท้องตัวเอง

คุณทวดเล่าว่า เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม รู้สึกเศร้าเสียใจหนักมาก เสียเกียรติและอับอาย แต่ฉุกคิดได้ว่าเราผู้เป็นทายาทของตระกูลใหญ่ในอดีต อุตส่าห์รอดชีวิตมาได้ ทำไมจะมาปลิดชีพตัวเองเสียอีกเล่า

ยิ่งนึกถึงหน้าเศร้าๆ ของแม่ผู้รอคอยการกลับมาของลูกชายขึ้นมาทีไร ก็คิดว่าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้

เสียงร่ำไห้ของเพื่อนร่วมรบที่ต่างก็อยากกลับไปพบหน้าพ่อแม่ยังดังก้องอยู่ในความทรงจำทุกวันนี้

หลังสงครามสิ้นสุดลง คุณทวด เซน จึงตั้งใจทำหน้าที่สืบทอดพิธีชงชาญี่ปุ่นแห่งสำนัก “อุระเซนเงะ”(裏千家)ของตระกูล ตั้งมั่นว่าจะเชื่อมโยงจิตใจของผู้คนเข้าด้วยกัน ด้วยการให้เกียรติกันผ่านความอ่อนโยน สงบ เยือกเย็น ใน “พิธีชงชา” ของญี่ปุ่น เมื่อจิตใจอ่อนโยนลง คนต่างชาติ ต่างศาสนา คงไม่คิดจะทำสงครามกัน

ในปี 1975 คุณทวด เซน มีโอกาสถวายชาที่ตัวเองตั้งใจชงขึ้น แด่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ปี 1992 ประธานาธิบดีมิคาอิล กอร์บาชอฟ แห่งสหภาพโซเวียต และอาคันตุกะสำคัญของญี่ปุ่นอีกหลายท่าน

“ชา”(お茶)ของคุณทวด เซน ได้ทำหน้าที่ด้านวัฒนธรรม และเป็นสื่อทางใจให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าญี่ปุ่นรักสงบ แทน “อาวุธ”(武器)ที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายในอดีต

จากทหารกล้าในหน่วยจู่โจมพิเศษสู่ปรมาจารย์พิธีชงชา เวลา 80 ปีที่รอดชีวิตมาได้ต้องไม่สูญเปล่า!

80 ปีผ่านมาแล้ว แต่สงครามยังไม่สิ้น…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกันตน
ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
คาร์ล – เจนนี่ด้วยรักและอุดมการณ์มาร์กซ์ – เองเกลส์สหายรัก – ร่วมอุดมการณ์
อสังหาฯ กลางปี 2569
MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตในไทย-ใส่ออปชั่นเต็มเหนี่ยว
719 ทัพไทยสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ เป้าหมาย 12 ทองวัดระบบที่ยั่งยืน
มะระแม้ว ของดีเพื่อชาวโลก
กำกับและตัดต่อ
ข้าวหมูทอดทงคัตสึ
‘บราซิล’ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 เซอร์ไพรส์ใหญ่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง!